บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
49.25
+0.75 (+1.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21680 out_tok=2863 at=2026-07-27T11:54:24 -->
# PTTGC Q2/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 158% รับราคาขายทุกผลิตภัณฑ์ปรับขึ้น
## รายได้-กำไรโตแรง จากอุปสงค์โลกฟื้น-ราคาน้ำมันดิบสูง หนุนทุกกลุ่มธุรกิจ
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้จากการขายรวม 111,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 25,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 158% จากไตรมาส 1/2564 และมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มอะโรเมติกส์และฟีนอล ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ทั่วโลกที่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PTTGC ในไตรมาส 2/2564 คือ **การปรับตัวขึ้นของราคาขายเฉลี่ยในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์** โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องที่ราคาเม็ดพลาสติก PE เฉลี่ยสูงขึ้น 65% YoY และกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ (P2F) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 61% YoY และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 158% QoQ และมากกว่า 200% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับตัวขึ้นของราคาขายมีสาเหตุหลักมาจาก **การฟื้นตัวของอุปสงค์ทั่วโลกตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาเปิดเมือง** ประกอบกับ **ราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี นอกจากนี้ ปัจจัยด้านอุปทานยังเข้ามาสนับสนุน เช่น การหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของผู้ผลิตหลายรายในภูมิภาคเอเชียเหนือ ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ เช่น เอทิลีนและโพรพิลีน ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย สำหรับกลุ่มอะโรเมติกส์ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พาราไซลีนและคอนเดนเสทปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์ตามฤดูกาลและการเลื่อนแผนการผลิตของโรงงานในจีน ขณะที่เบนซีนได้แรงหนุนจากอุปทานที่ลดลงและการกลับมาผลิตของโรงงานสไตรีนโมโนเมอร์ในสหรัฐฯ หลังเหตุการณ์ Polar Vortex
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดัน** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มตลาดน้ำมันดิบดูไบในครึ่งปีหลังจะทรงตัวในระดับสูงที่ 69-72 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และคาดว่าราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมส่วนใหญ่จะปรับตัวดีขึ้นจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและการผ่อนคลายมาตรการปิดประเทศ อย่างไรก็ตาม ตลาดเม็ดพลาสติก PE ในช่วงครึ่งหลังของไตรมาส 2 ได้รับแรงกดดันจากการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย รวมถึงกำลังการผลิตใหม่ในจีนและเกาหลีใต้ที่เตรียมเข้าสู่ตลาด ซึ่งอาจส่งผลให้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ HDPE กับแนฟทาอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ การควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อภาพรวมตลาดพาราไซลีน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 111,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% YoY** จากราคาขายผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มที่ปรับสูงขึ้น
* **กำไรสุทธิ 25,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 200% YoY** และ 158% QoQ
* **Adjusted EBITDA 15,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138% YoY** สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
* **กลุ่มโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมี Adjusted EBITDA Margin สูงสุดที่ 26%** จากราคา PE ที่ปรับตัวขึ้น
* **ธุรกิจโรงกลั่นมี Adjusted EBITDA ติดลบ 370 ล้านบาท** เนื่องจากค่าการกลั่น (Market GRM) ปรับลดลง
* **รับรู้รายการพิเศษจากการขายหุ้น GPSC 11,834 ล้านบาท และกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรม 10,565 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2564 PTTGC มีรายได้จากการขายรวม 111,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มอะโรเมติกส์และฟีนอล ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ทั่วโลกที่ดีขึ้นและราคาน้ำมันดิบดูไบที่สูงขึ้น ประกอบกับการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงงานใหม่ และแผนการปิดซ่อมบำรุงที่น้อยลง ทำให้ปริมาณการขายโดยรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
EBITDA อยู่ที่ 16,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 200% YoY และ 2% QoQ ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 15,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138% YoY และ 9% QoQ สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจากการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 25,035 ล้านบาท (5.58 บาท/หุ้น) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 158% QoQ และมากกว่า 200% YoY โดยกำไรสุทธิรวมนี้รวมรายการพิเศษจากการขายหุ้น GPSC จำนวน 11,834 ล้านบาท และกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนส่วนที่เหลืออีก 10,565 ล้านบาท รวมถึงการรับรู้ผลกำไรจากสต็อกน้ำมัน 1,447 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** ส่งผลให้อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมันปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงงานใหม่:** เช่น โรงโอเลฟินส์แห่งใหม่ (ORP) จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขัน
* **โครงการลงทุนในธุรกิจ High Value Business (HVB):** การเข้าซื้อกิจการ allnex Holding GmbH จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ
