บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ
นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก
ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3898 out_tok=2080 at=2026-07-25T23:58:03 -->
# PM กำไร Q2/65 หด 24% สวนทางรายได้โตแรง รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกด GPM
## รายได้รวมโต 20% แต่กำไรสุทธิลดลง 8.3 ล้านบาท เหตุต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์สูงขึ้น กดอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 26.9 ล้านบาท ลดลง 8.3 ล้านบาท หรือ 23.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 207.0 ล้านบาท หรือ 19.7% เป็น 1,262.3 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรคือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PM ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 19.7% (207.0 ล้านบาท) เป็น 1,262.3 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 8.3 ล้านบาท (23.7%) มาอยู่ที่ 26.9 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและหีบห่อบรรจุภัณฑ์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจผลิตอาหารลดลง โดยอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทอยู่ที่ 27.0% ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายยังเพิ่มขึ้น 17.7 ล้านบาท เป็น 149.4 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายโฆษณาสินค้าทาโรในประเทศจีนเพิ่มขึ้น 9.7 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านกาแฟแห่งใหม่ "มีรนาคอฟฟี่ บ้านสาทร" ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับลดลง 28.9 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปรับอัตราค่าจ้างและเงินรางวัลประจำปี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือแผนการบริหารจัดการต้นทุนของฝ่ายจัดการ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายโฆษณาในประเทศจีนและการเปิดร้านกาแฟแห่งใหม่ อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในระยะสั้นถึงปานกลาง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 23.7% YoY:** อยู่ที่ 26.9 ล้านบาท จาก 35.2 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 19.7% YoY:** อยู่ที่ 1,262.3 ล้านบาท จาก 1,055.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** ลดลง 4.8% เป็น 27.0% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น
* **ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น:** 22.0 ล้านบาท จากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจผลิตอาหาร
* **ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น:** 185.0 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการสุทธิรวม 1,262.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 207.0 ล้านบาท หรือ 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 22.0 ล้านบาท จากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจผลิตอาหาร ขณะที่การขายต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 185.0 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 4.8% เป็น 27.0% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 8.3 ล้านบาท หรือ 23.7% มาอยู่ที่ 26.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหารที่เพิ่มขึ้นถึง 181.1 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ
* **การเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มียอดขายเพิ่มขึ้น
* **การเปิดร้านกาแฟแห่งใหม่:** "มีรนาคอฟฟี่ บ้านสาทร" อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจผลิตอาหาร
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะค่าโฆษณาในประเทศจีน และค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านกาแฟแห่งใหม่ อาจกดดันผลกำไรในระยะสั้น
* **การรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน:** จำนวน 15.9 ล้านบาท อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในแต่ละไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์:** และผลกระทบต่อ GPM ของธุรกิจผลิตอาหาร
* **ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย
* **ผลประกอบการของร้านกาแฟแห่งใหม่:** "มีรนาคอฟฟี่ บ้านสาทร" และศักยภาพในการสร้างรายได้
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหาร
* **การบริหารจัดการผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสินทรัพย์ทางการเงิน:**
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบและสินค้า:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าต้นทุนราคาวัตถุดิบและหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจผลิตอาหาร
* **Volume:** แม้จะไม่มีการระบุตัวเลข volume การขายที่ชัดเจน แต่การเติบโตของรายได้จากการขายทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย หรือการปรับราคาขายที่สูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 4.8% เป็น 27.0% ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** มีการกล่าวถึงการขายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเปิดร้านกาแฟแห่งใหม่ ซึ่งเป็นช่องทางขายที่เพิ่มขึ้น
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 185.0 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร ซึ่งอาจได้รับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือการขยายตลาดที่ประสบความสำเร็จ
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยด้านฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
PM ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงและกำไรสุทธิหดตัว แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไรในอนาคต ขณะที่การขยายช่องทางขายใหม่ๆ เช่น ร้านกาแฟ และการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ยังคงเป็นโอกาสที่น่าสนใจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42
%
กำไรสุทธิ
148.56
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.96
-644.66%
|
14.13
|
— |
265.57
-284.96%
|
-143.58
-130.79%
|
466.36
+15.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.68
-874.06%
|
7.71
|
— |
-131.94
-169.53%
|
189.75
+42.22%
|
133.42
-251.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
163.00
-554.17%
|
-35.89
|
— |
-145.79
+35.24%
|
-107.80
-84.68%
|
-703.83
+205.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
22.81
-290.56%
|
-11.97
|
— |
-10.86
-82.37%
|
-61.61
-40.79%
|
-104.05
-220.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.40
+87.72%
|
48.69
-10.68%
|
— |
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|
127.91
+208.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.98
-28.91%
|
91.40
+87.72%
|
— |
54.51
-4.33%
|
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|