PRINC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PRINC
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
1.73
0.01 (0.57%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8566 out_tok=3131 at=2026-07-26T00:52:48 --> # PRINC กำไร Q3/2566 พลิกบวก 38.4 ล้านบาท รับรายได้โรงพยาบาล-อสังหาฯ เติบโต ## รายได้รวมโต 8.4% ชี้ปัจจัยบวกจากผู้ป่วยนอก-ใน เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ ฟื้นตัวตามการเข้าพักและ ADR ที่สูงขึ้น บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 89.8 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,621.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% เป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่สูงขึ้น 8.3% และรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 9.6% ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์เจาะลึกถึงสาเหตุและแนวโน้มในอนาคต ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ PRINC พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์** โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่สูงถึง 8.3%** โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่เติบโตถึง 38.9% รวมถึงการเติบโตของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 9.6% ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 17.0% และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 89.8 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจโรงพยาบาล:** การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากจำนวนผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น โดย OPD visit per day เพิ่มขึ้น 18.1% และ OPD Revenue per visit เพิ่มขึ้น 8.6% ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการกลุ่มโรคยากและซับซ้อนได้ดีขึ้น รวมถึงการระบาดของโรคตามฤดูกาล เช่น RSV, ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และ B, และไข้เลือดออก ทำให้ความต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลสูงขึ้น นอกจากนี้ การขยายบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ เช่น ศูนย์ทันตกรรมที่ รพ.พริ้นซ์สุวรรณภูมิ และการจัดตั้งหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์ใน สปป.ลาว ก็เป็นปัจจัยหนุนรายได้ที่สำคัญ รวมถึงการกลับมาของคนไข้จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว และกัมพูชา ที่เพิ่มขึ้นถึง 315.1% * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** โครงการ Somerset Ekamai Bangkok มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (ADR) และจำนวนลูกค้าทั้งระยะยาวและระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น โครงการ Marriott Executive Apartments Sathorn Vista กรุงเทพฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ที่สูงขึ้นเล็กน้อย และ ADR ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากลูกค้า Wholesales และ Corporate ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อาคาร Bangkok Business Center มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงระบบต่างๆ ทำให้มีผู้เช่าใหม่เข้ามามากขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 จะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการเพิ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง การขยายธุรกิจโรงพยาบาลและเฮลท์แคร์ รวมถึงการควบบริษัทในธุรกิจความงาม ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป นอกจากนี้ การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการกลับมาของคนไข้จากประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **พลิกมีกำไรสุทธิ 38.4 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 89.8 ล้านบาทใน Q3/2565 * **รายได้รวม 1,621.8 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 8.4% YoY * **รายได้โรงพยาบาลโต 8.3%:** จากผู้ป่วยนอก-ใน เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 พุ่ง 38.9% * **ธุรกิจอสังหาฯ โต 9.6%:** จากการเข้าพักและ ADR ที่ดีขึ้นในโครงการ Somerset Ekamai และ Marriott Executive Apartments * **กำไรขั้นต้นเพิ่ม 17.0%:** เป็น 443.9 ล้านบาท จากรายได้ที่สูงขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดี * **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารลดลง 25.3%:** เป็น 345.3 ล้านบาท เนื่องจาก Q3/2565 มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโควิด-19 สูง ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลประกอบการที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2566 โดยมีกำไรสำหรับงวด 38.4 ล้านบาท ซึ่งพลิกกลับมาจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 89.8 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 1,621.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์อยู่ที่ 1,479.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่สูงขึ้นถึง 38.9% จากจำนวนคนไข้ OPD และ IPD ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ และการกลับมาของคนไข้จากประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ 142.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% จากโครงการ Somerset Ekamai และ Marriott Executive Apartments ที่มี ADR และ Occupancy Rate สูงขึ้น รวมถึงอาคาร Bangkok Business Center ที่มีอัตราการให้เช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 443.