บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.73
0.01 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10845 out_tok=3092 at=2026-07-26T00:40:05 -->
# PRINC กำไร Q3/2565 พลิกขาดทุน 89.8 ล้านบาท รับผลกระทบโควิด-19 และค่าใช้จ่ายวัคซีน
## รายได้รวมวูบ 10.8% หลังธุรกิจโรงพยาบาลฐานสูงปีก่อน ขณะอสังหาฯ ฟื้นตัวเด่น
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 89.8 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 220.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 10.8% เป็นผลจากธุรกิจโรงพยาบาลที่มีรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRINC ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจโรงพยาบาล** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยเฉพาะรายได้จากการรักษาโควิด-19 ที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นจากการบริจาคและตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ-วัคซีนโควิด-19 จำนวน 151.0 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยตรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลลดลง:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลรวมอยู่ที่ 1,366.6 ล้านบาท ลดลง 276.9 ล้านบาท หรือ 17.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 สาเหตุหลักมาจากการที่โรงพยาบาลในเครือทุกแห่งหยุดรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และโรงพยาบาลสนาม โดยเฉพาะโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิที่มีรายได้ลดลงถึง 501.2 ล้านบาท (71.1%) แม้ว่าจะมีรายได้จากการรักษาโรคที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษ:** บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 จำนวน 151.0 ล้านบาท จากการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ-วัคซีน และการบริจาควัคซีนให้แก่องค์กรต่างๆ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ (one-time expense)
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว:** ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีผลประกอบการที่ดีที่สุดนับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 55.1 ล้านบาท หรือ 73.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง ส่งผลให้อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่จะกลับมามีกำไรในไตรมาสถัดไป ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการขาดทุนในไตรมาสนี้เป็นรายการพิเศษที่คาดว่าจะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลยังคงต้องพึ่งพากลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวทางการแพทย์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นในปี 2566 ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 89.8 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 220.7 ล้านบาทใน Q3/2564 เนื่องจากรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลลดลงและมีค่าใช้จ่ายพิเศษ
* **รายได้รวมลดลง 10.8%:** อยู่ที่ 1,496.3 ล้านบาท โดยธุรกิจโรงพยาบาลลดลง 17.5% ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 73.8%
* **กำไรขั้นต้นรวมลดลง 40.5%:** อยู่ที่ 390.6 ล้านบาท จากการลดลงของกำไรขั้นต้นธุรกิจโรงพยาบาล
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 70.7%:** อยู่ที่ 478.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโควิด-19 และค่าใช้จ่ายบุคลากร
* **EBITDA ลดลง 83.6%:** อยู่ที่ 88.7 ล้านบาท จากผลประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลที่ลดลง
* **การลงทุนเพิ่มสัดส่วนในพิษณุเวช:** เพิ่มการถือหุ้นในบริษัท พิษณุเวช จำกัด จาก 60% เป็น 85% ส่งผลให้มีผลตอบแทนเสมือนเพิ่มขึ้น 45.7 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรก
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 89.8 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 220.7 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้รวม 10.8% มาอยู่ที่ 1,496.3 ล้านบาท โดยธุรกิจโรงพยาบาลมีรายได้ลดลง 17.5% เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้จากการรักษาโควิด-19 ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง รายได้เพิ่มขึ้น 73.8% จากการกลับมาของนักท่องเที่ยว
กำไรขั้นต้นรวมลดลง 40.5% มาอยู่ที่ 390.6 ล้านบาท เนื่องจากกำไรขั้นต้นจากธุรกิจโรงพยาบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมเพิ่มขึ้น 70.7% เป็น 478.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น การตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ-วัคซีน และการบริจาควัคซีน รวมถึงค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 532.3 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 53.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของรายได้รวม 47.3% ซึ่งมาจากทั้งธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของ Medical Tourism:** คาดว่าสถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศจะเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2566 ส่งผลให้รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับบริการชาวต่างชาติจากกลุ่มประเทศอาเซียน จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง
* **การขยายศักยภาพการรักษา:** การพัฒนาการส่งต่อผู้ป่วย การให้บริการฉุกเฉิน การเปิดศูนย์ฉุกเฉิน การพัฒนาการผ่าตัดสมอง การพัฒนาด้านห้องปฏิบัติการ การเปิดบริการ IVF และการเพิ่มแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อน
* **การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** คาดว่ารายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 และปี 2566 จากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการจัดกิจกรรม ประชุมสัมมนา และงานอีเวนต์ต่างๆ
