PM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PM
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.00
+0.10 (+0.92%)

สรุปสั้น

ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4804 out_tok=2439 at=2026-07-26T00:15:42 --> # PM Q4/2564 กำไรสุทธิหด 13% สวนทางรายได้โต รับผลกระทบโควิด-19-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ## รายได้รวมโต 5% แต่ GPM หด 1.5% กดดันกำไรสุทธิปี 64 วูบ 13% ฝ่ายจัดการเร่งขยายตลาดจีน-เพิ่มความหลากหลายสินค้าในประเทศ บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิ 344.6 ล้านบาท ลดลง 54.2 ล้านบาท หรือ 13.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเพิ่มขึ้น 203.8 ล้านบาท หรือ 4.9% เป็น 4,364.3 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อและการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบบางรายการในช่วงครึ่งปีหลัง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ PM ในปี 2564 ปรับตัวลดลง แม้รายได้รวมจะเติบโต คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 1.5%** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม แม้จะมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในต่างประเทศ และการรับรู้กำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก **การจำหน่ายสินค้าในกลุ่มกาแฟที่ทำกำไรลดลง 1%** และ **กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารที่กำไรลดลง 0.5%** ซึ่งเป็นผลมาจาก **ราคาวัตถุดิบหลักและผลิตภัณฑ์บรรจุหีบห่อที่ปรับตัวสูงขึ้น** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการป้องกันโควิด-19 ของโรงงาน** นอกจากนี้ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายยังเพิ่มขึ้น 32.1 ล้านบาท จากค่าโฆษณาและส่งเสริมการขายสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบ (Traceability) และการเปิดร้านกาแฟใหม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 35.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหาร รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 6.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยบางส่วน ได้แก่ **การรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่ 8.52 ล้านบาท** เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 12.05 ล้านบาท และ **กำไรจากการประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน 14.12 ล้านบาท** รวมถึง **มูลค่าที่ดินที่เพิ่มขึ้นจากการประเมินราคา 8.29 ล้านบาท** ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานหลัก ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะระบุถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศจีนผ่านการจัดตั้งบริษัทย่อย และการเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในประเทศ รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค แต่ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะต่อไป การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย รวมถึงการขยายตลาดใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 344.6 ล้านบาท ลดลง 13.6% YoY** จากผลกระทบโควิด-19 และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **รายได้จากการขายและบริการสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 4.9% YoY เป็น 4,364.3 ล้านบาท** * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2564 หดตัวลง 1.5%** จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ * **การขายในประเทศลดลง 50.8 ล้านบาท** จากผลกระทบโควิด-19 แต่ธุรกิจผลิตอาหารกลุ่มกาแฟมียอดขายเพิ่มขึ้น * **การขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 254.6 ล้านบาท** โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในยุโรปและอเมริกา และการจำหน่ายสินค้าทาโรในจีน * **จัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศจีน (Shenzhen Premier Marketing Company Limited)** เพื่อขยายตลาดสินค้าของบริษัทและบริษัทย่อย ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 344.6 ล้านบาท ลดลง 54.2 ล้านบาท หรือ 13.