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.0% จากรายได้ที่สูงขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 345.3 ล้านบาท ลดลง 25.3% เนื่องจากในปีก่อนมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโควิด-19 จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.1% เป็น 55.9 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 38.4 ล้านบาท สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,117.1 ล้านบาท ลดลง 22.8% เนื่องจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 หายไป แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 จะเติบโตถึง 34.2% อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสำหรับงวด 9 เดือนที่ 504.1 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการครั้งเดียวจะขาดทุน 309.4 ล้านบาท) ## โอกาส * **การขยายธุรกิจโรงพยาบาล:** การลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่ที่จังหวัดมุกดาหาร มูลค่า 726.5 ล้านบาท คาดเปิดบริการปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการในพื้นที่และกลุ่มลูกค้าประเทศเพื่อนบ้าน * **การขยายบริการทางการแพทย์:** การเปิดศูนย์ทันตกรรมครบวงจรที่ รพ.พริ้นซ์สุวรรณภูมิ และแผนขยายไปยังโรงพยาบาลอื่น ๆ รวมถึงการจัดตั้งหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์ใน สปป.ลาว * **การเติบโตของธุรกิจความงาม:** การควบบริษัทผิวดีคลินิกฯ กับพงศ์ศักดิ์คลินิกเวชกรรมฯ จะมี 21 สาขา และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q4/2566 * **ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ:** การจัดตั้งบริษัทย่อย PRINC Next เพื่อรองรับการขยายธุรกิจดูแลผู้สูงอายุและธุรกิจสุขภาพที่เกี่ยวเนื่อง * **การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ:** การเป็นเจ้าภาพงาน HospitaLog Asia 2023 ตอกย้ำศักยภาพไทยในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชนและภาคบริการ * **สังคมผู้สูงอายุและความต้องการรักษาพยาบาล:** ความต้องการการรักษาพยาบาลในประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.1% * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยสูง อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว * **ภัยธรรมชาติและความขัดแย้ง:** ปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจกระทบต่อต้นทุนสินค้าและพลังงาน * **การแข่งขันในธุรกิจบริการสุขภาพ:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบริการสุขภาพ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้จะมีการควบคุมต้นทุน แต่การขยายธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ผลประกอบการ Q4/2566:** การรับรู้รายได้จากการควบบริษัทความงาม และการเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง * **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงพยาบาลมุกดาหาร:** การลงทุนใหม่ที่คาดเปิดบริการปี 2567 * **การขยายธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ:** ทิศทางและโอกาสในการเติบโตของ PRINC Next * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง * **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การปรับราคาห้องพักและการจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มอัตราการเข้าพัก * **การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** ผลกระทบต่อรายได้ธุรกิจบริการสุขภาพและโรงแรม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) * **รายได้จากการให้บริการทางการแพทย์:** เพิ่มขึ้น 8.3% YoY โดยรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เติบโต 38.9% จากจำนวนผู้ป่วย OPD และ IPD ที่เพิ่มขึ้น (OPD visit per day +18.1%, OPD Revenue per visit +8.6%, Admission rate +2.7%) การขยายบริการเฉพาะทาง และการกลับมาของคนไข้ต่างชาติ (+315.1% จากลาว/กัมพูชา) * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้รวม 142.1 ล้านบาท (+9.6% YoY) จาก Somerset Ekamai (ADR +13.1%) และ Marriott Executive Apartments (Occupancy Rate +0.7 ppt, ADR +8.3%) รวมถึง Bangkok Business Center (Occupancy Rate +5.7 ppt) * **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 17.0% เป็น 443.9 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้และการควบคุมต้นทุน * **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหาร:** ลดลง 25.3% เป็น 345.3 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายโควิด-19 สูง หากไม่รวมรายการดังกล่าว ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10.9% ตามรายได้ที่สูงขึ้น * **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 40.1% เป็น 55.9 ล้านบาท จากเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยสูง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 17,658.5 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์ทางการเงินลดลงจากการจำหน่ายเงินลงทุน และลูกหนี้การค้าลดลง ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้นจากการซื้อบริษัทย่อยโรงพยาบาลรวมแพทย์พิษณุโลก หนี้สินรวม 7,826.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% จากเงินกู้ยืมสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการลงทุน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.87 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.78 เท่า เนื่องจากเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้นในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากผลขาดทุนระหว่างงวด ## สรุปท้าย PRINC พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการเติบโตของรายได้โรงพยาบาลที่แข็งแกร่งจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยนอก-ใน และการกลับมาของคนไข้ต่างชาติ รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้ต้นทุนทางการเงินจะสูงขึ้น แต่การขยายธุรกิจทั้งโรงพยาบาล ความงาม และธุรกิจเฮลท์แคร์ รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตต่อไป โดยต้องจับตาการรับรู้รายได้จากการควบบริษัทความงามในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และความคืบหน้าของการลงทุนโรงพยาบาลใหม่ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRINC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