* **การลงทุนเพิ่มในบริษัทย่อย:** การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท พิษณุเวช จำกัด จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มผลตอบแทนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงจากโควิด-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม
* **ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกถดถอย:** ปัญหาเงินเฟ้อสูงขึ้น ต้นทุนพลังงานผันผวน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่าย
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะต้นทุนบุคลากรและค่าใช้จ่ายทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจโรงพยาบาล:** โดยเฉพาะการกลับมาของกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 และนักท่องเที่ยวทางการแพทย์
* **แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักในโครงการต่างๆ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายพิเศษ
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก:** ต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **ความคืบหน้าในการขยายธุรกิจและเปิดศูนย์การแพทย์ใหม่ๆ:** เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงพยาบาล:**
* **รายได้:** ลดลง 17.5% เป็น 1,305.0 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการรักษาโควิด-19 ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิที่ลดลง 71.1%
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 49.6% เป็น 323.3 ล้านบาท จากการหยุดรับผู้ป่วยโควิด-19 และโรงพยาบาลสนาม
* **การพัฒนา:** เน้นขยายธุรกิจเชิงรุก พัฒนาศักยภาพการส่งต่อผู้ป่วย การให้บริการฉุกเฉิน การตรวจสุขภาพนอกพื้นที่ การพัฒนาห้องปฏิบัติการ การเปิดศูนย์ให้บริการผู้ป่วยต่างประเทศ และเพิ่มแพทย์เฉพาะทาง
* **การลงทุน:** เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท พิษณุเวช จำกัด เป็น 85%
**ธุรกิจสถานพยาบาลขนาดย่อมหรืออื่นๆ:**
* **รายได้:** เพิ่มขึ้น 192.4% เป็น 40.5 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้จากการลงทุนในผิวดีคลินิก และคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 7.4 ล้านบาท เป็น 9.6 ล้านบาท จากผิวดีคลินิก
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้:** เพิ่มขึ้น 73.8% เป็น 55.1 ล้านบาท จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 335.2% เป็น 44.5 ล้านบาท จากโครงการแมริออท เอ็คเช็คคิวทีฟอพาร์ทเม้นท์สาทรวิสด้า และซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย แบงค็อก
* **แนวโน้ม:** คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 18,036.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 620.7 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้นจากการลงทุนระยะสั้นในกองทุนรวม และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นจากการซื้อบริษัทย่อย (ผิวดีคลินิก เอสเธติคส์ จำกัด)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,539.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 984.3 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 เป็นผลมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและการลงทุน รวมถึงเจ้าหนี้ค่าซื้อกิจการโรงพยาบาล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.78 เท่า สูงขึ้นจาก 0.67 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สรุปท้าย
PRINC ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากการลดลงของรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลอันเป็นผลจากฐานที่สูงในปีก่อนจากการระบาดของโควิด-19 และค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาในธุรกิจโรงพยาบาล เป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายพิเศษ รวมถึงการติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการแพทย์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRINC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
16.33
ล้านบาท
↓ 112.1% YoY
กำไรขั้นต้น
314.01
ล้านบาท
↑ 99.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,923.38
%
กำไรสุทธิ
-82.29
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-504.05
%
D/E Ratio
0.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16
↓ -112.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
314
↑ + 99.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -61.1%
YoY
D/E Ratio
0.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRINC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.61
ROE (%)
-4.54
ROA (%)
-1.63
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRINC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRINC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-59.72
-78.38%
|
-276.18
-48.60%
|
-537.31
-238.61%
|
387.64
+40.37%
|
276.16
-274.62%
|
-158.15
-181.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-566.26
-141.81%
|
1,354.39
+1,953.66%
|
65.95
-89.14%
|
607.04
-62.82%
|
1,632.70
-245.78%
|
-1,119.98
+179.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
103.39
-106.92%
|
-1,493.73
-599.74%
|
298.90
-126.30%
|
-1,136.57
-45.88%
|
-2,100.22
-298.40%
|
1,058.58
+553.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.29
-68.88%
|
-415.51
+7,002.74%
|
-5.85
-98.49%
|
-388.44
-248.88%
|
260.90
-218.83%
|
-219.55
+376.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
267.29
-48.61%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
176.32
-55.46%
|
395.86
-10.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
376.57
+40.88%
|
267.29
-48.61%
|
520.11
+2.11%
|
509.36
+4.24%
|
488.65
+177.14%
|
176.32
-55.46%
|