บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
49.25
+0.75 (+1.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25203 out_tok=3294 at=2026-07-26T00:57:13 -->
# PTTGC Q3/2566 กำไรฟื้นตัว 1,427 ล้านบาท รับค่าการกลั่นพุ่ง-โอเลฟินส์ปรับใช้โพรเพน
## ค่าการกลั่นพุ่งแรงหนุนกำไรฟื้นตัว ขณะที่ภาพรวมปิโตรเคมียังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,427 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงกลั่นและโรงโอเลฟินส์ที่เริ่มใช้โพรเพนเป็นวัตถุดิบได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโดยรวมยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอุปทานส่วนเกิน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PTTGC ในไตรมาส 3/2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,427 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 126% QoQ) มาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นที่ค่าการกลั่น (Market GRM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.7 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ในไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 12.6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ประกอบกับการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการปรับปรุงโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 (OMP) ทำให้สามารถใช้โพรเพนเป็นวัตถุดิบได้เพิ่มขึ้น ช่วยบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจโรงกลั่น:** ค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นมาจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ดีเซลที่เพิ่มขึ้น จากอุปสงค์ในจีนที่เริ่มฟื้นตัว และปริมาณส่งออกจากจีนและเกาหลีที่ลดลง ประกอบกับปริมาณสินค้าคงคลังในยุโรปลดลง แม้ว่าต้นทุนพรีเมียมน้ำมันดิบจะทรงตัว แต่การใช้กำลังการผลิตเต็มที่ช่วยรักษาระดับปริมาณขายได้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นยังส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) จำนวนมาก
* **โรงโอเลฟินส์:** แม้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนกับแนฟทาจะปรับลดลง เนื่องจากราคาแนฟทาปรับสูงขึ้นมากกว่า แต่การเริ่มโครงการ OMP ทำให้สามารถใช้โพรเพนซึ่งมีราคาถูกกว่ามาเป็นวัตถุดิบได้ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์:** มีผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณขายที่เติบโตขึ้น 10% QoQ แม้ราคาเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนจะปรับลดลงเล็กน้อยก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดัน**
* **ค่าการกลั่น:** มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในปี 2567 โดยคาดการณ์ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะลดลงจากปี 2566 เนื่องจากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่สูง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ คาดการณ์อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่นจะสูงถึง 101% ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่ดี
* **โรงโอเลฟินส์:** คาดการณ์ราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนและโพรพิลีนจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในปี 2567 จากการคลี่คลายของเศรษฐกิจโลกและการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน แต่ยังคงมีแรงกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ คาดการณ์อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงโอเลฟินส์จะอยู่ที่ 92%
* **ภาพรวมปิโตรเคมี:** ยังคงเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและกำลังการผลิตใหม่ โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในระยะสั้นถึงกลาง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกเป็น 1,427 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 126% QoQ และ 111% YoY จากขาดทุนสุทธิ 5,591 ล้านบาทใน Q2/2566 และขาดทุน 13,404 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้จากการขาย Q3/2566 อยู่ที่ 160,392 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 9% QoQ แต่ลดลง 12% YoY
* **Adjusted EBITDA Q3/2566 อยู่ที่ 12,307 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 80% QoQ และ 19% YoY
* **ค่าการกลั่น (Market GRM) พุ่งสูงถึง 12.6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล** เพิ่มขึ้น 122% QoQ เป็นปัจจัยหนุนหลัก
* **โครงการ OMP เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์** เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบโพรเพนในโรงโอเลฟินส์
* **ธุรกิจอะโรเมติกส์อ่อนตัวลง** จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงอะโรเมติกส์แห่งที่ 2
* **ธุรกิจโพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์มีผลประกอบการดีขึ้น** จากปริมาณขายที่เติบโต 10% QoQ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 PTTGC มีรายได้จากการขายรวม 160,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นที่ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ และปริมาณการขายในภาพรวมที่สูงขึ้นจากการใช้อัตรากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รายได้จากการขายปรับลดลง 12% เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับลดลงสะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว
Adjusted EBITDA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 12,307 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์อ่อนตัวลงเล็กน้อยจากการหยุดซ่อมบำรุง กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์มีผลประกอบการดีขึ้นจากปริมาณขายที่เติบโตขึ้น และกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลางมีผลประกอบการดีขึ้นจากการกลับมาดำเนินการผลิตของธุรกิจโมโนเอทิลีนไกลคอลหลังการซ่อมบำรุง
บริษัทฯ รายงานกำไรจากการดำเนินงานปกติ 1,614 ล้านบาท และรับรู้รายการพิเศษต่างๆ เช่น กำไรจากสต็อกน้ำมันและรายการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Stock Gain Net NRV) รวม 3,674 ล้านบาท แต่มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงและอัตราแลกเปลี่ยนรวม 3,875 ล้านบาท และรายการพิเศษอื่นๆ รวม 625 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 1,427 ล้านบาท (0.32 บาท/หุ้น)
## โอกาส
* **การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโครงการ OMP:** ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบและบริหารต้นทุนในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางภูมิภาค:** เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในจีนที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว และอุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ ดำเนินนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ปลายทางของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและโพลิเมอร์
