บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ
นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก
ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4023 out_tok=1832 at=2026-07-25T23:47:58 -->
# PM Q3/2566 กำไรสุทธิโต 9.7% รับ GPM ขยายตัว แม้รายได้รวมหดตัว
## รายได้รวมลดลง 23% แต่ต้นทุนการผลิตที่ลดลงช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 81.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% หรือ 7.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงถึง 23% โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรคือการที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากต้นทุนการผลิตที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PM ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 28.9% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 32.6% ในไตรมาสนี้** แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงถึง 23% ก็ตาม โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ GPM ขยายตัวมาจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ต้นทุนการผลิตลดลงส่งผลโดยตรงต่อการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงก็ตาม โดยรายได้จากการขายที่ลดลง 23% หรือ 293.7 ล้านบาท มาจากการขายในประเทศที่ลดลง 157.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการยกเลิกการจัดจำหน่ายสินค้าของบริษัทเองและสินค้าที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ รวมถึงการขายต่างประเทศที่ลดลง 136.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจผลิตอาหาร
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายก็ลดลง 45.0 ล้านบาท จากค่าโฆษณาในตลาดต่างประเทศและในประเทศที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายงานขายและค่าขนส่งสินค้าที่ลดลงด้วย นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็ลดลงเล็กน้อย 1.6 ล้านบาท และมีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินลดลงอย่างมาก จาก 12.9 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 5.2 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนการผลิตลดลง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ หรือการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมของสินค้าที่ขาย ซึ่งหากสามารถรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้ หรือมีสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้นมาทดแทน ก็มีโอกาสที่ GPM จะยังคงอยู่ในระดับที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะการยกเลิกการจัดจำหน่ายสินค้าบางรายการ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีสินค้าใหม่เข้ามาทดแทนได้ทันหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 9.7% YoY:** อยู่ที่ 81.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2 ล้านบาท
* **GPM ขยายตัว:** จาก 28.9% เป็น 32.6% เนื่องจากต้นทุนการผลิตลดลง
* **รายได้รวมหดตัว 23% YoY:** อยู่ที่ 985.7 ล้านบาท จากการขายในประเทศและต่างประเทศที่ลดลง
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายและบริหารลดลง:** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมลดลง:** จาก 12.9 ล้านบาท เหลือ 5.2 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 81.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จาก 74.5 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 985.7 ล้านบาท ลดลง 23.0% จาก 1,279.4 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้จากการขายในประเทศลดลง 157.7 ล้านบาท และรายได้จากการขายต่างประเทศลดลง 136.0 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 28.9% เป็น 32.6% เนื่องจากต้นทุนการผลิตลดลง ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 45.0 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 1.6 ล้านบาท
## โอกาส
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น
* การปรับปรุงส่วนผสมของสินค้าที่ขาย อาจช่วยเพิ่ม GPM ได้ในอนาคต
* การเติบโตของธุรกิจผลิตอาหารและธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นและบริการ แม้จะยังเล็กน้อย
## ความเสี่ยง
* การยกเลิกการจัดจำหน่ายสินค้าบางรายการ ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขาย
* ความผันผวนของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตอาหาร
* การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการขายในประเทศและต่างประเทศ
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
* การหาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อทดแทนสินค้าที่ยกเลิกไป
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้จากการขายในต่างประเทศ (แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่เป็นปัจจัยทั่วไปในกลุ่มธุรกิจนี้)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุว่าต้นทุนการผลิตลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
**Volume:** รายได้จากการขายรวมลดลง 23% สะท้อนถึงปริมาณการขายที่ลดลง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะการยกเลิกการจัดจำหน่ายสินค้าบางรายการ
**GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 28.9% เป็น 32.6% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง
**ช่องทางขาย:** การขายในประเทศลดลงจากการยกเลิกการจัดจำหน่ายสินค้าของบริษัทเองและสินค้าตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่
**สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การขายต่างประเทศลดลง 136.0 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร ซึ่งอาจมีผลจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่เอกสารไม่ได้ระบุชัดเจน
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
PM ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์จากรายได้ที่หดตัว 23% มาสู่การเติบโตของกำไรสุทธิ 9.7% ได้สำเร็จ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่การชดเชยรายได้จากการขายที่ลดลงจากการยกเลิกการจัดจำหน่ายสินค้าบางรายการ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42
%
กำไรสุทธิ
148.56
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.96
-644.66%
|
14.13
|
— |
265.57
-284.96%
|
-143.58
-130.79%
|
466.36
+15.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.68
-874.06%
|
7.71
|
— |
-131.94
-169.53%
|
189.75
+42.22%
|
133.42
-251.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
163.00
-554.17%
|
-35.89
|
— |
-145.79
+35.24%
|
-107.80
-84.68%
|
-703.83
+205.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
22.81
-290.56%
|
-11.97
|
— |
-10.86
-82.37%
|
-61.61
-40.79%
|
-104.05
-220.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.40
+87.72%
|
48.69
-10.68%
|
— |
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|
127.91
+208.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.98
-28.91%
|
91.40
+87.72%
|
— |
54.51
-4.33%
|
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|