บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
49.25
+0.75 (+1.55%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24739 out_tok=3201 at=2026-07-26T01:38:57 -->
# PTTGC Q3/2564 กำไรสุทธิวูบ 72% จากฐานสูงปีก่อน แต่รายได้โตตามราคาปิโตรเคมี
## รายได้จากการขายเพิ่ม 47% YoY หนุนโดยราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิลดลงแรงจากรายการพิเศษใน Q2/2564
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 112,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีตามอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและอุปทานที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 7,005 ล้านบาท ลดลง 72% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากไตรมาส 2/2564 มีการบันทึกรายการพิเศษจากการขายหุ้น GPSC เป็นจำนวนมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ PTTGC ในไตรมาส 3/2564 คือ **การปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)** ซึ่งเป็นผลมาจาก **การบันทึกรายการพิเศษจากการขายหุ้น GPSC ในไตรมาส 2/2564** ทำให้ฐานกำไรในไตรมาสก่อนสูงผิดปกติ ในขณะที่ **กำไรจากการดำเนินงานปกติ (Adjusted EBITDA) ยังคงเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)** โดยเพิ่มขึ้น 125% เป็น 14,080 ล้านบาท สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กำไรสุทธิที่ลดลง QoQ** เกิดจากปัจจัยทางบัญชีเป็นหลัก โดยในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯ มีการรับรู้กำไรจากการขายหุ้น GPSC จำนวนมาก ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2564 ดูเหมือนลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
**ส่วน Adjusted EBITDA ที่เติบโต YoY** มาจากปัจจัยหลักดังนี้:
* **ราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น:** อุปสงค์ที่ยังคงดีต่อเนื่องและอุปทานที่ตึงตัวจากการหยุดซ่อมบำรุงและการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตบางรายในภูมิภาค ส่งผลให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวเพิ่มขึ้น
* **ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น:** กำลังการผลิตของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต และยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตเดิม
* **การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจ:** กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์มีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น และกลุ่มธุรกิจ Performance Materials and Chemicals ยังคงเติบโตได้ดีจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม **กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมี Adjusted EBITDA Margin ที่ลดลง** เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PE เฉลี่ยปรับตัวลดลง ในขณะที่ราคาวัตถุดิบแนฟทาและ LPG ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**การลดลงของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เป็นลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากเกิดจากรายการพิเศษจากการขายหุ้น GPSC ในไตรมาส 2/2564 ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในไตรมาสถัดไป
**การเติบโตของ Adjusted EBITDA เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนหลัก เช่น อุปสงค์ที่ฟื้นตัว ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง และการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีในปี 2565 ตามที่ระบุในแนวโน้มตลาดและธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์ในบางช่วง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม 112,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY** จากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิรวม 7,005 ล้านบาท ลดลง 72% QoQ** แต่เพิ่มขึ้นกว่า 200% YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อนและรายการพิเศษใน Q2/2564
* **Adjusted EBITDA 14,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% YoY** สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และต่อเนื่องมี GPM ลดลง** จากราคา PE ที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **กลุ่มอะโรเมติกส์และ Performance Materials and Chemicals มีผลประกอบการดีขึ้น** จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
* **ธุรกิจโรงกลั่นมีค่าการกลั่น (Market GRM) เพิ่มขึ้น** แต่กำไรสุทธิอ่อนตัวจากการหยุดซ่อมบำรุงและผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์
* **บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 122,702 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 PTTGC มีรายได้จากการขายรวม 112,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0% QoQ และเพิ่มขึ้น 47% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีตามอุปสงค์ที่ยังคงดีและอุปทานที่ตึงตัว รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบและอุปสงค์ที่ฟื้นตัว ในด้านปริมาณขาย ภาพรวมเพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะมีปริมาณขายลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน
ต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 8,657 ล้านบาท ลดลง 17% QoQ แต่เพิ่มขึ้นกว่า 200% YoY ขณะที่ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 14,080 ล้านบาท ลดลง 8% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 125% YoY
เมื่อรวมผลกระทบจาก Stock Gain (1,171 ล้านบาท) และรายการขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง (-1,676 ล้านบาท) และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (-1,147 ล้านบาท) ทำให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 7,005 ล้านบาท ลดลง 72% QoQ เนื่องจากไตรมาสก่อนมีรายการพิเศษจากการขายหุ้น GPSC แต่เพิ่มขึ้นกว่า 200% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้นทั่วโลก หนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
* **อุปทานตึงตัวในตลาด:** การหยุดซ่อมบำรุงและการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตบางรายยังคงส่งผลดีต่อราคาผลิตภัณฑ์
* **การขยายกำลังการผลิตและการลงทุนในธุรกิจ High Value:** โครงการ Olefins Reconfiguration Project (ORP) เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และการลงทุนในโครงการพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง รวมถึงพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว
* **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ดีขึ้น:** คาดการณ์ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2565 จากการเปิดประเทศและการเดินทางที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายผลิตภัณฑ์