* **กำลังการผลิตใหม่ในตลาด:** โดยเฉพาะจากประเทศจีน อาจสร้างแรงกดดันต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
* **ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์:** สงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์
* **การแข็งค่าของเงินบาท:** อาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่นในปี 2567:** คาดการณ์ว่าจะอ่อนตัวลงจากปี 2566
* **ทิศทางราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี:** โดยเฉพาะโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ ท่ามกลางอุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้น
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดจีน:** และผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะการใช้โพรเพนในโครงการ OMP
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุน:** และการบริหารจัดการงบประมาณ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น:** มี Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 106% YoY เป็น 7,349 ล้านบาท โดยโรงกลั่นมีผลประกอบการดีขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มขึ้นของค่าการกลั่น (Market GRM) เป็น 12.6 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จาก 5.7 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในจีนที่ฟื้นตัวและส่วนต่างราคาดีเซลที่สูงขึ้น แม้โรงอะโรเมติกส์จะมีผลประกอบการอ่อนตัวลงจากการหยุดซ่อมบำรุง แต่โรงโอเลฟินส์มีผลประกอบการดีขึ้นจากการเริ่มโครงการ OMP ทำให้สามารถใช้โพรเพนเป็นวัตถุดิบได้
**กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลาง:** มี Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 25% QoQ เป็น 237 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เติบโต 14% QoQ โดยธุรกิจโมโนเอทิลีนไกลคอลกลับมาดำเนินการผลิตปกติหลังซ่อมบำรุง และธุรกิจฟีนอลฟื้นตัวจากอุปทานในตลาดที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดโดยรวมยังคงถูกกดดันจากเศรษฐกิจถดถอย
**กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์:** มี Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้นกว่า 200% QoQ เป็น 2,513 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เติบโต 10% QoQ แม้ราคาเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนจะปรับลดลงเล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการกลับมาสต็อกสินค้าช่วงเทศกาลในจีน
**กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน:** มี Adjusted EBITDA ลดลง 17% QoQ เป็น 100 ล้านบาท จากอุปสงค์ที่อ่อนตัวของแฟตตี้แอลกอฮอล์ และปริมาณขายเมทิลเอสเทอร์ที่ลดลง
**กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ:** มี Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 23% QoQ เป็น 1,964 ล้านบาท จากปริมาณการขายของบริษัท allnex ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะจีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 732,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12,940 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 439,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,693 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการเบิกเงินกู้ยืมระยะยาว และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นจากการซื้อน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 5,752 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 38,825 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 8,960 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 16,879 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 47,366 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.88 เท่า
## สรุปท้าย
PTTGC ในไตรมาส 3/2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยมีกำไรสุทธิ 1,427 ล้านบาท เป็นผลจากการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยมของธุรกิจโรงกลั่นที่ได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นที่พุ่งสูงขึ้น และการเริ่มโครงการ OMP ในโรงโอเลฟินส์ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงกดดันอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโดยรวม และความไม่แน่นอนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปี 2567 โดยบริษัทฯ ได้วางแผนการลงทุนและกลยุทธ์เพื่อรับมือกับแนวโน้มตลาดที่คาดว่าจะมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTTGC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
93,816.28
ล้านบาท
↓ 30% YoY
กำไรขั้นต้น
4,182.35
ล้านบาท
↑ 1.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.46
%
กำไรสุทธิ
-5,501.68
ล้านบาท
↓ 53.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-5.86
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
93,816
↓ -30%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,182
↑ + 1.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-5,502
↓ -53.1%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTTGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
-5.29
ROA (%)
-0.99
Book Value/หุ้น
68.41
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTTGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-49,039
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,950
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTTGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49,038.87
+1,805.50%
|
-2,573.55
-93.07%
|
-37,144.47
+332.50%
|
-8,588.32
-344.02%
|
3,519.57
-84.11%
|
22,145.76
-26.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,950.38
+518.36%
|
315.41
-94.53%
|
5,763.43
-82.19%
|
32,355.28
-220.15%
|
-26,929.75
-4.76%
|
-28,274.47
-32.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
33,722.30
+31.94%
|
25,558.19
+9.61%
|
23,316.64
-188.82%
|
-26,252.95
-272.92%
|
15,182.07
-52.25%
|
31,793.84
-592.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-14,058.95
-191.43%
|
15,376.89
-256.93%
|
-9,798.49
+73.39%
|
-5,651.10
-44.94%
|
-10,263.19
-140.29%
|
25,472.72
-242.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
32,745.13
-12.26%
|
37,318.75
+43.87%
|
25,939.62
-53.36%
|
55,613.24
+25.50%
|
44,313.02
+135.20%
|
18,840.30
-48.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18,925.18
-42.20%
|
32,745.13
-12.26%
|
37,318.75
+43.87%
|
25,939.62
-53.36%
|
55,613.24
+25.50%
|
44,313.02
+135.20%
|