บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.73
0.01 (0.57%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8566 out_tok=3131 at=2026-07-26T00:52:48 -->
# PRINC กำไร Q3/2566 พลิกบวก 38.4 ล้านบาท รับรายได้โรงพยาบาล-อสังหาฯ เติบโต
## รายได้รวมโต 8.4% ชี้ปัจจัยบวกจากผู้ป่วยนอก-ใน เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ ฟื้นตัวตามการเข้าพักและ ADR ที่สูงขึ้น
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 89.8 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,621.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% เป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่สูงขึ้น 8.3% และรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 9.6% ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์เจาะลึกถึงสาเหตุและแนวโน้มในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ PRINC พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่สูงถึง 8.3%** โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่เติบโตถึง 38.9% รวมถึงการเติบโตของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 9.6% ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 17.0% และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 89.8 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจโรงพยาบาล:** การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากจำนวนผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น โดย OPD visit per day เพิ่มขึ้น 18.1% และ OPD Revenue per visit เพิ่มขึ้น 8.6% ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการกลุ่มโรคยากและซับซ้อนได้ดีขึ้น รวมถึงการระบาดของโรคตามฤดูกาล เช่น RSV, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B, และไข้เลือดออก ทำให้ความต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลสูงขึ้น นอกจากนี้ การขยายบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ เช่น ศูนย์ทันตกรรมที่ รพ.พริ้นซ์สุวรรณภูมิ และการจัดตั้งหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์ใน สปป.ลาว ก็เป็นปัจจัยหนุนรายได้ที่สำคัญ รวมถึงการกลับมาของคนไข้จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว และกัมพูชา ที่เพิ่มขึ้นถึง 315.1%
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Somerset Ekamai Bangkok มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (ADR) และจำนวนลูกค้าทั้งระยะยาวและระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น โครงการ Marriott Executive Apartments Sathorn Vista กรุงเทพฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ที่สูงขึ้นเล็กน้อย และ ADR ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากลูกค้า Wholesales และ Corporate ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อาคาร Bangkok Business Center มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงระบบต่างๆ ทำให้มีผู้เช่าใหม่เข้ามามากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 จะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการเพิ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง การขยายธุรกิจโรงพยาบาลและเฮลท์แคร์ รวมถึงการควบบริษัทในธุรกิจความงาม ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป นอกจากนี้ การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการกลับมาของคนไข้จากประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 89.8 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้รวม 1,621.8 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 8.4% YoY
* **รายได้โรงพยาบาลโต 8.3%:** จากผู้ป่วยนอก-ใน เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 พุ่ง 38.9%
* **ธุรกิจอสังหาฯ โต 9.6%:** จากการเข้าพักและ ADR ที่ดีขึ้นในโครงการ Somerset Ekamai และ Marriott Executive Apartments
* **กำไรขั้นต้นเพิ่ม 17.0%:** เป็น 443.9 ล้านบาท จากรายได้ที่สูงขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดี
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารลดลง 25.3%:** เป็น 345.3 ล้านบาท เนื่องจาก Q3/2565 มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโควิด-19 สูง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลประกอบการที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2566 โดยมีกำไรสำหรับงวด 38.4 ล้านบาท ซึ่งพลิกกลับมาจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 89.8 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 1,621.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์อยู่ที่ 1,479.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่สูงขึ้นถึง 38.9% จากจำนวนคนไข้ OPD และ IPD ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ และการกลับมาของคนไข้จากประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ 142.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากโครงการ Somerset Ekamai และ Marriott Executive Apartments ที่มี ADR และ Occupancy Rate สูงขึ้น รวมถึงอาคาร Bangkok Business Center ที่มีอัตราการให้เช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 443.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0% จากรายได้ที่สูงขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 345.3 ล้านบาท ลดลง 25.3% เนื่องจากในปีก่อนมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโควิด-19 จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.1% เป็น 55.9 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 38.4 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,117.1 ล้านบาท ลดลง 22.8% เนื่องจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 หายไป แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 จะเติบโตถึง 34.2% อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสำหรับงวด 9 เดือนที่ 504.1 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการครั้งเดียวจะขาดทุน 309.4 ล้านบาท)
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจโรงพยาบาล:** การลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่ที่จังหวัดมุกดาหาร มูลค่า 726.5 ล้านบาท คาดเปิดบริการปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการในพื้นที่และกลุ่มลูกค้าประเทศเพื่อนบ้าน
* **การขยายบริการทางการแพทย์:** การเปิดศูนย์ทันตกรรมครบวงจรที่ รพ.พริ้นซ์สุวรรณภูมิ และแผนขยายไปยังโรงพยาบาลอื่น ๆ รวมถึงการจัดตั้งหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์ใน สปป.ลาว
