PM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PM
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.00
+0.10 (+0.92%)

สรุปสั้น

ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3910 out_tok=2858 at=2026-07-25T23:11:26 --> # PM กำไรสุทธิปี 2565 หด 24% สวนทางรายได้โต รับต้นทุนผลิตพุ่งกด GPM ## รายได้รวมโต 15.2% แต่ต้นทุนพุ่งดันกำไรสุทธิลดลง 69.1 ล้านบาท ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลัก บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 275.4 ล้านบาท ลดลง 69.1 ล้านบาท หรือ 24.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเติบโตถึง 15.2% เป็น 5,029.5 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไรมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง โดยฝ่ายจัดการได้ชี้แจงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในงบการเงินปี 2565 ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PM ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จะเติบโต คือ **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 3.0% จาก 31.0% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 28.0% ในปี 2565** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หักล้างผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการสุทธิ 665.2 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 69.1 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลจากการดำเนินงานปกติ ไม่ใช่รายการพิเศษ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุสาเหตุหลักว่ามาจาก **"ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น"** แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ลงรายละเอียดถึงชนิดของวัตถุดิบหรือปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่การที่ GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนี้ บ่งชี้ว่าต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง หรือค่าใช้จ่ายในการผลิตอื่นๆ ได้ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าการปรับขึ้นราคาขายสินค้า ทำให้ส่วนต่างของรายได้กับต้นทุนสินค้าที่ขายลดลงไป ในขณะเดียวกัน รายได้จากการขายและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้น 15.2% มาจากทั้งการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 99.0 ล้านบาท (โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหารที่เพิ่มขึ้น 118.0 ล้านบาท) และการขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 566.0 ล้านบาท (ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจผลิตอาหาร) แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขยายตลาดและเพิ่มปริมาณการขาย แต่ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปสู่ราคาขายได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 128.9 ล้านบาท โดยมีค่าโฆษณาสินค้าทาโรในจีนเป็นหลัก และค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านกาแฟใหม่ "มีวนา คอฟฟี่ บ้านสาทร" รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 10.4 ล้านบาท ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิเพิ่มเติม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มต้นทุนการผลิตในอนาคต หรือกลยุทธ์การปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ลดลง "มาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น" โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว อาจบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนอาจยังคงอยู่ ปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ทิศทางราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตอาหารของบริษัท รวมถึงความสามารถในการแข่งขันและกลยุทธ์การตั้งราคาในตลาดจีนและตลาดอื่นๆ ที่บริษัทมีการขายสินค้าเพิ่มขึ้น หากต้นทุนยังคงอยู่ในระดับสูงและไม่สามารถปรับราคาขายได้ทัน อาจส่งผลกระทบต่อ GPM และกำไรสุทธิในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 24.6%** อยู่ที่ 275.4 ล้านบาท จาก 344.5 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายและบริการสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.2%** เป็น 5,029.5 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2565 หดตัว 3.0%** อยู่ที่ 28.0% เทียบกับ 31.0% ในปีก่อน * **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น** เป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GPM และกำไรสุทธิ * **รายได้จากการขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น** โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหาร เพิ่มขึ้น 566.0 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น** จากค่าโฆษณาสินค้าทาโรในจีน และการเปิดร้านกาแฟใหม่ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการสุทธิรวม 5,029.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 665.2 ล้านบาท หรือ 15.