บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.73
0.01 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9353 out_tok=2785 at=2026-07-26T01:09:06 -->
# PRINC กำไร Q1/2566 พลิกขาดทุน 156.9 ล้านบาท เหตุรายได้โควิดวูบ
## รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลหด 46.2% สวนทางต้นทุนคงที่สูง-ค่าพลังงานพุ่ง กดดันกำไรขั้นต้นวูบ 73.2%
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 156.9 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 456.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานยังคงสูง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างหนัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRINC ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในธุรกิจโรงพยาบาล** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลลดลงถึง 917.7 ล้านบาท หรือ 46.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 209.0 ล้านบาท (25.1%) แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนคงที่บางรายการ เช่น ต้นทุนพนักงาน ค่าแพทย์ และต้นทุนค่าพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นรวมลดลงถึง 577.7 ล้านบาท หรือ 73.2% จนส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 156.9 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้โควิด-19 เป็นผลโดยตรงจากการที่สถานการณ์การระบาดของโรคกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้ความต้องการการรักษา การตรวจคัดกรอง และการจำหน่ายวัคซีนโควิด-19 ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของบริษัทฯ ในปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน ต้นทุนคงที่ เช่น ค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าแพทย์ ยังคงอยู่ในระดับสูง และไม่สามารถปรับลดลงได้ทันท่วงที ประกอบกับต้นทุนค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนจากการให้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจโรงพยาบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมยังเพิ่มขึ้น 19.5% จากค่าใช้จ่ายบุคลากร การตลาด สาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่และการขยายธุรกิจ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
จากเอกสารระบุว่า รายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการเปิดประเทศและการเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการขยายศูนย์การแพทย์เฉพาะทางและการรักษาโรคยากซับซ้อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมยังคงเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยก็เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนั้น ทิศทางผลประกอบการในระยะถัดไปยังคงต้องติดตามปัจจัยต่างๆ อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 156.9 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 456.6 ล้านบาท
* **รายได้โรงพยาบาลวูบ:** รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลลดลง 917.7 ล้านบาท (-46.2%) เป็นผลจากรายได้โควิด-19 ที่ลดลงอย่างมาก
* **กำไรขั้นต้นหดตัว:** กำไรขั้นต้นรวมลดลง 577.7 ล้านบาท (-73.2%) เนื่องจากต้นทุนคงที่และค่าพลังงานที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว:** รายได้ธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 44.8 ล้านบาท (64.0%) จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว
* **ขยายธุรกิจต่อเนื่อง:** เปิดโรงพยาบาลพรั้นซ์สกลนคร และรับโอนกิจการโรงพยาบาลรวมแพทย์พิษณุโลก
* **ธุรกิจเฮลท์แคร์ขยายตัว:** คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจเปิดเพิ่ม 15 สาขา รวมเป็น 37 สาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,210.2 ล้านบาท ลดลง 874.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจโรงพยาบาลที่มีรายได้ลดลง 950.9 ล้านบาท (48.8%) เนื่องจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลง แม้ว่ารายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นก็ตาม ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้น 42.9 ล้านบาท (43.6%) จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นในโครงการแมริออท เย็คเช็คคิว ฟอพาร์ทเม้นท์ สาทรวิสด้า และซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย แบงค็อก อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมลดลง 577.7 ล้านบาท (73.2%) เป็นผลมาจากธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ที่มีรายได้ลดลง แต่ยังมีต้นทุนคงที่บางรายการสูง ประกอบกับต้นทุนค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสำหรับงวด 156.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายเครือข่ายโรงพยาบาล:** การเปิดโรงพยาบาลพรั้นซ์สกลนคร และการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลรวมแพทย์พิษณุโลก จะช่วยเพิ่มศักยภาพและขยายฐานรายได้ในอนาคต
* **การเติบโตของธุรกิจเฮลท์แคร์:** การขยายสาขาคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ และคลินิกเสริมความงามผิวดีคลินิก จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการและสร้างรายได้
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ตะวันออกกลาง อินเดีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงแรม
* **การพัฒนาศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง:** การลงทุนในศูนย์การแพทย์เฉพาะทางต่างๆ เช่น ศูนย์หัวใจ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์สมอง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดผู้ป่วยที่มีความต้องการการรักษาที่ซับซ้อน
