บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ
นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก
ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4050 out_tok=2169 at=2026-07-26T00:05:12 -->
# PM Q1/2566 กำไรสุทธิโต 9.6% รับ GPM ขยายตัว แม้รายได้รวมหดตัว
## รายได้รวมลดลง แต่กำไรสุทธิยังเติบโตได้จากบริหารต้นทุนและ GPM ที่ดีขึ้น
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 94.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะลดลง 9.2% โดยปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PM ในไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตได้ 9.6% มาจาก **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นจาก 28.4% เป็น 29.7%** ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะหดตัวลง 9.2% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นนั้น **ไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนในเอกสาร** แต่จากตัวเลขที่แสดง การที่รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 25.0 ล้านบาท จากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค ชดเชยการลดลงของธุรกิจผลิตอาหารในประเทศได้บางส่วน ขณะที่การขายต่างประเทศลดลงอย่างมากถึง 135.0 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร (ลดลง 131.0 ล้านบาท) และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (ลดลง 4.0 ล้านบาท) ส่งผลให้รายได้รวมลดลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 33.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดค่าโฆษณาในตลาดต่างประเทศ 31.8 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.2 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายบุคลากรและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานและคลังสินค้า ทำให้แม้รายได้จะลดลง แต่ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่า GPM จะปรับตัวดีขึ้นและบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีในไตรมาสนี้ แต่การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหาร อาจเป็นปัจจัยกดดันในระยะต่อไป การที่เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนของการเพิ่มขึ้นของ GPM ทำให้ยากต่อการประเมินว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรที่สูงขึ้นนี้ไว้ได้ต่อเนื่องหรือไม่ นอกจากนี้ การลดลงของค่าโฆษณาในตลาดต่างประเทศอาจส่งผลต่อการรับรู้แบรนด์ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 เติบโต 9.6% YoY** อยู่ที่ 94.0 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 9.2% YoY** อยู่ที่ 1,098.4 ล้านบาท โดยการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 25.0 ล้านบาท แต่การขายต่างประเทศลดลง 135.0 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 28.4% ใน Q1/2565 เป็น 29.7% ใน Q1/2566
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง** 33.0 ล้านบาท และ 7.2 ล้านบาท ตามลำดับ
* **รับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน** 14.7 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการแปลงค่าสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 94.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2 ล้านบาท หรือ 9.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะลดลง 110.8 ล้านบาท หรือ 9.2% มาอยู่ที่ 1,098.4 ล้านบาท โดยการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 25.0 ล้านบาท จากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่เพิ่มขึ้น 67.0 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยธุรกิจผลิตอาหารที่ลดลง 42.0 ล้านบาท ขณะที่การขายต่างประเทศลดลงถึง 135.0 ล้านบาท จากธุรกิจผลิตอาหารที่ลดลง 131.0 ล้านบาท และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 4.0 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 29.7% จาก 28.4% ในปีก่อน ประกอบกับการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่ลดลง 33.0 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากค่าโฆษณาในต่างประเทศ) และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 7.2 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้
นอกจากนี้ บริษัทรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 14.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการแปลงค่าสินทรัพย์ หนี้สิน และสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคในประเทศ:** มีการเติบโต 67.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายตลาดในประเทศ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **การลดลงของรายได้จากการขายในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะจากธุรกิจผลิตอาหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมในระยะยาว
* **ความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การแปลงค่าสินทรัพย์ หนี้สิน และสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ทำให้เกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 10.8 ล้านบาท ซึ่งอาจผันผวนได้
* **การลดลงของค่าโฆษณาในตลาดต่างประเทศ:** อาจส่งผลต่อการรับรู้แบรนด์และการแข่งขันในตลาดต่างประเทศในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหาร จะฟื้นตัวหรือลดลงต่อเนื่อง
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ระดับสูงในไตรมาสถัดไป
* กลยุทธ์การตลาดและการขายในตลาดต่างประเทศ หลังจากการลดค่าโฆษณา
* ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบหรือราคาสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
* **Volume:** รายได้จากการขายรวมลดลง 9.2% สะท้อนถึงปริมาณการขายที่อาจลดลง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 28.4% เป็น 29.7% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อกำไร
* **ช่องทางขาย:** การขายในประเทศเติบโตจากธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค แต่การขายต่างประเทศลดลงอย่างมาก
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อก
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การขายต่างประเทศลดลง 135.0 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหาร และมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 14.4 ล้านบาท แต่ก็มีผลขาดทุนจากการแปลงค่าสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศ 10.8 ล้านบาท
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2566
## สรุปท้าย
PM ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 9.6% แม้รายได้รวมจะหดตัว โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือแนวโน้มรายได้จากการขายในต่างประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตในระยะยาว นักลงทุนควรติดตามกลยุทธ์ของบริษัทในการฟื้นฟูยอดขายในตลาดต่างประเทศและการรักษาอัตรากำไรที่แข็งแกร่งต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42
%
กำไรสุทธิ
148.56
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.96
-644.66%
|
14.13
|
— |
265.57
-284.96%
|
-143.58
-130.79%
|
466.36
+15.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.68
-874.06%
|
7.71
|
— |
-131.94
-169.53%
|
189.75
+42.22%
|
133.42
-251.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
163.00
-554.17%
|
-35.89
|
— |
-145.79
+35.24%
|
-107.80
-84.68%
|
-703.83
+205.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
22.81
-290.56%
|
-11.97
|
— |
-10.86
-82.37%
|
-61.61
-40.79%
|
-104.05
-220.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.40
+87.72%
|
48.69
-10.68%
|
— |
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|
127.91
+208.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.98
-28.91%
|
91.40
+87.72%
|
— |
54.51
-4.33%
|
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|