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการเติบโตหลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 566.0 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร ขณะที่ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 99.0 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตอาหารเติบโต 118.0 ล้านบาท แต่ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลงเล็กน้อยทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในปี 2565 อยู่ที่ 28.0% ลดลง 3.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 275.4 ล้านบาท ลดลง 69.1 ล้านบาท หรือ 24.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทมีกำไรในงวดที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 17.3 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของกองทุนคนไทยใจดี 3.6 ล้านบาท และสินทรัพย์ทางการเงินจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า 13.7 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหารที่แสดงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงศักยภาพในการขยายตลาดและตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศ * **การขยายธุรกิจร้านกาแฟ:** การเปิดร้านกาแฟใหม่ "มีวนา คอฟฟี่ บ้านสาทร" เป็นการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ * **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ จะเป็นโอกาสในการฟื้นฟูอัตรากำไรขั้นต้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยการผลิต:** ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลต่อเนื่องหากไม่สามารถบริหารจัดการได้ * **การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในตลาดจีนที่บริษัทมีการลงทุนด้านการตลาดเพิ่มขึ้น การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าจะมีกำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะเมื่อมีการขายในต่างประเทศจำนวนมาก * **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย:** หากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายสินค้าได้ทันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อ GPM และกำไรในที่สุด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางต้นทุนการผลิต:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและค่าใช้จ่ายในการผลิตในปี 2566 * **กลยุทธ์การตั้งราคาขาย:** แผนการปรับราคาเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น และผลกระทบต่อปริมาณการขาย * **ผลประกอบการธุรกิจผลิตอาหารในต่างประเทศ:** การเติบโตและอัตรากำไรของธุรกิจนี้ในตลาดสำคัญ เช่น จีน * **ความคืบหน้าการดำเนินงานของร้านกาแฟ "มีวนา คอฟฟี่":** การตอบรับของตลาดและผลกำไรที่คาดหวัง * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** โดยเฉพาะค่าโฆษณาและการขยายสาขา ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) **รายได้จากการขายและบริการ:** * **การขายในประเทศ:** เพิ่มขึ้น 99.0 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตอาหารเติบโต 118.0 ล้านบาท แต่ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลง 19.0 ล้านบาท * **การขายต่างประเทศ:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 566.0 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตอาหารเติบโต 568.0 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลง 2.0 ล้านบาท * **ปริมาณการขาย:** แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น แต่การที่ GPM ลดลง อาจบ่งชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไม่ได้ชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่ หรืออาจมีการแข่งขันด้านราคาในบางช่วง **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** * **GPM ลดลง 3.0%** จาก 31.0% เป็น 28.0% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่มักเผชิญความผันผวนของราคาวัตถุดิบ **ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** * **ต้นทุนการผลิต:** เป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้ GPM ลดลง * **ต้นทุนการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 128.9 ล้านบาท โดยมีค่าโฆษณาสินค้าทาโรในจีนเป็นหลัก แสดงถึงการลงทุนเพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ และการเปิดร้านกาแฟใหม่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 10.4 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายสารสนเทศและค่าใช้จ่ายทางภาษีเป็นหลัก **รายการอื่น:** * **กำไรจากเครื่องมือทางการเงิน:** มีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 17.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่อาจผันผวนได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้ ## สรุปท้าย PM ในปี 2565 เผชิญความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 3.0% แม้ว่าบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการได้ถึง 15.2% โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหารในต่างประเทศ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนก็บั่นทอนผลกำไรสุทธิจนลดลง 24.6% ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทันท่วงที ขณะที่โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายตลาดในต่างประเทศและการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและกลยุทธ์การตั้งราคาของบริษัทอย่างใกล้ชิดในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29 ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82 ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42 %
