บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
49.25
+0.75 (+1.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=55588 out_tok=2910 at=2026-07-26T01:52:29 -->
# PTTGC Q2/2566: กำไรสุทธิหดตัวแรง รับผลกระทบราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอ่อนตัว
## รายได้-กำไร ปรับตัวลดลง YoY เหตุโรงกลั่น-ปิโตรเคมีขั้นต้นอ่อนแรง ขณะจีนฟื้นตัวช้า
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 146,731 ล้านบาท ลดลง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นที่ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ แม้ว่ารายได้จากธุรกิจปิโตรเคมีจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณขายและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น สำหรับกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 4,503 ล้านบาท ลดลง 60% YoY และ 51% QoQ ส่งผลให้บริษัทฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิ 5,591 ล้านบาท (-1.24 บาท/หุ้น) ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยลบในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการอ่อนตัวของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด
## Hero: หัวใจกำไร — แรงกดดันจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ PTTGC ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การอ่อนตัวลงอย่างมากของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมีขั้นต้น (โรงกลั่นและอะโรเมติกส์) และกลุ่มโพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ ประกอบกับอุปสงค์ปลายทางที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะจากประเทศจีน** ส่งผลให้ Adjusted EBITDA รวมลดลงถึง 68% YoY และ 28% QoQ มาอยู่ที่ 6,835 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มปิโตรเคมีขั้นต้น:** ได้รับผลกระทบจากการลดลงของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลัก (GRM) โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา ก ามะถันต่ำ เนื่องจากอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดเพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินการของโรงกลั่นหลังซ่อมบำรุง และการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากจีนและรัสเซีย ประกอบกับราคาผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ เช่น เบนซีน และผลิตภัณฑ์พลอยได้ (By-products) ปรับตัวลดลง แม้ว่าส่วนต่างพาราไซลีนจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
* **กลุ่มโพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์:** ผลประกอบการอ่อนตัวลงเนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกปรับลดลงตามทิศทางราคาวัตถุดิบ ประกอบกับอุปสงค์ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และการเปิดประเทศของจีนยังไม่ส่งผลบวกต่ออุปสงค์อย่างที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากการขายสินค้าที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์คลังสินค้า
* **กลุ่มปิโตรเคมีขั้นกลาง:** แม้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ฟีนอลจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง แต่ภาพรวมยังคงถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ส่งผลต่ออุปสงค์ปลายทาง และการเข้ามาของกำลังการผลิตใหม่ในตลาดจีน
* **กลุ่มพลาสติกชีวภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน:** ผลประกอบการลดลงจากอุปสงค์ที่อ่อนตัว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปลายทางของแฟตตี้แอลกอฮอล์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยมหภาค**
จากแนวโน้มตลาดที่ฝ่ายจัดการระบุในปี 2566 ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก การเริ่มดำเนินการของกำลังการผลิตใหม่ในตลาด โดยเฉพาะจากจีน และความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ ปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การเปิดประเทศของจีนและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปลายทางบางส่วน เช่น อาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ และการเดินทาง อาจเป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม Q2/2566 อยู่ที่ 146,731 ล้านบาท ลดลง 25% YoY** จากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่อ่อนตัวลง
* **Adjusted EBITDA รวม Q2/2566 อยู่ที่ 6,835 ล้านบาท ลดลง 68% YoY และ 28% QoQ** เป็นผลจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงในหลายกลุ่มธุรกิจ
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/2566 จำนวน 5,591 ล้านบาท (-1.24 บาท/หุ้น)** พลิกจากกำไรสุทธิ 82 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และขาดทุนจากปีก่อนที่มีกำไร 1,378 ล้านบาท
* **กลุ่มปิโตรเคมีขั้นต้นมีผลประกอบการอ่อนตัวลงอย่างมาก** จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์โรงกลั่นและอะโรเมติกส์ที่ลดลง
* **กลุ่มโพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์มีผลประกอบการอ่อนตัวลง** จากราคาเม็ดพลาสติกที่ลดลงและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า
* **บริษัทฯ มีการบันทึกรายการพิเศษ** ได้แก่ กำไรจากการขายสินทรัพย์สุทธิของบริษัท allnex จำนวน 485 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 146,731 ล้านบาท ลดลง 25% YoY และ 0.4% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลง 24% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ ส่งผลให้ Product to Feed Margin โดยรวมลดลง 29% YoY และ 6% QoQ EBITDA รวมลดลง 60% YoY และ 51% QoQ มาอยู่ที่ 4,503 ล้านบาท และเมื่อรวมรายการพิเศษต่างๆ รวมถึงผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Loss Net NRV) จำนวน 2,659 ล้านบาท และขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวมเป็นขาดทุน 1,047 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิ 5,591 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศจีน:** การเปิดประเทศเต็มรูปแบบของจีน แม้จะฟื้นตัวช้ากว่าคาด แต่ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนอุปสงค์ในระยะยาว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปลายทาง เช่น เส้นใยและสิ่งทอ, บรรจุภัณฑ์ (PET Bottle Resin) และอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