16.33 ล้านบาท
↓ 112.1% YoY
กำไรขั้นต้น
314.01 ล้านบาท
↑ 99.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1,923.38 %
กำไรสุทธิ
-82.29 ล้านบาท
↓ 61.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-504.05 %
D/E Ratio
0.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
16
↓ -112.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
314
↑ + 99.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-82
↓ -61.1% YoY
D/E Ratio
0.61

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRINC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
16.33
+112.07%
-135.26
-174.02%
182.74
+103.78%
-4,833.48
-376.33%
1,749.17
+13.72%
1,538.11
+8.50%
กำไรขั้นต้น
314.01
+99.54%
157.37
-45.49%
288.67
+14.89%
251.27
-52.51%
529.12
+415.49%
102.64
-5.03%
ค่าใช้จ่ายรวม
375.31
-4.08%
391.29
+85.80%
210.60
-53.06%
448.65
+37.76%
325.66
+104.19%
159.49
-34.97%
กำไรสุทธิ
-82.29
+61.14%
-211.77
-2.13%
-207.35
+2.15%
-211.92
-277.01%
119.72
+158.28%
-205.43
+26.09%
กำไรต่อหุ้น
-0.02
+60.71%
-0.06
-3.70%
-0.05
+3.57%
-0.06
-280.65%
0.03
+157.41%
-0.05
+26.03%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
1,923.38
+1,753.24%
-116.34
-173.65%
157.97
+3,137.88%
-5.20
-117.19%
30.25
+353.52%
6.67
-12.47%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
2,298.86
+894.66%
-289.29
-351.01%
115.25
+1,341.92%
-9.28
-149.84%
18.62
+79.56%
10.37
-40.06%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-504.05
-421.95%
156.56
+237.97%
-113.47
-2,690.64%
4.38
-35.96%
6.84
+151.20%
-13.36
+31.87%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
-4.54
-215.82%
3.92
+151.92%
-7.55
-403.21%
2.49
+182.95%
0.88
+114.72%
-5.98
-254.52%
ROA(%)
-1.63
+1.21%
-1.65
+34.78%
-2.53
-179.31%
3.19
+54.11%
2.07
+186.25%
-2.40
-105.13%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.61
+17.31%
0.52
-40.23%
0.87
+20.83%
0.72
+20.00%
0.60
-7.69%
0.65
+20.37%
P/E
-100.00
-422.16%
31.04
+131.04%
-100.00
-358.80%
38.64
0.00
0.00
P/BV
0.74
-37.29%
1.18
-37.89%
1.90
-16.30%
2.27
+21.39%
1.87
+13.33%
1.65
-21.05%
BV
2.31
-5.71%
2.45
+3.38%
2.37
-7.06%
2.55
+0.39%
2.54
+4.96%
2.42
-2.81%
YIELD(%)
0.59
-14.49%
0.69
0.69
0.69
0.00
0.00
ราคาหุ้น
1.70
-41.38%
2.90
-35.56%
4.50
-22.41%
5.80
+22.36%
4.74
+18.50%
4.00
-18.03%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.61
ROE (%)
-4.54
ROA (%)
-1.63
Book Value/หุ้น
2.26

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRINC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,247.47
-33.76%
1,883.28
+45.16%
1,297.38
-43.03%
2,277.13
-38.85%
3,723.90
+472.86%
650.06
-50.48%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
14,021.77
+6.70%
13,141.29
-20.77%
16,586.15
+7.01%
15,500.25
+13.21%
13,691.45
-7.27%
14,765.05
+10.96%
รวมสินทรัพย์
15,269.24
+1.63%
15,024.57
-15.99%
17,883.52
+0.60%
17,777.38
+2.08%
17,415.35
+12.98%
15,415.11
+5.44%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,238.47
+47.20%
1,520.71
-48.12%
2,930.98
+17.30%
2,498.65
+8.46%
2,303.76
+24.59%
1,849.08
-3.61%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
3,549.43
-2.10%
3,625.50
-32.67%
5,384.96
+8.62%
4,957.80
+16.62%
4,251.14
+0.24%
4,241.11
+41.82%
รวมหนี้สิน
5,787.90
+12.47%
5,146.22
-38.12%
8,315.94
+11.53%
7,456.45
+13.75%
6,554.90
+7.63%
6,090.19
+24.07%
รวมส่วนของเจ้าของ
9,481.34
-4.02%
9,878.35
+3.25%
9,567.59
-7.30%
10,320.94
-4.97%
10,860.46
+16.47%
9,324.92
-3.98%
D/E
0.61
0.52
0.87
0.72
0.60
0.65
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-4.54
3.92
-7.55
2.49
0.88
-5.98
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-1.63
-1.65
-2.53
3.19
2.07
-2.40
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.56
1.24
0.44
0.91
1.62
0.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.45
0.82
0.39
0.62
0.94
0.28
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
36.25
38.63
0.00
0.00
73.00
39.68
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
10.46
11.09
0.00
0.00
10.05
10.25
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
59.34
57.55
0.00
0.00
82.69
137.40
วงจรเงินสด
-12.63
-7.82
0.00
0.00
0.36
-87.47
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-566
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRINC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-59.72
-78.38%
-276.18
-48.60%
-537.31
-238.61%
387.64
+40.37%
276.16
-274.62%
-158.15
-181.93%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-566.26
-141.81%
1,354.39
+1,953.66%
65.95
-89.14%
607.04
-62.82%
1,632.70
-245.78%
-1,119.98
+179.32%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
103.39
-106.92%
-1,493.73
-599.74%
298.90
-126.30%
-1,136.57
-45.88%
-2,100.22
-298.40%
1,058.58
+553.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-129.29
-68.88%
-415.51
+7,002.74%
-5.85
-98.49%
-388.44
-248.88%
260.90
-218.83%
-219.55
+376.87%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
267.29
-48.61%
0.00
0.00
0.00
-100.00%
176.32
-55.46%
395.86
-10.42%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
376.57
+40.88%
267.29
-48.61%
520.11
+2.11%
509.36
+4.24%
488.65
+177.14%
176.32
-55.46%