PM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PM
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3910 out_tok=2858 at=2026-07-25T23:11:26 --> # PM กำไรสุทธิปี 2565 หด 24% สวนทางรายได้โต รับต้นทุนผลิตพุ่งกด GPM ## รายได้รวมโต 15.2% แต่ต้นทุนพุ่งดันกำไรสุทธิลดลง 69.1 ล้านบาท ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลัก บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 275.4 ล้านบาท ลดลง 69.1 ล้านบาท หรือ 24.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเติบโตถึง 15.2% เป็น 5,029.5 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไรมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง โดยฝ่ายจัดการได้ชี้แจงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในงบการเงินปี 2565 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PM ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จะเติบโต คือ **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 3.0% จาก 31.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 28.0% ในปี 2565** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หักล้างผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการสุทธิ 665.2 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 69.1 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลจากการดำเนินงานปกติ ไม่ใช่รายการพิเศษ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักว่ามาจาก **"ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น"** แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดถึงชนิดของวัตถุดิบหรือปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่การที่ GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนี้ บ่งชี้ว่าต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง หรือค่าใช้จ่ายในการผลิตอื่นๆ ได้ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าการปรับขึ้นราคาขายสินค้า ทำให้ส่วนต่างของรายได้กับต้นทุนสินค้าที่ขายลดลงไป ในขณะเดียวกัน รายได้จากการขายและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้น 15.2% มาจากทั้งการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 99.0 ล้านบาท (โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหารที่เพิ่มขึ้น 118.0 ล้านบาท) และการขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 566.0 ล้านบาท (ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจผลิตอาหาร) แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตลาดและเพิ่มปริมาณการขาย แต่ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปสู่ราคาขายได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 128.9 ล้านบาท โดยมีค่าโฆษณาสินค้าทาโรในจีนเป็นหลัก และค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านกาแฟใหม่ "มีวนา คอฟฟี่ บ้านสาทร" รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 10.4 ล้านบาท ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิเพิ่มเติม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มต้นทุนการผลิตในอนาคต หรือกลยุทธ์การปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ลดลง "มาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น" โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว อาจบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนอาจยังคงอยู่ ปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ทิศทางราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตอาหารของบริษัท รวมถึงความสามารถในการแข่งขันและกลยุทธ์การตั้งราคาในตลาดจีนและตลาดอื่นๆ ที่บริษัทมีการขายสินค้าเพิ่มขึ้น หากต้นทุนยังคงอยู่ในระดับสูงและไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อาจส่งผลกระทบต่อ GPM และกำไรสุทธิในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 24.6%** อยู่ที่ 275.4 ล้านบาท จาก 344.5 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายและบริการสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.2%** เป็น 5,029.5 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2565 หดตัว 3.0%** อยู่ที่ 28.0% เทียบกับ 31.0% ในปีก่อน * **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น** เป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GPM และกำไรสุทธิ * **รายได้จากการขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น** โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหาร เพิ่มขึ้น 566.0 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น** จากค่าโฆษณาสินค้าทาโรในจีน และการเปิดร้านกาแฟใหม่ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการสุทธิรวม 5,029.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 665.2 ล้านบาท หรือ 15.