* **การมุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน:** การลงทุนในธุรกิจ High Value Business (HVB) และธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านพลังงานสะอาด จะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาวและลดผลกระทบจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการบริหารจัดการการผลิตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก:** ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังคงเป็นปัจจัยกดดันอุปสงค์ปลายทางของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
* **กำลังการผลิตใหม่ในตลาด:** การเริ่มดำเนินการของกำลังการผลิตใหม่ โดยเฉพาะจากประเทศจีน จะส่งผลให้เกิดแรงกดดันด้านอุปทานและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง ยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการให้ความสำคัญกับธุรกิจคาร์บอนต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศจีน:** โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของ PTTGC
* **ทิศทางราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและส่วนต่างราคา (Spreads):** โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมีขั้นต้นและโพลิเมอร์
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ:** โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ต่อผลประกอบการและฐานะการเงิน
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** เพื่อลดผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและมูลค่าสินค้าคงเหลือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** โดยรวมยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะโรงกลั่นที่ใช้กำลังการผลิตเต็มที่เพื่อรักษาระดับปริมาณขาย อย่างไรก็ตาม การหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของบางโรงงานส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตในไตรมาส
* **ราคาและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** มีแนวโน้มอ่อนตัวลงในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมีขั้นต้นและโพลิเมอร์ ซึ่งเป็นผลมาจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า
* **ปริมาณขาย:** โดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางกลุ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและโอเลฟินส์ แต่ยังคงถูกกดดันในกลุ่มโพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์
* **การบริหารจัดการวัตถุดิบ:** มีการปรับลดระดับปริมาณวัตถุดิบลงเพื่อบริหารจัดการต้นทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 10,414 ล้านบาท มาอยู่ที่ 709,557 ล้านบาท โดยหลักจากสินค้าคงเหลือลดลง และการตัดค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 4,849 ล้านบาท มาอยู่ที่ 416,288 ล้านบาท โดยหลักจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและซื้อคืนหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 5,564 ล้านบาท มาอยู่ที่ 293,263 ล้านบาท เป็นผลมาจากขาดทุนสุทธิในงวดหกเดือน
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานติดลบ 1,174 ล้านบาท จากการใช้เงินสดไปในกิจกรรมลงทุน 1,875 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 2,075 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ PTTGC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการอ่อนตัวลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมีขั้นต้นและโพลิเมอร์ แม้จะมีปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศของจีนและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นในบางส่วน แต่ภาพรวมยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังการผลิตใหม่ที่เข้ามาในตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว พร้อมกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTTGC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
93,816.28
ล้านบาท
↓ 30% YoY
กำไรขั้นต้น
4,182.35
ล้านบาท
↑ 1.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.46
%
กำไรสุทธิ
-5,501.68
ล้านบาท
↓ 53.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-5.86
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
93,816
↓ -30%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,182
↑ + 1.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-5,502
↓ -53.1%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTTGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
-5.29
ROA (%)
-0.99
Book Value/หุ้น
68.41
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTTGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-49,039
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,950
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTTGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49,038.87
+1,805.50%
|
-2,573.55
-93.07%
|
-37,144.47
+332.50%
|
-8,588.32
-344.02%
|
3,519.57
-84.11%
|
22,145.76
-26.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,950.38
+518.36%
|
315.41
-94.53%
|
5,763.43
-82.19%
|
32,355.28
-220.15%
|
-26,929.75
-4.76%
|
-28,274.47
-32.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
33,722.30
+31.94%
|
25,558.19
+9.61%
|
23,316.64
-188.82%
|
-26,252.95
-272.92%
|
15,182.07
-52.25%
|
31,793.84
-592.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-14,058.95
-191.43%
|
15,376.89
-256.93%
|
-9,798.49
+73.39%
|
-5,651.10
-44.94%
|
-10,263.19
-140.29%
|
25,472.72
-242.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
32,745.13
-12.26%
|
37,318.75
+43.87%
|
25,939.62
-53.36%
|
55,613.24
+25.50%
|
44,313.02
+135.20%
|
18,840.30
-48.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18,925.18
-42.20%
|
32,745.13
-12.26%
|
37,318.75
+43.87%
|
25,939.62
-53.36%
|
55,613.24
+25.50%
|
44,313.02
+135.20%
|