บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.73
0.01 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9566 out_tok=3111 at=2026-07-26T00:19:25 -->
# PRINC กำไรฟื้นตัวแรงปี 64 รับธุรกิจโรงพยาบาลบูม สวนทางอสังหาฯ ซบ
## รายได้-กำไร PRINC พลิกบวกปี 2564 หลังโรงพยาบาลกลับมาทำเงิน ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ ยังเผชิญแรงกดดันจากโควิด-19
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 103.4 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 537.3 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีรายได้รวม 5,058.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.8% เป็นผลจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงพยาบาลที่ได้รับอานิสงส์จากการระบาดของโควิด-19 และการเปิดโรงพยาบาลใหม่ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRINC พลิกกลับมามีกำไรในปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงพยาบาล** โดยเฉพาะโรงพยาบาลเดิมที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 85.7% และโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ก็มีรายได้เติบโตเช่นกัน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นถึง 344.1% ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 12.3%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจโรงพยาบาล:** การระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยหลักที่หนุนรายได้จากการตรวจคัดกรอง การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และฮอสพิเทล รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายวัคซีนทางเลือกและการให้บริการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ การผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐในช่วงปลายปี 2564 เช่น การเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ (Test & Go) และการยกเลิกเคอร์ฟิว ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศกลับมาใช้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิมีผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 641.0%
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ได้รับผลกระทบเชิงลบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การเดินทางถูกจำกัดและวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มโรงแรมลดลง โดยเฉพาะโครงการแมริออท เอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ตเมนต์ สาทร วิสต้า กรุงเทพฯ ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องและอัตราการเข้าพักลดลง แม้ว่าโครงการซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย แบงค็อก จะมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นจากการจัดโปรโมชั่นและเน้นลูกค้าพักระยะยาว แต่ก็ไม่สามารถชดเชยภาพรวมที่ลดลงได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับธุรกิจโรงพยาบาล โดยฝ่ายจัดการคาดว่าผลกระทบเชิงบวกจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยังคงมีต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนในปี 2565 ซึ่งจะส่งผลต่อรายได้จากการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อและการให้บริการวัคซีน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมคาดว่าจะดีขึ้นกว่าปี 2564 และการใช้ชีวิตปกติจะกลับมามากขึ้น ทำให้คนไข้ปกติเริ่มกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 โดยพิจารณานำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้ และขยายฐานลูกค้าลงสู่ชุมชน
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าปี 2565 จะทยอยฟื้นตัวจากการกระจายวัคซีนที่ทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งจะหนุนจำนวนนักเดินทางทั้งชาวต่างชาติและไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** PRINC มีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 103.4 ล้านบาท ในปี 2564 เพิ่มขึ้น 640.7 ล้านบาท หรือ 119.2% จากปีก่อนที่ขาดทุน 537.3 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 90.8%:** รายได้รวมอยู่ที่ 5,058.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,408.1 ล้านบาท เป็นผลหลักจากธุรกิจโรงพยาบาล
* **ธุรกิจโรงพยาบาลฟื้นตัวแรง:** รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 85.7% โดยเฉพาะโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิที่เติบโต 641.0% จากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และวัคซีน
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ลดลง:** รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 12.3% จากผลกระทบโควิด-19 ต่อกลุ่มโรงแรม
* **EBITDA พุ่ง 345.4%:** EBITDA อยู่ที่ 940.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 729.0 ล้านบาท จากรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลที่สูงขึ้น
* **การเพิ่มทุน:** บริษัทฯ ได้รับชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1,416.1 ล้านบาท จากบริษัท ราชกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 5,058.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.8% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจโรงพยาบาลที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 1,802.7 ล้านบาท (85.7%) จากโรงพยาบาลเดิมที่มีรายได้สูงขึ้น โดยเฉพาะโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ (เพิ่มขึ้น 1,183.7 ล้านบาท หรือ 641.0%) โรงพยาบาลพริ้นซ์ปากน้ำโพ (เพิ่มขึ้น 221.4 ล้านบาท หรือ 46.2%) และโรงพยาบาลพริ้นซ์ลำพูน (เพิ่มขึ้น 157.0 ล้านบาท หรือ 172.1%) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้การตรวจรักษาโควิด-19 และวัคซีน ขณะที่โรงพยาบาลที่เปิดใหม่ก็มีรายได้สูงขึ้นเช่นกัน
ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 44.3 ล้านบาท (12.3%) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงาน และรายได้จากโรงแรม โดยเฉพาะโครงการแมริออท เอ็กเซ็คคิวทีฟ อพาร์ตเมนต์ สาทร วิสต้า กรุงเทพฯ ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องและอัตราการเข้าพักลดลง
สำหรับกำไรขั้นต้นรวมในปี 2564 อยู่ที่ 1,414.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 344.1% โดยธุรกิจโรงพยาบาลมีกำไรขั้นต้นสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งโรงพยาบาลเดิมและโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 44.4% เป็น 1,136.1 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายของธุรกิจโรงพยาบาลที่มีอยู่เดิมที่เพิ่มขึ้นจากการขยายจำนวนเตียงและทรัพยากรเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 รวมถึงค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลที่เปิดใหม่
ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสำหรับปี 2564 เท่ากับ 92.9 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 537.5 ล้านบาทในปี 2563 และมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 103.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 640.7 ล้านบาท หรือ 119.2%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงพยาบาล:** คาดว่าผลกระทบเชิงบวกจากโควิด-19 จะยังคงมีต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนในปี 2565
* **การกลับมาใช้บริการของคนไข้ปกติ:** คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ทำให้คนไข้ที่มีโรคประจำตัวและคนไข้เด็กกลับมาใช้บริการมากขึ้น
* **การขยายเครือข่ายโรงพยาบาล:** การเปิดโรงพยาบาลใหม่ เช่น โรงพยาบาลพริ้นซ์ศรีสะเกษ และการจัดตั้งโรงพยาบาลพริ้นซ์ เฮลท์แคร์ - สกลนคร (คาดเปิดปี 2566) จะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการ
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้:** การพิจารณานำเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Health Tech) มาใช้ในการบริหารจัดการและรักษาผู้ป่วย
* **การขยายฐานลูกค้า:** การกระจายการบริการลงสู่ระดับชุมชน และการเพิ่มความหลากหลายของบริการ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** คาดว่าจะทยอยฟื้นตัวในปี 2565 จากจำนวนนักเดินทางที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แม้คาดว่าจะดีขึ้น แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน และอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์
* **ผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อกลุ่มโรงแรมและอาคารสำนักงาน
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และกำไรธุรกิจโรงพยาบาล:** การเติบโตจะต่อเนื่องจากปัจจัยโควิด-19 และการกลับมาของคนไข้ปกติได้มากน้อยเพียงใด
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** อัตราการเข้าพักและรายได้ของกลุ่มโรงแรมจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างและเปิดให้บริการโรงพยาบาลใหม่:** โดยเฉพาะโรงพยาบาลพริ้นซ์ เฮลท์แคร์ - สกลนคร
* **การนำเทคโนโลยี Health Tech มาปรับใช้:** จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ธุรกิจโรงพยาบาล:** เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากจำนวนผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการรักษาโควิด-19 และบริการวัคซีน รวมถึงการเปิดโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่งในปี 2563-2564
* **รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 12.3% โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงานและรายได้จากโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการดำเนินงานที่ดีของธุรกิจโรงพยาบาล
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจโรงพยาบาลและการเปิดโรงพยาบาลใหม่
* **EBITDA:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจโรงพยาบาล
* **การลงทุน:** มีการเปิดโรงพยาบาลใหม่ และมีแผนจัดตั้งโรงพยาบาลที่สกลนคร ซึ่งจะส่งผลต่อการลงทุนในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 17,415.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,000.2 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้นจากการวางเงินมัดจำค่าวัคซีน และลูกหนี้ สปสช. และประกันสังคมสำหรับค่ารักษาโควิด-19 รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,554.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 464.7 ล้านบาท โดยมีเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการชำระค่าวัคซีนล่วงหน้า และเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อการลงทุนในโรงพยาบาลใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้น 1,511.1 ล้านบาท จากการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุน และผลประกอบการที่เป็นกำไรในปี 2564 ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 0.67 เท่า
## สรุปท้าย
PRINC พลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2564 ด้วยกำไรสุทธิ 103.4 ล้านบาท จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงพยาบาลที่ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดโรงพยาบาลใหม่ แม้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังเผชิญความท้าทาย แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงพยาบาลในปี 2565 ประกอบกับการเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 และการขยายเครือข่ายโรงพยาบาล เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRINC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
16.33
ล้านบาท
↓ 112.1% YoY
กำไรขั้นต้น
314.01
ล้านบาท
↑ 99.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,923.38
%
กำไรสุทธิ
-82.29
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-504.05
%
D/E Ratio
0.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16
↓ -112.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
314
↑ + 99.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -61.1%
YoY
D/E Ratio
0.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRINC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.61
ROE (%)
-4.54
ROA (%)
-1.63
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRINC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRINC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-59.72
-78.38%
|
-276.18
-48.60%
|
-537.31
-238.61%
|
387.64
+40.37%
|
276.16
-274.62%
|
-158.15
-181.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-566.26
-141.81%
|
1,354.39
+1,953.66%
|
65.95
-89.14%
|
607.04
-62.82%
|
1,632.70
-245.78%
|
-1,119.98
+179.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
103.39
-106.92%
|
-1,493.73
-599.74%
|
298.90
-126.30%
|
-1,136.57
-45.88%
|
-2,100.22
-298.40%
|
1,058.58
+553.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.29
-68.88%
|
-415.51
+7,002.74%
|
-5.85
-98.49%
|
-388.44
-248.88%
|
260.90
-218.83%
|
-219.55
+376.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
267.29
-48.61%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
176.32
-55.46%
|
395.86
-10.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
376.57
+40.88%
|
267.29
-48.61%
|
520.11
+2.11%
|
509.36
+4.24%
|
488.65
+177.14%
|
176.32
-55.46%
|