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการเติบโตหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 566.0 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร ขณะที่ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 99.0 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตอาหารเติบโต 118.0 ล้านบาท แต่ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลงเล็กน้อยทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในปี 2565 อยู่ที่ 28.0% ลดลง 3.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 275.4 ล้านบาท ลดลง 69.1 ล้านบาท หรือ 24.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทมีกำไรในงวดที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 17.3 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของกองทุนคนไทยใจดี 3.6 ล้านบาท และสินทรัพย์ทางการเงินจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 13.7 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหารที่แสดงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาดและตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศ * **การขยายธุรกิจร้านกาแฟ:** การเปิดร้านกาแฟใหม่ "มีวนา คอฟฟี่ บ้านสาทร" เป็นการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ * **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ จะเป็นโอกาสในการฟื้นฟูอัตรากำไรขั้นต้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยการผลิต:** ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลต่อเนื่องหากไม่สามารถบริหารจัดการได้ * **การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในตลาดจีนที่บริษัทมีการลงทุนด้านการตลาดเพิ่มขึ้น การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าจะมีกำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะเมื่อมีการขายในต่างประเทศจำนวนมาก * **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย:** หากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายสินค้าได้ทันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อ GPM และกำไรในที่สุด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางต้นทุนการผลิต:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและค่าใช้จ่ายในการผลิตในปี 2566 * **กลยุทธ์การตั้งราคาขาย:** แผนการปรับราคาเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น และผลกระทบต่อปริมาณการขาย * **ผลประกอบการธุรกิจผลิตอาหารในต่างประเทศ:** การเติบโตและอัตรากำไรของธุรกิจนี้ในตลาดสำคัญ เช่น จีน * **ความคืบหน้าการดำเนินงานของร้านกาแฟ "มีวนา คอฟฟี่":** การตอบรับของตลาดและผลกำไรที่คาดหวัง * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** โดยเฉพาะค่าโฆษณาและการขยายสาขา ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **รายได้จากการขายและบริการ:** * **การขายในประเทศ:** เพิ่มขึ้น 99.0 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตอาหารเติบโต 118.0 ล้านบาท แต่ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลง 19.0 ล้านบาท * **การขายต่างประเทศ:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 566.0 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตอาหารเติบโต 568.0 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลง 2.0 ล้านบาท * **ปริมาณการขาย:** แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่การที่ GPM ลดลง อาจบ่งชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไม่ได้ชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่ หรืออาจมีการแข่งขันด้านราคาในบางช่วง **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** * **GPM ลดลง 3.0%** จาก 31.0% เป็น 28.0% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่มักเผชิญความผันผวนของราคาวัตถุดิบ **ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** * **ต้นทุนการผลิต:** เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้ GPM ลดลง * **ต้นทุนการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 128.9 ล้านบาท โดยมีค่าโฆษณาสินค้าทาโรในจีนเป็นหลัก แสดงถึงการลงทุนเพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ และการเปิดร้านกาแฟใหม่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 10.4 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายสารสนเทศและค่าใช้จ่ายทางภาษีเป็นหลัก **รายการอื่น:** * **กำไรจากเครื่องมือทางการเงิน:** มีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 17.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่อาจผันผวนได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้ ## สรุปท้าย PM ในปี 2565 เผชิญความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 3.0% แม้ว่าบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการได้ถึง 15.2% โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหารในต่างประเทศ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนก็บั่นทอนผลกำไรสุทธิจนลดลง 24.6% ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทันท่วงที ขณะที่โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายตลาดในต่างประเทศและการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและกลยุทธ์การตั้งราคาของบริษัทอย่างใกล้ชิดในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29 ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82 ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42 %