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเพิ่มขึ้น 203.8 ล้านบาท หรือ 4.9% เป็น 4,364.3 ล้านบาท การหดตัวของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 1.5% จาก 30.9% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 29.4% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันโควิด-19 ของโรงงาน ## โอกาส * **การขยายตลาดในประเทศจีน:** การจัดตั้งบริษัทย่อย Shenzhen Premier Marketing Company Limited เพื่อทำการตลาดและสร้างการรับรู้ของสินค้าในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ * **การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในประเทศ:** การเพิ่มทางเลือกสินค้าและจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคผ่านโครงการ Traceability และช่องทางการขายออนไลน์ * **การเติบโตของธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในต่างประเทศ:** ยอดขายในกลุ่มอาหารสัตว์ในตลาดยุโรปและอเมริกาที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง * **การจำหน่ายสินค้าทาโรในประเทศจีน:** มียอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการขยายตลาดสินค้าดังกล่าว ## ความเสี่ยง * **สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อ:** ส่งผลกระทบต่อการจัดจำหน่ายสินค้าในประเทศ และอาจกระทบต่อการขนส่งระหว่างประเทศ * **ต้นทุนวัตถุดิบบางรายการมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น:** โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น * **ข้อจำกัดการขนส่งระหว่างประเทศ:** การตรวจสินค้าที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ใช้ระยะเวลานานขึ้นในการนำสินค้าออกจำหน่าย * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักและบรรจุภัณฑ์ จะส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างไร * **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในประเทศจีน:** การขยายตลาดและการสร้างยอดขายในจีนจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ * **การฟื้นตัวของการขายในประเทศ:** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 จะช่วยหนุนการขายในประเทศได้มากน้อยเพียงใด * **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร เพื่อชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุน * **การเติบโตของธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในตลาดต่างประเทศ:** ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้สำคัญ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** มีการระบุชัดเจนว่าวัตถุดิบบางรายการมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM ของกลุ่มธุรกิจผลิตอาหาร * **Volume:** การขายในประเทศได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ปริมาณการขายลดลง 81.9 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจผลิตอาหารกลุ่มกาแฟมียอดขายเพิ่มขึ้นจากการเร่งจัดจำหน่าย และธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในต่างประเทศมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง 1.5% โดยกลุ่มกาแฟลดลง 1% และกลุ่มผลิตอาหารลดลง 0.5% จากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น * **ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศจีน และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในประเทศผ่านออนไลน์ รวมถึงการเปิดร้านกาแฟใหม่ * **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าโดยตรง * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การขายต่างประเทศเติบโต 254.6 ล้านบาท โดยเฉพาะอาหารสัตว์ในยุโรป/อเมริกา และมีการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 6.5 ล้านบาท * **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตโดยตรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **การลงทุน:** มีการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงานของบริษัทย่อย ทำให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น * **เงินสด:** มีการชำระทุนจดทะเบียนบริษัทย่อยในประเทศจีน 1 ล้านหยวนจีน * **รายการปรับมูลค่า:** มีการรับรู้กำไรจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน 8.52 ล้านบาท และมูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น 8.29 ล้านบาท ซึ่งส่งผลต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ## สรุปท้าย PM ในปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้กำไรสุทธิหดตัว แม้รายได้รวมจะเติบโตจากการขยายตัวของธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ในต่างประเทศและการจำหน่ายสินค้าในจีน อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งบริษัทย่อยในจีนและการเพิ่มความหลากหลายสินค้าในประเทศเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนและสถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29 ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82 ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42 %
กำไรสุทธิ
148.56 ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59 %
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1% YoY
D/E Ratio
0.84

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,549.29
