บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.73
0.01 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8760 out_tok=2928 at=2026-07-26T01:30:45 -->
# PRINC กำไรโตแรง Q1/2565 รับอานิสงส์โควิด-19 หนุนธุรกิจโรงพยาบาลฟื้นตัว
## รายได้รวมทะยาน 188% สู่ 2,085 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มส่งสัญญาณบวก
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิกลับมามีกำไร 456.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 173.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงพยาบาลที่ได้รับอานิสงส์จากการระบาดของโควิด-19 และการเปิดประเทศ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRINC พลิกกลับมามีกำไรโดดเด่นในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ธุรกิจโรงพยาบาล** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตถึง 188.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 2,085.2 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลมาจากหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่:
* **การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** โรงพยาบาลในเครือมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการตรวจคัดกรองและรักษาผู้ป่วยโควิด-19 รวมถึงการให้บริการฮอสพิเทล และการจำหน่ายวัคซีนทางเลือก
* **การฟื้นตัวของผู้ป่วยปกติ:** การผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐทำให้ผู้ป่วยทั่วไปกลับมาใช้บริการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น
* **การเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง:** การเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทางกว่า 21 แห่งทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการให้บริการและดึงดูดผู้ป่วย
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทย ส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการรับบริการสุขภาพในไทย
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้:** การนำ AI และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย ทำให้การให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้จะยังไม่โดดเด่นเท่าธุรกิจโรงพยาบาล แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยรายได้เพิ่มขึ้น 30.7% จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการเปิดประเทศ ทำให้อัตราการเข้าพักของโครงการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ปรับตัวดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงพยาบาลที่ยังคงได้รับประโยชน์จากสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทางต่างๆ นอกจากนี้ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ยังเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงต้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และมาตรการของภาครัฐอย่างใกล้ชิด ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องตามการกลับมาของนักท่องเที่ยว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 456.6 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 173.2 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้รวมเติบโต 188.4%:** แตะ 2,085.2 ล้านบาท
* **ธุรกิจโรงพยาบาลรายได้พุ่ง 206.7%:** สู่ 1,986.9 ล้านบาท โดยเฉพาะโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิโต 897.1%
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้เพิ่ม 30.7%:** สู่ 98.3 ล้านบาท จากอัตราเข้าพักที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นรวมโต 1,010.2%:** สู่ 798.3 ล้านบาท
* **EBITDA พุ่ง 6,288.1%:** สู่ 727.0 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 6.8%:** สู่ 7,002.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.3%:** สู่ 10,229.0 ล้านบาท จากผลประกอบการที่เป็นกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,085.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,362.2 ล้านบาท หรือ 188.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 1,281.9 ล้านบาท (197.9%) จากทุกโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิที่รายได้เพิ่มขึ้นถึง 678.4 ล้านบาท (897.1%) จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการกลับมาใช้บริการของผู้ป่วยปกติ รวมถึงโรงพยาบาลที่เปิดใหม่คือโรงพยาบาลพริ้นซ์ศรีสะเกษที่เริ่มสร้างรายได้ 56.1 ล้านบาท
ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้น 23.1 ล้านบาท (30.7%) จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้อัตราการเข้าพักของโครงการ Marriott Executive Apartments Sathorn Vista และ Somerset Ekamai Bangkok เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 798.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 726.4 ล้านบาท (1,010.2%) จากทั้งสองธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงพยาบาลที่มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้น 678.5 ล้านบาท (1,003.9%)
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 288.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.3 ล้านบาท (28.4%) ส่วนใหญ่มาจากโรงพยาบาลที่มีอยู่เดิมและโรงพยาบาลใหม่ที่เพิ่มค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร การตลาด และการดำเนินงาน เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และการขยายธุรกิจ
ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด 456.6 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 173.2 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 629.8 ล้านบาท หรือ 363.6% ซึ่งเป็นไตรมาสที่มีผลประกอบการดีที่สุดในรอบ 4 ไตรมาสที่ผ่านมา