* **การเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ:** การขยายบริการเพื่อรองรับผู้สูงอายุ เช่น ศูนย์โรคเรื้อรัง จะสอดรับกับแนวโน้มสังคมสูงอายุของประเทศไทย
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้โควิด-19:** การลดลงของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ต้นทุนพนักงาน ค่าแพทย์ และค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น กดดันอัตรากำไร
* **ความไม่แน่นอนของภาคการท่องเที่ยว:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาวะเงินเฟ้อ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของธุรกิจโรงแรม
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโรงพยาบาลอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยทั่วไปและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **ผลประกอบการของโรงพยาบาลใหม่:** ประเมินผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลพรั้นซ์สกลนคร และโรงพยาบาลรวมแพทย์พิษณุโลก หลังรับโอนกิจการ
* **การขยายสาขาคลินิก:** ติดตามการเปิดสาขาใหม่ของคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ และผิวดีคลินิก
* **แนวโน้มต้นทุนพลังงานและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** ประเมินผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ติดตามผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงพยาบาล:** รายได้รวมลดลง 48.8% โดยโรงพยาบาลที่มีอยู่เดิมลดลง 48.8% จากรายได้โควิด-19 ที่ลดลง ขณะที่รายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เพิ่มขึ้น 25.1% กำไรขั้นต้นลดลง 78.4% จากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.9% จากค่าใช้จ่ายบุคลากร การตลาด และสาธารณูปโภค
**ธุรกิจสถานพยาบาลขนาดย่อมหรืออื่นๆ:** คลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจมีรายได้ลดลง 43.5% จากรายได้โควิด-19 และการให้บริการอื่นๆ ผิวดีคลินิกเริ่มรับรู้รายได้ กำไรขั้นต้นลดลง 81.6% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 191.2% จากการเปิดสาขาเพิ่ม
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 43.6% จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นในโครงการแมริออท เย็คเช็คคิว ฟอพาร์ทเม้นท์ สาทรวิสด้า และซัมเมอร์เซ็ท เอกมัย แบงค็อก กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายบุคลากร การตลาด และดำเนินงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 17,710.3 ล้านบาท ลดลง 67.1 ล้านบาท จากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะสั้นในกองทุนรวม และการลดลงของลูกหนี้การค้า หนี้สินรวม 7,543.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.2 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น และหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.81 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.78 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เนื่องจากเงินกู้ยืมและหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในงวด
## สรุปท้าย
PRINC เผชิญความท้าทายในไตรมาส 1 ปี 2566 จากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 156.9 ล้านบาท แม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะฟื้นตัวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโต แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด การขยายธุรกิจโรงพยาบาลใหม่และการลงทุนในธุรกิจเฮลท์แคร์ยังคงเป็นโอกาสสำคัญ แต่บริษัทฯ ต้องบริหารจัดการต้นทุนที่สูงขึ้นและติดตามความไม่แน่นอนของปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRINC ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
16.33
ล้านบาท
↓ 112.1% YoY
กำไรขั้นต้น
314.01
ล้านบาท
↑ 99.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,923.38
%
กำไรสุทธิ
-82.29
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-504.05
%
D/E Ratio
0.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16
↓ -112.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
314
↑ + 99.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -61.1%
YoY
D/E Ratio
0.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRINC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.61
ROE (%)
-4.54
ROA (%)
-1.63
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRINC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRINC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-59.72
-78.38%
|
-276.18
-48.60%
|
-537.31
-238.61%
|
387.64
+40.37%
|
276.16
-274.62%
|
-158.15
-181.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-566.26
-141.81%
|
1,354.39
+1,953.66%
|
65.95
-89.14%
|
607.04
-62.82%
|
1,632.70
-245.78%
|
-1,119.98
+179.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
103.39
-106.92%
|
-1,493.73
-599.74%
|
298.90
-126.30%
|
-1,136.57
-45.88%
|
-2,100.22
-298.40%
|
1,058.58
+553.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.29
-68.88%
|
-415.51
+7,002.74%
|
-5.85
-98.49%
|
-388.44
-248.88%
|
260.90
-218.83%
|
-219.55
+376.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
267.29
-48.61%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
176.32
-55.46%
|
395.86
-10.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
376.57
+40.88%
|
267.29
-48.61%
|
520.11
+2.11%
|
509.36
+4.24%
|
488.65
+177.14%
|
176.32
-55.46%
|