* **การขยายธุรกิจพลาสติกรีไซเคิล:** โครงการ Recycle Plant ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4/2564 สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจหมุนเวียน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและวัตถุดิบ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในบางภูมิภาค และการดำเนินงานของลูกค้า
* **อุปทานส่วนเกินในตลาด:** โดยเฉพาะในกลุ่มพาราไซลีนและผลิตภัณฑ์ใหม่ในจีนและเกาหลีใต้ อาจกดดันราคาขาย
* **ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ:** อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและน้ำมัน:** โดยเฉพาะในครึ่งปีหลัง 2564
* **ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ต่ออุปสงค์ในภูมิภาคเอเชีย:** โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่:** โดยเฉพาะโครงการพลาสติกรีไซเคิล และโครงการพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน
* **การดำเนินงานของโรงโอเลฟินส์แห่งใหม่ (ORP):** และผลกระทบต่อ Utilization Rate และ GPM
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **ธุรกิจโรงกลั่น:** ค่าการกลั่น (Market GRM) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.03 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันเตาก ามะถันต่ำ (LSFO) กับน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลดลงจากการเพิ่มขึ้นของอุปทาน ขณะที่ Utilization Rate อยู่ที่ 101%
* **ธุรกิจอะโรเมติกส์:** ส่วนต่างผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ (P2F) อยู่ที่ 181 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนและปีก่อน จากอุปสงค์ที่ปรับตัวดีขึ้น และการเลื่อนแผนการผลิตในจีน Utilization Rate เพิ่มขึ้นเป็น 102%
* **ธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง:** ราคาเม็ดพลาสติก PE เฉลี่ยอยู่ที่ 1,305 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เพิ่มขึ้น 65% YoY แม้จะเผชิญแรงกดดันจากอุปทานใหม่และอุปสงค์ที่ชะลอตัวในบางภูมิภาค Utilization Rate ของโรงโอเลฟินส์อยู่ที่ 93% (หลังเริ่ม ORP) และโพลีเมอร์ 105%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 581,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน จากการดำเนินงาน การขายหุ้น GPSC และการออกหุ้นกู้ ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 260,902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ชุดใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 320,212 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 จากกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 18,032 ล้านบาท แต่มีการใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 46,046 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน และการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม มีเงินสดรับจากการขายเงินลงทุนใน GPSC จำนวนมาก ทำให้กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 33,137 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมกับสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 130,812 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.22 เท่า และต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.38 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
PTTGC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2564 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงหนุนของราคาขายที่ปรับตัวขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ อันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และอุปทานส่วนเกินในบางตลาด แต่การเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ การลงทุนในโครงการใหม่ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTTGC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
93,816.28
ล้านบาท
↓ 30% YoY
กำไรขั้นต้น
4,182.35
ล้านบาท
↑ 1.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.46
%
กำไรสุทธิ
-5,501.68
ล้านบาท
↓ 53.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-5.86
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
93,816
↓ -30%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,182
↑ + 1.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-5,502
↓ -53.1%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTTGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
-5.29
ROA (%)
-0.99
Book Value/หุ้น
68.41
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTTGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-49,039
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,950
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTTGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49,038.87
+1,805.50%
|
-2,573.55
-93.07%
|
-37,144.47
+332.50%
|
-8,588.32
-344.02%
|
3,519.57
-84.11%
|
22,145.76
-26.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,950.38
+518.36%
|
315.41
-94.53%
|
5,763.43
-82.19%
|
32,355.28
-220.15%
|
-26,929.75
-4.76%
|
-28,274.47
-32.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
33,722.30
+31.94%
|
25,558.19
+9.61%
|
23,316.64
-188.82%
|
-26,252.95
-272.92%
|
15,182.07
-52.25%
|
31,793.84
-592.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-14,058.95
-191.43%
|
15,376.89
-256.93%
|
-9,798.49
+73.39%
|
-5,651.10
-44.94%
|
-10,263.19
-140.29%
|
25,472.72
-242.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
32,745.13
-12.26%
|
37,318.75
+43.87%
|
25,939.62
-53.36%
|
55,613.24
+25.50%
|
44,313.02
+135.20%
|
18,840.30
-48.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18,925.18
-42.20%
|
32,745.13
-12.26%
|
37,318.75
+43.87%
|
25,939.62
-53.36%
|
55,613.24
+25.50%
|
44,313.02
+135.20%
|