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล:** ยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 การเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง และการฟื้นตัวของผู้ป่วยทั่วไป
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะช่วยหนุนรายได้จากธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
* **การขยายธุรกิจ:** การเข้าซื้อหุ้นบริษัท ผิวดีคลินิก เอสเธติคส์ จำกัด เป็นการขยายสู่ธุรกิจบริการด้านผิวพรรณและความงาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ
* **การปรับโครงสร้างหนี้:** การเข้าร่วมโครงการพักทรัพย์พักหนี้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างหนี้และเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคระบาด การท่องเที่ยว หรือการประกันสุขภาพ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
* **ตลาดสำนักงานให้เช่า:** อาคารบางกอกบิสซิเนสเซ็นเตอร์ยังคงเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์ที่ลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และกำไรธุรกิจโรงพยาบาล:** การเติบโตจะต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะจากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19
* **อัตราการเข้าพักและรายได้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การฟื้นตัวจะแข็งแกร่งเพียงใดหลังการเปิดประเทศ
* **ผลการดำเนินงานของบริษัท ผิวดีคลินิก เอสเธติคส์:** การเข้าซื้อกิจการจะสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงพยาบาล:** เป็นหัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 206.7% YoY สู่ 1,986.9 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ทั้งการตรวจรักษาและฮอสพิเทล รวมถึงการจำหน่ายวัคซีนทางเลือก นอกจากนี้ การฟื้นตัวของผู้ป่วยปกติและการเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทางก็มีส่วนสำคัญ โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 897.1% YoY สะท้อนถึงศักยภาพในการรองรับสถานการณ์โรคระบาดและโอกาสในการเติบโต
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว โดยรายได้เพิ่มขึ้น 30.7% YoY สู่ 98.3 ล้านบาท จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นในโครงการ Marriott Executive Apartments Sathorn Vista และ Somerset Ekamai Bangkok ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อย่างไรก็ตาม อาคารบางกอกบิสซิเนสเซ็นเตอร์ยังคงเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์พื้นที่สำนักงานที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 18,370.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้นจากการลงทุนระยะสั้น และลูกหนี้ สปสช. และสำนักงานประกันสังคมสำหรับค่ารักษาโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,002.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 500.0 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.3% สู่ 10,229.0 ล้านบาท จากผลประกอบการที่เป็นกำไรในไตรมาสนี้ ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.68 เท่า ใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้า
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ PRINC สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์โควิด-19 และการขยายบริการเฉพาะทาง ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มส่งสัญญาณบวกจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะจากการขยายธุรกิจใหม่และการฟื้นตัวของธุรกิจเดิม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคระบาดและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตให้ต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRINC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
16.33
ล้านบาท
↓ 112.1% YoY
กำไรขั้นต้น
314.01
ล้านบาท
↑ 99.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,923.38
%
กำไรสุทธิ
-82.29
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-504.05
%
D/E Ratio
0.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16
↓ -112.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
314
↑ + 99.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -61.1%
YoY
D/E Ratio
0.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRINC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.61
ROE (%)
-4.54
ROA (%)
-1.63
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRINC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRINC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-59.72
-78.38%
|
-276.18
-48.60%
|
-537.31
-238.61%
|
387.64
+40.37%
|
276.16
-274.62%
|
-158.15
-181.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-566.26
-141.81%
|
1,354.39
+1,953.66%
|
65.95
-89.14%
|
607.04
-62.82%
|
1,632.70
-245.78%
|
-1,119.98
+179.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
103.39
-106.92%
|
-1,493.73
-599.74%
|
298.90
-126.30%
|
-1,136.57
-45.88%
|
-2,100.22
-298.40%
|
1,058.58
+553.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.29
-68.88%
|
-415.51
+7,002.74%
|
-5.85
-98.49%
|
-388.44
-248.88%
|
260.90
-218.83%
|
-219.55
+376.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
267.29
-48.61%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
176.32
-55.46%
|
395.86
-10.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
376.57
+40.88%
|
267.29
-48.61%
|
520.11
+2.11%
|
509.36
+4.24%
|
488.65
+177.14%
|
176.32
-55.46%
|