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19 และสายพันธุ์ใหม่:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และการดำเนินงานของลูกค้าในบางภูมิภาค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ๆ จากผู้ผลิตรายอื่นอาจส่งผลต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
* **ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์:** ความผันผวนของราคาอาจส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการประกันความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดผลขาดทุนทางบัญชี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและส่วนต่างราคา (GPM):** โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุนใหม่:** โดยเฉพาะโครงการพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง และโครงการพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง
* **สถานการณ์อุปทานในตลาด:** การหยุดซ่อมบำรุงและการเปิดโรงงานใหม่ของผู้ผลิตรายอื่น
* **ผลกระทบจากนโยบายพลังงานของจีน:** ต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และโพลีเอสเตอร์
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะแนฟทาและ LPG
* **แนวโน้มการใช้กำลังการผลิตในปี 2565:** โดยเฉพาะการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสาธารณูปการ:** ค่าการกลั่น (Market GRM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นและการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม อัตราการเดินเครื่องจักรลดลงเหลือ 77% เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น 25 วันในเดือนกันยายน ส่งผลให้ธุรกิจโรงกลั่นมี Adjusted EBITDA ติดลบที่ -2,523 ล้านบาท
**กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์:** มีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยมีส่วนต่างผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ (BTX P2F) อยู่ที่ 188 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าและปีก่อน จากความต้องการใช้ที่สูงและอุปทานที่ลดลง อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 100% และมี Adjusted EBITDA 4,064 ล้านบาท
**กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง:** มีผลประกอบการอ่อนตัวลง โดยมี Adjusted EBITDA 6,626 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA Margin ที่ 18% สาเหตุหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก PE เฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง 5% ในขณะที่ราคาวัตถุดิบแนฟทาและ LPG ปรับตัวสูงขึ้น อัตราการใช้กำลังการผลิตโอเลฟินส์อยู่ที่ 91% และโพลีเมอร์อยู่ที่ 104%
**กลุ่มผลิตภัณฑ์ Performance Materials and Chemicals:** ยังคงเติบโตได้ดี โดยมี Adjusted EBITDA 5,439 ล้านบาท และ Adjusted EBITDA Margin ที่ 30% ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟีนอลและ BPA รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานโพลีออลส์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 580,464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน จากเงินสดรับจากการดำเนินงาน การขายหุ้น GPSC และการออกหุ้นกู้ หนี้สินรวมอยู่ที่ 259,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักจากการออกหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 321,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 จากกำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 40,071 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 34,112 ล้านบาท และได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 3,875 ล้านบาท ณ สิ้นงวด บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 122,702 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.20 เท่า และต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.19 เท่า แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
## สรุปท้าย
PTTGC ในไตรมาส 3/2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะกลุ่มอะโรเมติกส์และ Performance Materials and Chemicals ที่มีผลประกอบการโดดเด่น แม้กำไรสุทธิจะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าจากรายการพิเศษ แต่การเติบโตของ Adjusted EBITDA เมื่อเทียบกับปีก่อนสะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินงานภายใต้สภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย การบริหารจัดการต้นทุนและกำลังการผลิต รวมถึงการลงทุนในโครงการใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2565 ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PTTGC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
93,816.28
ล้านบาท
↓ 30% YoY
กำไรขั้นต้น
4,182.35
ล้านบาท
↑ 1.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.46
%
กำไรสุทธิ
-5,501.68
ล้านบาท
↓ 53.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-5.86
%
D/E Ratio
1.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
93,816
↓ -30%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
4,182
↑ + 1.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-5,502
↓ -53.1%
YoY
D/E Ratio
1.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PTTGC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.05
ROE (%)
-5.29
ROA (%)
-0.99
Book Value/หุ้น
68.41
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PTTGC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-49,039
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,950
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PTTGC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49,038.87
+1,805.50%
|
-2,573.55
-93.07%
|
-37,144.47
+332.50%
|
-8,588.32
-344.02%
|
3,519.57
-84.11%
|
22,145.76
-26.61%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,950.38
+518.36%
|
315.41
-94.53%
|
5,763.43
-82.19%
|
32,355.28
-220.15%
|
-26,929.75
-4.76%
|
-28,274.47
-32.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
33,722.30
+31.94%
|
25,558.19
+9.61%
|
23,316.64
-188.82%
|
-26,252.95
-272.92%
|
15,182.07
-52.25%
|
31,793.84
-592.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-14,058.95
-191.43%
|
15,376.89
-256.93%
|
-9,798.49
+73.39%
|
-5,651.10
-44.94%
|
-10,263.19
-140.29%
|
25,472.72
-242.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
32,745.13
-12.26%
|
37,318.75
+43.87%
|
25,939.62
-53.36%
|
55,613.24
+25.50%
|
44,313.02
+135.20%
|
18,840.30
-48.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18,925.18
-42.20%
|
32,745.13
-12.26%
|
37,318.75
+43.87%
|
25,939.62
-53.36%
|
55,613.24
+25.50%
|
44,313.02
+135.20%
|