* **การเติบโตของธุรกิจความงาม:** การควบบริษัทผิวดีคลินิกฯ กับพงศ์ศักดิ์คลินิกเวชกรรมฯ จะมี 21 สาขา และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q4/2566
* **ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ:** การจัดตั้งบริษัทย่อย PRINC Next เพื่อรองรับการขยายธุรกิจดูแลผู้สูงอายุและธุรกิจสุขภาพที่เกี่ยวเนื่อง
* **การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ:** การเป็นเจ้าภาพงาน HospitaLog Asia 2023 ตอกย้ำศักยภาพไทยในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชนและภาคบริการ
* **สังคมผู้สูงอายุและความต้องการรักษาพยาบาล:** ความต้องการการรักษาพยาบาลในประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.1%
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยสูง อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว
* **ภัยธรรมชาติและความขัดแย้ง:** ปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจกระทบต่อต้นทุนสินค้าและพลังงาน
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการสุขภาพ:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้จะมีการควบคุมต้นทุน แต่การขยายธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการ Q4/2566:** การรับรู้รายได้จากการควบบริษัทความงาม และการเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลมุกดาหาร:** การลงทุนใหม่ที่คาดเปิดบริการปี 2567
* **การขยายธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ:** ทิศทางและโอกาสในการเติบโตของ PRINC Next
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การปรับราคาห้องพักและการจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มอัตราการเข้าพัก
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ผลกระทบต่อรายได้ธุรกิจบริการสุขภาพและโรงแรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการทางการแพทย์:** เพิ่มขึ้น 8.3% YoY โดยรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เติบโต 38.9% จากจำนวนผู้ป่วย OPD และ IPD ที่เพิ่มขึ้น (OPD visit per day +18.1%, OPD Revenue per visit +8.6%, Admission rate +2.7%) การขยายบริการเฉพาะทาง และการกลับมาของคนไข้ต่างชาติ (+315.1% จากลาว/กัมพูชา)
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้รวม 142.1 ล้านบาท (+9.6% YoY) จาก Somerset Ekamai (ADR +13.1%) และ Marriott Executive Apartments (Occupancy Rate +0.7 ppt, ADR +8.3%) รวมถึง Bangkok Business Center (Occupancy Rate +5.7 ppt)
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 17.0% เป็น 443.9 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้และการควบคุมต้นทุน
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหาร:** ลดลง 25.3% เป็น 345.3 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายโควิด-19 สูง หากไม่รวมรายการดังกล่าว ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10.9% ตามรายได้ที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 40.1% เป็น 55.9 ล้านบาท จากเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยสูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 17,658.5 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์ทางการเงินลดลงจากการจำหน่ายเงินลงทุน และลูกหนี้การค้าลดลง ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นจากการซื้อบริษัทย่อยโรงพยาบาลรวมแพทย์พิษณุโลก หนี้สินรวม 7,826.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากเงินกู้ยืมสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการลงทุน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.87 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.78 เท่า เนื่องจากเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้นในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากผลขาดทุนระหว่างงวด
## สรุปท้าย
PRINC พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการเติบโตของรายได้โรงพยาบาลที่แข็งแกร่งจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยนอก-ใน และการกลับมาของคนไข้ต่างชาติ รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้น แต่การขยายธุรกิจทั้งโรงพยาบาล ความงาม และธุรกิจเฮลท์แคร์ รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตต่อไป โดยต้องจับตาการรับรู้รายได้จากการควบบริษัทความงามในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และความคืบหน้าของการลงทุนโรงพยาบาลใหม่ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRINC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
16.33
ล้านบาท
↓ 112.1% YoY
กำไรขั้นต้น
314.01
ล้านบาท
↑ 99.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,923.38
%
กำไรสุทธิ
-82.29
ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-504.05
%
D/E Ratio
0.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16
↓ -112.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
314
↑ + 99.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -61.1%
YoY
D/E Ratio
0.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRINC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.61
ROE (%)
-4.54
ROA (%)
-1.63
Book Value/หุ้น
2.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRINC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRINC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-59.72
-78.38%
|
-276.18
-48.60%
|
-537.31
-238.61%
|
387.64
+40.37%
|
276.16
-274.62%
|
-158.15
-181.93%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-566.26
-141.81%
|
1,354.39
+1,953.66%
|
65.95
-89.14%
|
607.04
-62.82%
|
1,632.70
-245.78%
|
-1,119.98
+179.32%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
103.39
-106.92%
|
-1,493.73
-599.74%
|
298.90
-126.30%
|
-1,136.57
-45.88%
|
-2,100.22
-298.40%
|
1,058.58
+553.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-129.29
-68.88%
|
-415.51
+7,002.74%
|
-5.85
-98.49%
|
-388.44
-248.88%
|
260.90
-218.83%
|
-219.55
+376.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
267.29
-48.61%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
176.32
-55.46%
|
395.86
-10.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
376.57
+40.88%
|
267.29
-48.61%
|
520.11
+2.11%
|
509.36
+4.24%
|
488.65
+177.14%
|
176.32
-55.46%
|