บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ
นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก
ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4089 out_tok=2050 at=2026-07-26T00:23:22 -->
# PM กำไร Q1/65 ดิ่ง 33% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายในปท.วูบ
## รายได้รวมหด 5% ต้นทุนพุ่งกด GPM วูบ 3.7% ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าขนส่งพุ่งกระทบ
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 85.8 ล้านบาท ลดลง 33.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงเล็กน้อย ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าบรรจุภัณฑ์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ PM ในไตรมาส 1 ปี 2565 ลดลง 33.3% หรือ 43.0 ล้านบาท มาจาก **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถึง 3.7%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าหีบห่อบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับ **ยอดขายในประเทศที่ลดลง 67.8 ล้านบาท** แม้ว่ายอดขายต่างประเทศจะเติบโตได้ดีก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเกิดจาก **ต้นทุนราคาวัตถุดิบและค่าหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันโดยตรงต่อ GPM นอกจากนี้ การที่ยอดขายในประเทศลดลง 67.8 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ลดลง 117.5 ล้านบาท แม้จะมีการเติบโตในธุรกิจผลิตอาหารและธุรกิจกาแฟมาชดเชยบางส่วน ก็ส่งผลให้รายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 1,209.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 59.8 ล้านบาท หรือ 5.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะเดียวกัน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 13.2 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายโฆษณาในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายพนักงานขายที่สูงขึ้นจากการปรับอัตราค่าจ้างและเงินรางวัล ส่วนค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 10.5 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายบุคลากรที่เพิ่มขึ้นจากการปรับอัตราค่าจ้างและเงินรางวัล รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าบรรจุภัณฑ์จะลดลงเมื่อใด หรือยอดขายในประเทศจะฟื้นตัวได้เมื่อไหร่ แม้ว่ายอดขายต่างประเทศจะเติบโตได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและยอดขายในประเทศที่ลดลงได้อย่างเต็มที่ การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 33.3%:** อยู่ที่ 85.8 ล้านบาท จาก 128.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.2%:** อยู่ที่ 1,209.2 ล้านบาท จาก 1,149.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **GPM หดตัว 3.7%:** อยู่ที่ 28.4% จาก 32.1% ในปีก่อน
* **ยอดขายในประเทศลดลง:** อยู่ที่ 766.4 ล้านบาท ลดลง 67.8 ล้านบาท
* **ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 442.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.6 ล้านบาท
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น:** เป็นสาเหตุหลักกดดัน GPM
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,209.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.8 ล้านบาท หรือ 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายในประเทศอยู่ที่ 766.4 ล้านบาท ลดลง 67.8 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 127.6 ล้านบาท เป็น 442.8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 32.1% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 28.4% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 33.3% มาอยู่ที่ 85.8 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:** ธุรกิจผลิตอาหารในต่างประเทศมีการเติบโตที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยยอดขายในประเทศที่ชะลอตัว
* **การเติบโตของธุรกิจกาแฟ:** ธุรกิจกาแฟมีการเติบโต 50.7 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการขยายตลาดต่อไป
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น:** เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นและส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **ยอดขายในประเทศที่ลดลง:** โดยเฉพาะจากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งอาจสะท้อนถึงภาวะกำลังซื้อหรือการแข่งขันในตลาด
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าบรรจุภัณฑ์ในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางยอดขายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* การเติบโตของธุรกิจผลิตอาหารในต่างประเทศและธุรกิจกาแฟ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนราคาวัตถุดิบและค่าหีบห่อบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **Volume:** ยอดขายในประเทศลดลง 67.8 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคลดลง 117.5 ล้านบาท แต่ธุรกิจผลิตอาหารเพิ่มขึ้น 49.7 ล้านบาท (ธุรกิจกาแฟเพิ่ม 50.7 ล้านบาท) ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 127.6 ล้านบาท จากธุรกิจผลิตอาหาร
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 3.7% อยู่ที่ 28.4%
* **ช่องทางขาย:** ยอดขายในประเทศชะลอตัว แต่ยอดขายต่างประเทศเติบโตได้ดี
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 127.6 ล้านบาท และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 9.6 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 0.8 ล้านบาท)
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** รับรู้เป็นกำไร 3.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.8 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## สรุปท้าย
PM เผชิญความท้าทายในไตรมาส 1 ปี 2565 จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับยอดขายในประเทศที่ชะลอตัว แม้ว่ายอดขายในต่างประเทศจะเติบโตได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและทิศทางยอดขายในประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42
%
กำไรสุทธิ
148.56
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.96
-644.66%
|
14.13
|
— |
265.57
-284.96%
|
-143.58
-130.79%
|
466.36
+15.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.68
-874.06%
|
7.71
|
— |
-131.94
-169.53%
|
189.75
+42.22%
|
133.42
-251.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
163.00
-554.17%
|
-35.89
|
— |
-145.79
+35.24%
|
-107.80
-84.68%
|
-703.83
+205.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
22.81
-290.56%
|
-11.97
|
— |
-10.86
-82.37%
|
-61.61
-40.79%
|
-104.05
-220.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.40
+87.72%
|
48.69
-10.68%
|
— |
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|
127.91
+208.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.98
-28.91%
|
91.40
+87.72%
|
— |
54.51
-4.33%
|
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|