บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ
นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก
ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4804 out_tok=2439 at=2026-07-26T00:15:42 -->
# PM Q4/2564 กำไรสุทธิหด 13% สวนทางรายได้โต รับผลกระทบโควิด-19-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้รวมโต 5% แต่ GPM หด 1.5% กดดันกำไรสุทธิปี 64 วูบ 13% ฝ่ายจัดการเร่งขยายตลาดจีน-เพิ่มความหลากหลายสินค้าในประเทศ
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิ 344.6 ล้านบาท ลดลง 54.2 ล้านบาท หรือ 13.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเพิ่มขึ้น 203.8 ล้านบาท หรือ 4.9% เป็น 4,364.3 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อและการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบบางรายการในช่วงครึ่งปีหลัง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ PM ในปี 2564 ปรับตัวลดลง แม้รายได้รวมจะเติบโต คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 1.5%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม แม้จะมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในต่างประเทศ และการรับรู้กำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก **การจำหน่ายสินค้าในกลุ่มกาแฟที่ทำกำไรลดลง 1%** และ **กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารที่กำไรลดลง 0.5%** ซึ่งเป็นผลมาจาก **ราคาวัตถุดิบหลักและผลิตภัณฑ์บรรจุหีบห่อที่ปรับตัวสูงขึ้น** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการป้องกันโควิด-19 ของโรงงาน** นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายยังเพิ่มขึ้น 32.1 ล้านบาท จากค่าโฆษณาและส่งเสริมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ (Traceability) และการเปิดร้านกาแฟใหม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 35.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหาร รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 6.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยบางส่วน ได้แก่ **การรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่ 8.52 ล้านบาท** เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 12.05 ล้านบาท และ **กำไรจากการประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน 14.12 ล้านบาท** รวมถึง **มูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินราคา 8.29 ล้านบาท** ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานหลัก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะระบุถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศจีนผ่านการจัดตั้งบริษัทย่อย และการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในประเทศ รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค แต่ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะต่อไป การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย รวมถึงการขยายตลาดใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 344.6 ล้านบาท ลดลง 13.6% YoY** จากผลกระทบโควิด-19 และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการขายและบริการสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 4.9% YoY เป็น 4,364.3 ล้านบาท**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2564 หดตัวลง 1.5%** จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์
* **การขายในประเทศลดลง 50.8 ล้านบาท** จากผลกระทบโควิด-19 แต่ธุรกิจผลิตอาหารกลุ่มกาแฟมียอดขายเพิ่มขึ้น
* **การขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 254.6 ล้านบาท** โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในยุโรปและอเมริกา และการจำหน่ายสินค้าทาโรในจีน
* **จัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศจีน (Shenzhen Premier Marketing Company Limited)** เพื่อขยายตลาดสินค้าของบริษัทและบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 344.6 ล้านบาท ลดลง 54.2 ล้านบาท หรือ 13.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเพิ่มขึ้น 203.8 ล้านบาท หรือ 4.9% เป็น 4,364.3 ล้านบาท การหดตัวของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 1.5% จาก 30.9% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 29.4% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันโควิด-19 ของโรงงาน
## โอกาส
* **การขยายตลาดในประเทศจีน:** การจัดตั้งบริษัทย่อย Shenzhen Premier Marketing Company Limited เพื่อทำการตลาดและสร้างการรับรู้ของสินค้าในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่
* **การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในประเทศ:** การเพิ่มทางเลือกสินค้าและจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคผ่านโครงการ Traceability และช่องทางการขายออนไลน์
* **การเติบโตของธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในต่างประเทศ:** ยอดขายในกลุ่มอาหารสัตว์ในตลาดยุโรปและอเมริกาที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง
* **การจำหน่ายสินค้าทาโรในประเทศจีน:** มียอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการขยายตลาดสินค้าดังกล่าว
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อ:** ส่งผลกระทบต่อการจัดจำหน่ายสินค้าในประเทศ และอาจกระทบต่อการขนส่งระหว่างประเทศ
* **ต้นทุนวัตถุดิบบางรายการมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น:** โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ข้อจำกัดการขนส่งระหว่างประเทศ:** การตรวจสินค้าที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ใช้ระยะเวลานานขึ้นในการนำสินค้าออกจำหน่าย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักและบรรจุภัณฑ์ จะส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างไร
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในประเทศจีน:** การขยายตลาดและการสร้างยอดขายในจีนจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่
* **การฟื้นตัวของการขายในประเทศ:** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 จะช่วยหนุนการขายในประเทศได้มากน้อยเพียงใด
* **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร เพื่อชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุน
* **การเติบโตของธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในตลาดต่างประเทศ:** ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้สำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** มีการระบุชัดเจนว่าวัตถุดิบบางรายการมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM ของกลุ่มธุรกิจผลิตอาหาร
* **Volume:** การขายในประเทศได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ปริมาณการขายลดลง 81.9 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจผลิตอาหารกลุ่มกาแฟมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการเร่งจัดจำหน่าย และธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในต่างประเทศมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง 1.5% โดยกลุ่มกาแฟลดลง 1% และกลุ่มผลิตอาหารลดลง 0.5% จากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศจีน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในประเทศผ่านออนไลน์ รวมถึงการเปิดร้านกาแฟใหม่
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าโดยตรง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การขายต่างประเทศเติบโต 254.6 ล้านบาท โดยเฉพาะอาหารสัตว์ในยุโรป/อเมริกา และมีการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 6.5 ล้านบาท
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **การลงทุน:** มีการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงานของบริษัทย่อย ทำให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น
* **เงินสด:** มีการชำระทุนจดทะเบียนบริษัทย่อยในประเทศจีน 1 ล้านหยวนจีน
* **รายการปรับมูลค่า:** มีการรับรู้กำไรจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน 8.52 ล้านบาท และมูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น 8.29 ล้านบาท ซึ่งส่งผลต่อส่วนของผู้ถือหุ้น
## สรุปท้าย
PM ในปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้กำไรสุทธิหดตัว แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการขยายตัวของธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในต่างประเทศและการจำหน่ายสินค้าในจีน อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งบริษัทย่อยในจีนและการเพิ่มความหลากหลายสินค้าในประเทศเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนและสถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42
%
กำไรสุทธิ
148.56
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.96
-644.66%
|
14.13
|
— |
265.57
-284.96%
|
-143.58
-130.79%
|
466.36
+15.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.68
-874.06%
|
7.71
|
— |
-131.94
-169.53%
|
189.75
+42.22%
|
133.42
-251.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
163.00
-554.17%
|
-35.89
|
— |
-145.79
+35.24%
|
-107.80
-84.68%
|
-703.83
+205.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
22.81
-290.56%
|
-11.97
|
— |
-10.86
-82.37%
|
-61.61
-40.79%
|
-104.05
-220.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.40
+87.72%
|
48.69
-10.68%
|
— |
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|
127.91
+208.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.98
-28.91%
|
91.40
+87.72%
|
— |
54.51
-4.33%
|
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|