กำไรสุทธิ
148.56 ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59 %
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1% YoY
D/E Ratio
0.84

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,549.29
+9.13%
1,419.70
+20.13%
1,181.82
-8.63%
1,293.45
+16.18%
1,113.36
-6.13%
1,186.02
+11.51%
กำไรขั้นต้น
424.82
-6.61%
454.90
+13.56%
400.58
+13.12%
354.13
+4.47%
338.98
-9.97%
376.51
+13.22%
ค่าใช้จ่ายรวม
301.90
+60.50%
188.10
-24.06%
247.70
-15.07%
291.66
+31.02%
222.61
-15.25%
262.66
+6.83%
กำไรสุทธิ
148.56
-7.06%
159.85
+0.11%
159.68
+74.94%
91.28
-15.56%
108.09
+0.01%
108.09
+31.14%
กำไรต่อหุ้น
0.27
-6.99%
0.29
0.29
+74.39%
0.16
-15.46%
0.19
0.19
+31.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
27.42
-14.42%
32.04
-5.49%
33.90
+23.81%
27.38
-10.08%
30.45
-4.09%
31.75
+1.54%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
19.49
+47.09%
13.25
-36.78%
20.96
-7.05%
22.55
+12.81%
19.99
-9.75%
22.15
-4.20%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
9.59
-14.83%
11.26
-16.65%
13.51
+91.36%
7.06
-27.29%
9.71
+6.59%
9.11
+17.55%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.15
+105.07%
-2.96
-136.80%
-1.25
-2,183.33%
0.06
+131.58%
-0.19
-116.24%
1.17
-73.83%
ROE(%)
34.09
-5.25%
35.98
+37.33%
26.20
+35.12%
19.39
-22.75%
25.10
-5.99%
26.70
-25.79%
ROA(%)
23.29
-10.04%
25.89
+38.08%
18.75
+36.96%
13.69
-21.14%
17.36
-9.87%
19.26
-25.61%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.84
+12.00%
0.75
+2.74%
0.73
-15.12%
0.86
+6.17%
0.81
+1.25%
0.80
+6.67%
P/E
10.47
+25.84%
8.32
-38.05%
13.43
-24.12%
17.70
+13.68%
15.57
+31.17%
11.87
-26.23%
P/BV
3.89
+27.54%
3.05
-4.69%
3.20
-16.67%
3.84
-8.57%
4.20
+25.75%
3.34
+12.84%
BV
3.06
+4.44%
2.93
+18.62%
2.47
-1.20%
2.50
+5.93%
2.36
-0.84%
2.38
-9.51%
YIELD(%)
8.24
+47.41%
5.59
+2.76%
5.44
+15.99%
4.69
-8.04%
5.10
-47.53%
9.72
+35.38%
ราคาหุ้น
11.90
+32.96%
8.95
+13.29%
7.90
-17.71%
9.60
-3.03%
9.90
+22.98%
8.05
+3.21%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,757.77
+4.41%
1,683.59
+24.33%
1,544.21
+9.16%
1,414.62
+3.33%
1,369.05
-9.85%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,550.74
+9.44%
1,417.02
+14.68%
1,187.24
+1.43%
1,170.52
+7.56%
1,088.23
+1.92%
รวมสินทรัพย์
3,308.52
+6.71%
3,100.61
+19.72%
2,731.45
+5.66%
2,585.14
+5.20%
2,457.28
-4.99%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
930.90
+8.65%
856.76
+23.44%
922.67
+4.28%
884.84
+10.74%
798.99
+23.18%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
575.21
+20.73%
476.46
+19.15%
344.11
+27.45%
269.99
-8.28%
294.37
+1.16%
รวมหนี้สิน
1,506.11
+12.97%
1,333.22
+21.87%
1,266.78
+9.69%
1,154.83
+5.62%
1,093.36
+16.36%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,802.41
+1.98%
1,767.39
+18.16%
1,464.67
+2.40%
1,430.32
+4.87%
1,363.92
-17.17%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
34.09
35.98
19.39
25.10
26.70
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
23.29
25.89
13.69
17.36
19.26
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.89
1.97
1.67
1.60
1.71
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.24
1.40
1.09
0.86
1.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
57.37
58.39
0.00
61.03
64.68
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
40.04
44.42
0.00
63.93
59.88
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
62.47
68.98
0.00
77.46
78.50
วงจรเงินสด
34.94
33.82
0.00
47.50
46.06
D/E
0.84
0.75
0.86
0.81
0.80
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-76.96
-644.66%
14.13
265.57
-284.96%
-143.58
-130.79%
466.36
+15.20%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-59.68
-874.06%
7.71
-131.94
-169.53%
189.75
+42.22%
133.42
-251.84%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
163.00
-554.17%
-35.89
-145.79
+35.24%
-107.80
-84.68%
-703.83
+205.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
22.81
-290.56%
-11.97
-10.86
-82.37%
-61.61
-40.79%
-104.05
-220.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
91.40
+87.72%
48.69
-10.68%
56.98
+138.71%
23.87
-81.34%
127.91
+208.96%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
64.98
-28.91%
91.40
+87.72%
54.51
-4.33%
56.98
+138.71%
23.87
-81.34%