บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ
นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก
ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4110 out_tok=2048 at=2026-07-26T00:32:47 -->
# PM Q3/2564 กำไรวูบ 41.2 ล้านบาท รายได้ส่งออกโตสวนทางตลาดในประเทศซบ
## รายได้ส่งออกเติบโตโดดเด่น 127.1 ล้านบาท ชดเชยตลาดในประเทศหดตัว ขณะที่ GPM ลดลงจากเร่งขายสินค้ากลุ่มกาแฟ
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 75.2 ล้านบาท ลดลง 41.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการส่งออกจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ส่งผลให้การบริโภคในประเทศชะลอตัว ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงจากการเร่งระบายสต็อกสินค้ากลุ่มกาแฟ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ PM ในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลง 41.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การหดตัวของรายได้จากการขายและบริการในประเทศ** ประกอบกับ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง** แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจาก **การเติบโตอย่างโดดเด่นของรายได้จากการส่งออก** ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ในประเทศลดลง:** สถานการณ์โควิด-19 และมาตรการล็อคดาวน์/เคอร์ฟิว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศ ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลง 26.6 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** GPM รวมอยู่ที่ 28.8% ลดลง 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเร่งจำหน่ายสินค้ากลุ่มกาแฟ ซึ่งส่งผลต่อ GPM โดยรวม
* **รายได้ส่งออกเติบโต:** ในทางกลับกัน การส่งออกยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้จากการขายและบริการในต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 127.1 ล้านบาท ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากตลาดในประเทศได้บางส่วน
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรที่เพิ่มขึ้น 8.5 ล้านบาท และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.7 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาต่อเนื่อง:
* **ผลกระทบจากโควิด-19:** มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดและการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์คลี่คลายและมาตรการผ่อนคลาย อาจเห็นการฟื้นตัวของรายได้ในประเทศ
* **การเร่งขายสินค้ากลุ่มกาแฟ:** การที่ GPM ลดลงจากการเร่งจำหน่ายสินค้ากลุ่มกาแฟ อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การบริหารสต็อกของบริษัท หากสามารถบริหารจัดการสต็อกได้ดีขึ้น อาจเห็น GPM ปรับตัวดีขึ้นในอนาคต
* **การเติบโตของการส่งออก:** แนวโน้มการเติบโตของการส่งออกยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ซึ่งต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้หรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 41.2 ล้านบาท:** อยู่ที่ 75.2 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับปีก่อน
* **รายได้ในประเทศหดตัว 26.6 ล้านบาท:** จากผลกระทบโควิด-19 และมาตรการล็อคดาวน์
* **รายได้ส่งออกเติบโต 127.1 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชดเชยตลาดในประเทศ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 5.7%:** เนื่องจากมีการเร่งจำหน่ายสินค้ากลุ่มกาแฟ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 13.0 ล้านบาท:** ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายบุคลากรและผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 75.2 ล้านบาท ลดลง 41.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการในประเทศลดลง 26.6 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายและบริการในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 127.1 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 28.8% ลดลง 5.7% จากปีก่อน เนื่องจากมีการเร่งจำหน่ายสินค้ากลุ่มกาแฟ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 9.2% ลดลง 0.4% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายบุคลากร และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.7 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของการส่งออก:** เป็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานรายได้และกระจายความเสี่ยงจากตลาดในประเทศ
* **การเปิด Flagship Store:** การเปิดร้านกาแฟ "มีวนา" เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์และเรื่องราวของกาแฟอินทรีย์ อาจเป็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและมาตรการผ่อนคลาย จะส่งผลดีต่อการบริโภคในประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อ อาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจกาแฟและสินค้าอุปโภคบริโภค อาจกดดันด้านราคาและมาร์จิ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการในประเทศ
* ผลกระทบจากการเร่งจำหน่ายสินค้ากลุ่มกาแฟต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ
* ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการเปิด Flagship Store "มีวนา"
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบหลัก แต่ระบุว่ามีการเร่งจำหน่ายสินค้ากลุ่มกาแฟ ซึ่งส่งผลต่อ GPM
* **Volume:** รายได้ในประเทศลดลง (Volume ขายในประเทศลดลง) ขณะที่รายได้ส่งออกเพิ่มขึ้น (Volume ขายส่งออกเพิ่มขึ้น)
* **GPM:** ลดลง 5.7% เนื่องจากเร่งจำหน่ายสินค้ากลุ่มกาแฟ
* **ช่องทางขาย:** การเปิด Flagship Store "มีวนา" เป็นการลงทุนเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์
* **สต็อก:** การเร่งจำหน่ายสินค้ากลุ่มกาแฟ อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสต็อก
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้ส่งออกเติบโต 127.1 ล้านบาท แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.7 ล้านบาท
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
PM ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้รายได้ในประเทศหดตัว และ GPM ลดลงจากการเร่งระบายสต็อกสินค้ากลุ่มกาแฟ แม้ว่าการส่งออกจะเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิปรับลดลง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของการส่งออกและการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ในระยะยาว เช่น Flagship Store "มีวนา" อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42
%
กำไรสุทธิ
148.56
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.96
-644.66%
|
14.13
|
— |
265.57
-284.96%
|
-143.58
-130.79%
|
466.36
+15.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.68
-874.06%
|
7.71
|
— |
-131.94
-169.53%
|
189.75
+42.22%
|
133.42
-251.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
163.00
-554.17%
|
-35.89
|
— |
-145.79
+35.24%
|
-107.80
-84.68%
|
-703.83
+205.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
22.81
-290.56%
|
-11.97
|
— |
-10.86
-82.37%
|
-61.61
-40.79%
|
-104.05
-220.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.40
+87.72%
|
48.69
-10.68%
|
— |
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|
127.91
+208.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.98
-28.91%
|
91.40
+87.72%
|
— |
54.51
-4.33%
|
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|