บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ
นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก
ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4183 out_tok=2245 at=2026-07-27T11:37:44 -->
# PM Q2/2564 กำไรสุทธิวูบ 59% รับผลกระทบรายการพิเศษ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 5% แต่ GPM หด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง กดดันกำไรสุทธิ
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 35.2 ล้านบาท ลดลง 58.8 ล้านบาท หรือ 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 5% จากการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจผลิตอาหารในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ PM ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **1) การรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการจัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน** และ **2) ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยหากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กำไรจากการดำเนินงานยังคงลดลง 54.1 ล้านบาท หรือ 51% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายการพิเศษด้านการเงิน:** บริษัทรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการจัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9) ในส่วนของเงินลงทุนในกองทุนและสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward contract) เป็นผลขาดทุน 2.4 ล้านบาท ซึ่งต่างจากปีก่อนที่รับรู้เป็นกำไร 10.5 ล้านบาท ทำให้เกิดผลแตกต่างขาดทุนเพิ่มขึ้น 13.0 ล้านบาท
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนส่วนนี้เพิ่มขึ้น 35.6 ล้านบาท หรือ 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้น 23.8 ล้านบาท สำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงค่าส่งเสริมการขาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขาย และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 28.7 ล้านบาท หรือ 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรที่เพิ่มขึ้น 24.0 ล้านบาท จากการปรับอัตราเงินค่าจ้างและเงินรางวัลประจำปี รวมถึงค่าข้อมูลทางการตลาดและค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจากรายการพิเศษด้านการเงินนั้นมีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ณ วันที่รายงาน อย่างไรก็ตาม สำหรับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายบุคลากร อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากบริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายตลาดและปรับโครงสร้างค่าตอบแทนพนักงาน ซึ่งต้องติดตามแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ของฝ่ายบริหารในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 59%:** อยู่ที่ 35.2 ล้านบาท จาก 97.0 ล้านบาทใน Q2/2563 (หากไม่รวมรายการพิเศษด้านการเงิน กำไรจากการดำเนินงานลดลง 51% อยู่ที่ 51.2 ล้านบาท)
* **รายได้รวมเติบโต 5%:** อยู่ที่ 1,055.3 ล้านบาท จาก 1,001.2 ล้านบาทใน Q2/2563
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** อยู่ที่ 31.8% ลดลง 0.8% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจผลิตอาหาร
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 35.6 ล้านบาท จากค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 28.7 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายบุคลากรและการปรับค่าจ้าง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,055.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 54.1 ล้านบาท หรือ 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 39.1 ล้านบาท จากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก และรายได้ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 15.0 ล้านบาท จากธุรกิจผลิตอาหาร (เพิ่ม 12.2 ล้านบาท) และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (เพิ่ม 2.8 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 31.8% ลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจผลิตอาหารที่มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่าย 35.6 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 28.7 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบุคลากร ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ในประเทศ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคในประเทศ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและขยายตลาดในประเทศได้
* **การเติบโตของรายได้ส่งออก:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจผลิตอาหารและจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุน:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมและบริหารต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายบุคลากร
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** ความสามารถในการเติบโตของรายได้จากการส่งออก และการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษด้านการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่อาจส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากธุรกิจผลิตอาหาร ซึ่งอาจมีปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบเข้ามาเกี่ยวข้อง
* **Volume:** รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 5.4% สะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจผลิตอาหาร
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 0.8% โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจผลิตอาหาร
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายและบริการในประเทศเพิ่มขึ้นจากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคเป็นหลัก และรายได้ในต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตอาหารและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้จากการขายและบริการในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 15.0 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการเติบโตในตลาดส่งออก แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
PM ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการจัดจำหน่ายสินค้าและการผลิตในต่างประเทศ แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายบุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่ผลกระทบจากรายการพิเศษด้านการเงินมีลักษณะครั้งคราว การบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42
%
กำไรสุทธิ
148.56
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.96
-644.66%
|
14.13
|
— |
265.57
-284.96%
|
-143.58
-130.79%
|
466.36
+15.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.68
-874.06%
|
7.71
|
— |
-131.94
-169.53%
|
189.75
+42.22%
|
133.42
-251.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
163.00
-554.17%
|
-35.89
|
— |
-145.79
+35.24%
|
-107.80
-84.68%
|
-703.83
+205.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
22.81
-290.56%
|
-11.97
|
— |
-10.86
-82.37%
|
-61.61
-40.79%
|
-104.05
-220.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.40
+87.72%
|
48.69
-10.68%
|
— |
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|
127.91
+208.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.98
-28.91%
|
91.40
+87.72%
|
— |
54.51
-4.33%
|
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|