บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.73
0.01 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18341 out_tok=3283 at=2026-07-26T00:48:48 -->
# PRINC กำไร Q2/66 พลิกขาดทุนหนัก 385.7 ล้านบาท รับผลกระทบโควิดซาลง-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้หด 26.6% สวนทางธุรกิจอสังหาฯ ฟื้นตัว ขณะที่ค่าใช้จ่ายพิเศษกดดันผลประกอบการ
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 385.7 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 165.5 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,285.0 ล้านบาท ลดลง 26.6% เป็นผลหลักจากรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่สูงขึ้นและการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงติดลบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRINC ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจโรงพยาบาล** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยเฉพาะรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่หายไป ประกอบกับ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนต่างๆ** และ **รายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time expense)** จำนวน 197.8 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้รายได้จากการรักษาพยาบาลและวัคซีนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 จะเพิ่มขึ้น 37.4% จากอุปสงค์ที่ชะงักไปในช่วงก่อนหน้า และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ส่วนที่หายไปได้ทั้งหมด นอกจากนี้ โรงพยาบาลที่เปิดใหม่และโรงพยาบาลในกลุ่มคลินิกเวชกรรมก็มีรายได้ลดลงเช่นกัน
* **ต้นทุนเพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ มีต้นทุนคงที่บางรายการที่ยังไม่เหมาะสมกับรายได้ที่ลดลง เช่น ต้นทุนพนักงานและค่าแพทย์ รวมถึงต้นทุนค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้น 40.5% จากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **รายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว:** ในไตรมาสนี้ มีการรับรู้ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับลูกหนี้การค้าของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เกี่ยวกับโควิด-19 เป็นจำนวน 197.8 ล้านบาท เนื่องจากผู้บริหารพิจารณาว่าลูกหนี้ดังกล่าวมีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในอนาคต)**
รายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 197.8 ล้านบาท เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวและไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องพึ่งพากลุ่มลูกค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลก บริษัทฯ คาดการณ์ว่าผลประกอบการจะดีขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2566 จากการเพิ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง การขยายธุรกิจ และการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างจริงจัง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 385.7 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 165.5 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้รวม 1,285.0 ล้านบาท:** ลดลง 26.6% YoY
* **รายได้ธุรกิจโรงพยาบาล 1,146.7 ล้านบาท:** ลดลง 30.4% YoY จากผลกระทบโควิด-19 ที่ลดลง
* **รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 138.3 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 31.9% YoY จากอัตราการเข้าพักและ ADR ที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้น 191.6 ล้านบาท:** ลดลง 65.3% YoY จากรายได้โรงพยาบาลที่ลดลงและต้นทุนคงที่สูง
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 536.1 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 64.9% YoY โดยมีรายการตั้งสำรองหนี้เสีย 197.8 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงิน 56.0 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 40.5% YoY จากเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **หนี้สินรวม 7,555.6 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 1.3% จากสิ้นปี 2565
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 0.84 เท่า:** สูงขึ้นจาก 0.78 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,285.0 ล้านบาท ลดลง 26.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ที่มีรายได้ 1,146.7 ล้านบาท ลดลง 30.4% เนื่องจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 จะเพิ่มขึ้น 37.4% จากทุกโรงพยาบาล และโรงพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นถึง 548.8% ขณะที่โรงพยาบาลที่เปิดใหม่มีรายได้ 54.5 ล้านบาท และธุรกิจสถานพยาบาลขนาดย่อมมีรายได้ลดลง 48.9% จากการให้บริการโควิด-19 Home Isolation ที่ลดลง
ในทางกลับกัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ 138.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% โดยโครงการ Marriott Executive Apartments Sathorn Vista กรุงเทพฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น 64.3% จาก Occupancy Rate ที่สูงขึ้นเป็น 80.9% และ ADR ที่เพิ่มขึ้นเป็น 4,416 บาท ส่วนโครงการ Somerset Ekamai Bangkok มีรายได้เพิ่มขึ้น 24.5% จาก Occupancy Rate ที่สูงขึ้นเป็น 82.8%
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 191.6 ล้านบาท ลดลง 65.3% เนื่องจากธุรกิจโรงพยาบาลมีรายได้ลดลงและมีต้นทุนคงที่สูง ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้นจากการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 536.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.9% โดยมีรายการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับลูกหนี้ สปสช. โควิด-19 จำนวน 197.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ประกอบกับค่าใช้จ่ายบุคลากร การตลาด และการดำเนินงานของโรงพยาบาลยังคงอยู่ในระดับสูง
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.5% เป็น 56.0 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 385.7 ล้านบาท โดยเป็นส่วนขาดทุนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 374.4 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,495.3 ล้านบาท ลดลง 35.0% โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 540.0 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการครั้งเดียว จะขาดทุน 342.2 ล้านบาท)