+9.13%
1,419.70
+20.13%
1,181.82
-8.63%
1,293.45
+16.18%
1,113.36
-6.13%
1,186.02
+11.51%
กำไรขั้นต้น —
424.82
-6.61%
454.90
+13.56%
400.58
+13.12%
354.13
+4.47%
338.98
-9.97%
376.51
+13.22%
ค่าใช้จ่ายรวม —
301.90
+60.50%
188.10
-24.06%
247.70
-15.07%
291.66
+31.02%
222.61
-15.25%
262.66
+6.83%
กำไรสุทธิ —
148.56
-7.06%
159.85
+0.11%
159.68
+74.94%
91.28
-15.56%
108.09
+0.01%
108.09
+31.14%
กำไรต่อหุ้น —
0.27
-6.99%
0.29
0.29
+74.39%
0.16
-15.46%
0.19
0.19
+31.08%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
27.42
-14.42%
32.04
-5.49%
33.90
+23.81%
27.38
-10.08%
30.45
-4.09%
31.75
+1.54%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
19.49
+47.09%
13.25
-36.78%
20.96
-7.05%
22.55
+12.81%
19.99
-9.75%
22.15
-4.20%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
9.59
-14.83%
11.26
-16.65%
13.51
+91.36%
7.06
-27.29%
9.71
+6.59%
9.11
+17.55%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.15
+105.07%
-2.96
-136.80%
-1.25
-2,183.33%
0.06
+131.58%
-0.19
-116.24%
1.17
-73.83%
ROE(%) —
34.09
-5.25%
35.98
+37.33%
26.20
+35.12%
19.39
-22.75%
25.10
-5.99%
26.70
-25.79%
ROA(%) —
23.29
-10.04%
25.89
+38.08%
18.75
+36.96%
13.69
-21.14%
17.36
-9.87%
19.26
-25.61%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.84
+12.00%
0.75
+2.74%
0.73
-15.12%
0.86
+6.17%
0.81
+1.25%
0.80
+6.67%
P/E —
10.47
+25.84%
8.32
-38.05%
13.43
-24.12%
17.70
+13.68%
15.57
+31.17%
11.87
-26.23%
P/BV —
3.89
+27.54%
3.05
-4.69%
3.20
-16.67%
3.84
-8.57%
4.20
+25.75%
3.34
+12.84%
BV —
3.06
+4.44%
2.93
+18.62%
2.47
-1.20%
2.50
+5.93%
2.36
-0.84%
2.38
-9.51%
YIELD(%) —
8.24
+47.41%
5.59
+2.76%
5.44
+15.99%
4.69
-8.04%
5.10
-47.53%
9.72
+35.38%
ราคาหุ้น —
11.90
+32.96%
8.95
+13.29%
7.90
-17.71%
9.60
-3.03%
9.90
+22.98%
8.05
+3.21%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.27

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,757.77
+4.41%
1,683.59
+24.33%
—
1,544.21
+9.16%
1,414.62
+3.33%
1,369.05
-9.85%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,550.74
+9.44%
1,417.02
+14.68%
—
1,187.24
+1.43%
1,170.52
+7.56%
1,088.23
+1.92%
รวมสินทรัพย์ —
3,308.52
+6.71%
3,100.61
+19.72%
—
2,731.45
+5.66%
2,585.14
+5.20%
2,457.28
-4.99%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
930.90
+8.65%
856.76
+23.44%
—
922.67
+4.28%
884.84
+10.74%
798.99
+23.18%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
575.21
+20.73%
476.46
+19.15%
—
344.11
+27.45%
269.99
-8.28%
294.37
+1.16%
รวมหนี้สิน —
1,506.11
+12.97%
1,333.22
+21.87%
—
1,266.78
+9.69%
1,154.83
+5.62%
1,093.36
+16.36%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,802.41
+1.98%
1,767.39
+18.16%
—
1,464.67
+2.40%
1,430.32
+4.87%
1,363.92
-17.17%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
34.09
35.98
—
19.39
25.10
26.70
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
23.29
25.89
—
13.69
17.36
19.26
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.89
1.97
—
1.67
1.60
1.71
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.24
1.40
—
1.09
0.86
1.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
57.37
58.39
—
0.00
61.03
64.68
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
40.04
44.42
—
0.00
63.93
59.88
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
62.47
68.98
—
0.00
77.46
78.50
วงจรเงินสด —
34.94
33.82
—
0.00
47.50
46.06
D/E —
0.84
0.75
—
0.86
0.81
0.80
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-76.96
-644.66%
14.13
—
265.57
-284.96%
-143.58
-130.79%
466.36
+15.20%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-59.68
-874.06%
7.71
—
-131.94
-169.53%
189.75
+42.22%
133.42
-251.84%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
163.00
-554.17%
-35.89
—
-145.79
+35.24%
-107.80
-84.68%
-703.83
+205.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
22.81
-290.56%
-11.97
—
-10.86
-82.37%
-61.61
-40.79%
-104.05
-220.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
91.40
+87.72%
48.69
-10.68%
—
56.98
+138.71%
23.87
-81.34%
127.91
+208.96%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
64.98
-28.91%
91.40
+87.72%
—
54.51
-4.33%
56.98
+138.71%
23.87
-81.34%