กำไรสุทธิ
148.56 ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59 %
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1% YoY
D/E Ratio
0.84

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,549.29
+9.13%
1,419.70
+20.13%
1,181.82
-8.63%
1,293.45
+16.18%
1,113.36
-6.13%
1,186.02
+11.51%
กำไรขั้นต้น —
424.82
-6.61%
454.90
+13.56%
400.58
+13.12%
354.13
+4.47%
338.98
-9.97%
376.51
+13.22%
ค่าใช้จ่ายรวม —
301.90
+60.50%
188.10
-24.06%
247.70
-15.07%
291.66
+31.02%
222.61
-15.25%
262.66
+6.83%
กำไรสุทธิ —
148.56
-7.06%
159.85
+0.11%
159.68
+74.94%
91.28
-15.56%
108.09
+0.01%
108.09
+31.14%
กำไรต่อหุ้น —
0.27
-6.99%
0.29
0.29
+74.39%
0.16
-15.46%
0.19
0.19
+31.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
27.42
-14.42%
32.04
-5.49%
33.90
+23.81%
27.38
-10.08%
30.45
-4.09%
31.75
+1.54%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
19.49
+47.09%
13.25
-36.78%
20.96
-7.05%
22.55
+12.81%
19.99
-9.75%
22.15
-4.20%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
9.59
-14.83%
11.26
-16.65%
13.51
+91.36%
7.06
-27.29%
9.71
+6.59%
9.11
+17.55%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.15
+105.07%
-2.96
-136.80%
-1.25
-2,183.33%
0.06
+131.58%
-0.19
-116.24%
1.17
-73.83%
ROE(%) —
34.09
-5.25%
35.98
+37.33%
26.20
+35.12%
19.39
-22.75%
25.10
-5.99%
26.70
-25.79%
ROA(%) —
23.29
-10.04%
25.89
+38.08%
18.75
+36.96%
13.69
-21.14%
17.36
-9.87%
19.26
-25.61%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.84
+12.00%
0.75
+2.74%
0.73
-15.12%
0.86
+6.17%
0.81
+1.25%
0.80
+6.67%
P/E —
10.47
+25.84%
8.32
-38.05%
13.43
-24.12%
17.70
+13.68%
15.57
+31.17%
11.87
-26.23%
P/BV —
3.89
+27.54%
3.05
-4.69%
3.20
-16.67%
3.84
-8.57%
4.20
+25.75%
3.34
+12.84%
BV —
3.06
+4.44%
2.93
+18.62%
2.47
-1.20%
2.50
+5.93%
2.36
-0.84%
2.38
-9.51%
YIELD(%) —
8.24
+47.41%
5.59
+2.76%
5.44
+15.99%
4.69
-8.04%
5.10
-47.53%
9.72
+35.38%
ราคาหุ้น —
11.90
+32.96%
8.95
+13.29%
7.90
-17.71%
9.60
-3.03%
9.90
+22.98%
8.05
+3.21%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.27

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,757.77
+4.41%
1,683.59
+24.33%
—
1,544.21
+9.16%
1,414.62
+3.33%
1,369.05
-9.85%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,550.74
+9.44%
1,417.02
+14.68%
—
1,187.24
+1.43%
1,170.52
+7.56%
1,088.23
+1.92%
รวมสินทรัพย์ —
3,308.52
+6.71%
3,100.61
+19.72%
—
2,731.45
+5.66%
2,585.14
+5.20%
2,457.28
-4.99%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
930.90
+8.65%
856.76
+23.44%
—
922.67
+4.28%
884.84
+10.74%
798.99
+23.18%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
575.21
+20.73%
476.46
+19.15%
—
344.11
+27.45%
269.99
-8.28%
294.37
+1.16%
รวมหนี้สิน —
1,506.11
+12.97%
1,333.22
+21.87%
—
1,266.78
+9.69%
1,154.83
+5.62%
1,093.36
+16.36%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,802.41
+1.98%
1,767.39
+18.16%
—
1,464.67
+2.40%
1,430.32
+4.87%
1,363.92
-17.17%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
34.09
35.98
—
19.39
25.10
26.70
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
23.29
25.89
—
13.69
17.36
19.26
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.89
1.97
—
1.67
1.60
1.71
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.24
1.40
—
1.09
0.86
1.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
57.37
58.39
—
0.00
61.03
64.68
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
40.04
44.42
—
0.00
63.93
59.88
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
62.47
68.98
—
0.00
77.46
78.50
วงจรเงินสด —
34.94
33.82
—
0.00
47.50
46.06
D/E —
0.84
0.75
—
0.86
0.81
0.80
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-76.96
-644.66%
14.13
—
265.57
-284.96%
-143.58
-130.79%
466.36
+15.20%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-59.68
-874.06%
7.71
—
-131.94
-169.53%
189.75
+42.22%
133.42
-251.84%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
163.00
-554.17%
-35.89
—
-145.79
+35.24%
-107.80
-84.68%
-703.83
+205.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
22.81
-290.56%
-11.97
—
-10.86
-82.37%
-61.61
-40.79%
-104.05
-220.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
91.40
+87.72%
48.69
-10.68%
—
56.98
+138.71%
23.87
-81.34%
127.91
+208.96%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
64.98
-28.91%
91.40
+87.72%
—
54.51
-4.33%
56.98
+138.71%
23.87
-81.34%