บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
11.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการค่าโฆษณา และส่งเสริมการขายสําหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการจัดโครงการ Traceability ของ สินค้าทาโร และการเปิดร้าน Flagship Store ของธุรกิจกาแฟ
นอกจากนั้นในส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของธุรกิจผลิตอาหารเป็นหลัก
ในงวดมีการรับรู้ผล ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากกการปรับมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศจํานวน 6.5 ล้านบาทอัน เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี ปัจจุบันสูงกว่าปีก่อน ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาท จากการลงทุนในเครื่องจักรและ อุปกรณ์รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์ในโรงงาน(Solar Rooftop) ของบริษัทย่อย และการเปิดร้านกาแฟ Flagship Store ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์จํานวน 2 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3871 out_tok=2129 at=2026-07-25T23:42:08 -->
# PM Q3/2565 กำไรสุทธิทรงตัว เหตุรายได้โตแต่ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 21% แต่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 0.8 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 74.4 ล้านบาท ลดลง 0.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการสุทธิจะเติบโตถึง 21% ก็ตาม โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการในครั้งนี้มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายทั้งในและต่างประเทศ แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ PM ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 20.96% หรือ 222.6 ล้านบาท แต่ถูกกดดันจาก **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ทำให้กำไรสุทธิทรงตัวใกล้เคียงกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากทั้งการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 42.0 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และการขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 180.0 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตอาหาร การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้สะท้อนถึงความสามารถในการขยายตลาดและยอดขายของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 58.5 ล้านบาท เป็นปัจจัยลบสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโฆษณาสินค้าทาโรในประเทศจีนจำนวน 30.9 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขายในประเทศอีก 24.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านกาแฟแห่งใหม่ "มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร" อีกด้วย แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 28.88% จากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดี แต่ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหาร มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องได้ หากการขยายตลาดในจีนและการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตยังคงมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นไปเพื่อการเปิดตัวสินค้าและขยายตลาด ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของการลงทุน
สำหรับค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านกาแฟใหม่นั้น เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งต้องติดตามผลตอบรับและศักยภาพในการทำกำไรของสาขาใหม่นี้ต่อไป โดยรวมแล้ว ปัจจัยด้านรายได้มีแนวโน้มดี แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 20.96% YoY เป็น 1,279.2 ล้านบาท โดยการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 42.0 ล้านบาท และการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 180.0 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** อยู่ที่ 74.4 ล้านบาท ลดลง 0.8 ล้านบาท YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 28.88% จากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 58.5 ล้านบาท YoY เป็น 156.1 ล้านบาท จากค่าโฆษณาสินค้าทาโรในจีน และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายในประเทศ รวมถึงการเปิดร้านกาแฟใหม่
* **รายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง:** รับรู้ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 12.8 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการสุทธิรวม 1,279.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 222.6 ล้านบาท หรือ 20.96% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตหลักมาจากธุรกิจผลิตอาหารในต่างประเทศ และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 58.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 74.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.8 ล้านบาท หรือ -1.07% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 28.88%
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหาร แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดและตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในต่างแดน
* **การขยายช่องทางจำหน่าย:** การเปิดร้านกาแฟ "มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร" เป็นการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ และสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับใกล้เคียงปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนด้านการตลาดและส่งเสริมการขายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
* **ความผันผวนของตลาดโลก:** การพึ่งพารายได้จากการส่งออก ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน และกฎระเบียบทางการค้า
* **การแข่งขันในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม:** ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจร้านกาแฟมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหาร
* ประสิทธิภาพของการลงทุนด้านการตลาดและการส่งเสริมการขายในประเทศจีนและในประเทศ
* ผลประกอบการและการตอบรับของร้านกาแฟ "มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร"
* การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่าย เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้และต้นทุนจากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ทำให้ GPM ทรงตัว
* **Volume:** ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 42.0 ล้านบาท และต่างประเทศเพิ่มขึ้น 180.0 ล้านบาท บ่งชี้ถึง Volume การขายที่เพิ่มขึ้น
* **GPM:** อยู่ที่ 28.88% ใกล้เคียงปีก่อนที่ 28.80% แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดี
* **ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทางด้วยการเปิดร้านกาแฟใหม่ และการเพิ่มยอดขายในธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 180.0 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจผลิตอาหาร บ่งชี้ถึงการเติบโตในตลาดส่งออก แต่ไม่มีการระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในงวดนี้
## สรุปท้าย
PM ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและส่งเสริมการขาย ได้กดดันกำไรสุทธิให้ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการรักษาการเติบโตของรายได้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้ดีขึ้นในอนาคต ขณะที่การลงทุนในธุรกิจร้านกาแฟใหม่เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตระยะยาวที่ต้องจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,549.29
ล้านบาท
↑ 9.1% YoY
กำไรขั้นต้น
424.82
ล้านบาท
↓ 6.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.42
%
กำไรสุทธิ
148.56
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.59
%
D/E Ratio
0.84
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,549
↑ + 9.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
425
↓ -6.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
149
↓ -7.1%
YoY
D/E Ratio
0.84
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.84
ROE (%)
34.09
ROA (%)
23.29
Book Value/หุ้น
3.46
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-77
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-60
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-76.96
-644.66%
|
14.13
|
— |
265.57
-284.96%
|
-143.58
-130.79%
|
466.36
+15.20%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-59.68
-874.06%
|
7.71
|
— |
-131.94
-169.53%
|
189.75
+42.22%
|
133.42
-251.84%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
163.00
-554.17%
|
-35.89
|
— |
-145.79
+35.24%
|
-107.80
-84.68%
|
-703.83
+205.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
22.81
-290.56%
|
-11.97
|
— |
-10.86
-82.37%
|
-61.61
-40.79%
|
-104.05
-220.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
91.40
+87.72%
|
48.69
-10.68%
|
— |
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|
127.91
+208.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
64.98
-28.91%
|
91.40
+87.72%
|
— |
54.51
-4.33%
|
56.98
+138.71%
|
23.87
-81.34%
|