## โอกาส
* **การขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง:** บริษัทฯ มีแผนเปิดให้บริการศูนย์การแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลต่างๆ มากขึ้น เช่น โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ที่จะรองรับ Tertiary Care โดยเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ศูนย์มะเร็ง ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์ผ่าตัดแผลเล็ก และศูนย์โรคเรื้อรังสำหรับผู้สูงอายุ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากมาเลเซีย รัสเซีย และอินเดีย บริษัทฯ ตั้งเป้าให้รายได้ธุรกิจโรงแรมในปี 2566 กลับมาใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19
* **การขยายธุรกิจเฮลท์แคร์:** มีการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในด้านทันตกรรมเฉพาะทาง และคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจที่ร่วมมือกับ สปสช. ให้บริการ Telemedicine และขยายฐานลูกค้าประกัน
* **การปรับปรุงอาคารสำนักงาน:** อาคารบางกอกบิสซิเนสเซ็นเตอร์ มีการปรับปรุงระบบต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้เช่าที่เปลี่ยนไป
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** แม้ว่าจะมีแผนขยายศูนย์เฉพาะทาง แต่ธุรกิจโรงพยาบาลยังคงมีการแข่งขันสูง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ธุรกิจโรงแรมยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** การรับรู้ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับลูกหนี้ สปสช. โควิด-19 สะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
* **ต้นทุนที่สูงขึ้น:** ต้นทุนพลังงานและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจโรงพยาบาล:** โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะต้นทุนคงที่และต้นทุนทางการเงิน
* **ความคืบหน้าในการขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง:** และผลตอบรับจากผู้ใช้บริการ
* **แนวโน้ม Occupancy Rate และ ADR ของธุรกิจโรงแรม:** ในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** และการรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจโรงพยาบาล:**
* **รายได้:** ลดลง 30.4% YoY โดยโรงพยาบาลเดิมรายได้ลดลง 34.1% จากโควิด-19 ที่ลดลง แต่รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 เพิ่มขึ้น 37.4% โรงพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 548.8% โรงพยาบาลที่เปิดใหม่มีรายได้ 54.5 ล้านบาท คลินิกเวชกรรมรายได้ลดลง 48.9% จาก Home Isolation ที่ลดลง
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 65.3% YoY เนื่องจากรายได้โรงพยาบาลลดลง ต้นทุนคงที่สูง และต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น
* **การขยายบริการ:** มีการเปิดให้บริการศูนย์เฉพาะทางต่างๆ เช่น ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เส้นเลือดขอด ผ่าตัดเปิดหัวใจ และการขยายความร่วมมือด้านทันตกรรม
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้:** เพิ่มขึ้น 31.9% YoY
* **โครงการ Marriott Executive Apartments Sathorn Vista:** Occupancy Rate เพิ่มเป็น 80.9% ADR เพิ่มเป็น 4,416 บาท
* **โครงการ Somerset Ekamai Bangkok:** Occupancy Rate เพิ่มเป็น 82.8% จากลูกค้า Service Apartment และ Short stay
* **อาคาร Bangkok Business Center:** รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.2% เนื่องจากความต้องการเช่าสำนักงานชะลอตัว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม 17,333.2 ล้านบาท:** ลดลง 2.5% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินลดลง 552.0 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าลดลง 521.5 ล้านบาท แต่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 523.3 ล้านบาท จากการซื้อบริษัทย่อย
* **หนี้สินรวม 7,555.6 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 1.3% จากสิ้นปี 2565 โดยเงินกู้ยืมสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 177.9 ล้านบาท และหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 16.6 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น 8,992.7 ล้านบาท:** ลดลง 5.4% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.84 เท่า:** สูงขึ้นจาก 0.78 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ของ PRINC สะท้อนถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักจากธุรกิจโรงพยาบาล ประกอบกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นและรายการค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการขยายธุรกิจเฮลท์แคร์ รวมถึงแผนการควบคุมต้นทุนที่เข้มข้นขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRINC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
16.33
ล้านบาท
↓ 112.1% YoY
กำไรขั้นต้น
314.01
ล้านบาท
↑ 99.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,923.38
%
กำไรสุทธิ
-82.29
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-504.05
%
D/E Ratio
0.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16
↓ -112.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
314
↑ + 99.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -61.1%
YoY
D/E Ratio
0.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRINC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.61
ROE (%)
-4.54
ROA (%)
-1.63
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRINC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRINC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-59.72
-78.38%
|
-276.18
-48.60%
|
-537.31
-238.61%
|
387.64
+40.37%
|
276.16
-274.62%
|
-158.15
-181.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-566.26
-141.81%
|
1,354.39
+1,953.66%
|
65.95
-89.14%
|
607.04
-62.82%
|
1,632.70
-245.78%
|
-1,119.98
+179.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
103.39
-106.92%
|
-1,493.73
-599.74%
|
298.90
-126.30%
|
-1,136.57
-45.88%
|
-2,100.22
-298.40%
|
1,058.58
+553.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.29
-68.88%
|
-415.51
+7,002.74%
|
-5.85
-98.49%
|
-388.44
-248.88%
|
260.90
-218.83%
|
-219.55
+376.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
267.29
-48.61%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
176.32
-55.46%
|
395.86
-10.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
376.57
+40.88%
|
267.29
-48.61%
|
520.11
+2.11%
|
509.36
+4.24%
|
488.65
+177.14%
|
176.32
-55.46%
|