บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.18
+0.01 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ประกอบกับบริษัทยังคงมีกําไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเนื่องจากสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวดีขึ้น
บริษัทวางแผนรับมือกับเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ในปัจจุบันบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องคาดว่าบริษัทยังคงสามารถทํากําไรได้ในระหว่างการต่อรองขอขึ้นราคากับลูกค้าในช่วงนี้
รายได้อื่น 39.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 133.02 หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ที่เป็นความต้องการของตลาดในช่วงนี้ทําให้ราคาขายต่อ กิโลกรัมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ประกอบกับบริษัทได้รับผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีก่อน ได้แก่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6979 out_tok=2790 at=2026-07-25T23:45:32 -->
# PIMO กำไร Q3/66 ดิ่ง 25% รับแรงฉุดดีมานด์ต่างประเทศ-ต้นทุนวัตถุดิบ
## รายได้-กำไรหดตัวตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยภายนอกกดดัน แต่คาด Q4 ฟื้นตัวบางส่วน
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 21.54 ล้านบาท ลดลง 25.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 54.26 ล้านบาท ลดลง 41.11% โดยปัจจัยหลักมาจากความต้องการสินค้าที่ลดลงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงทรงตัวสูงในช่วงต้นปี ส่งผลให้ภาพรวมรายได้และกำไรปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวบ้างในไตรมาส 4 ปีนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ PIMO ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ** โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับ 3 เดือนลดลง 25.44% และสำหรับ 9 เดือนลดลง 41.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมยังลดลงจาก 9.34% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 7.25% ในงวด 9 เดือนแรกของปีนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการได้ระบุสาเหตุหลักของการลดลงของความต้องการในตลาดต่างประเทศไว้ 3 ประการ ได้แก่:
1. **อัตราเงินเฟ้อที่สูงในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย:** ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
2. **อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว:** ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้อ่อนแอลง
3. **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิด-19:** ในช่วงการแพร่ระบาด ผู้คนใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงบ้านและสระว่ายน้ำมากขึ้น ทำให้ยอดขายพุ่งสูงผิดปกติ แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ประชาชนได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติและลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง
สำหรับประเด็นด้านอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงนั้น เกิดจาก **ต้นทุนวัตถุดิบบางรายการยังคงมีราคาสูงในช่วงครึ่งปีแรก** แม้ว่าในไตรมาส 3 จะมีบางรายการที่ปรับลดลงแล้วก็ตาม ทำให้ต้นทุนขายต่อรายได้ปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่ายอดขายส่งออกจะฟื้นตัวบ้างในไตรมาส 4 ปีนี้ แต่ปัจจัยภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในตลาดหลัก ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคหลังโควิด-19 อาจทำให้ยอดขายในระดับสูงที่เคยทำได้ในช่วงก่อนหน้า กลับมาได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามบริหารจัดการสินค้าคงคลังและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของสินค้า ซึ่งต้องรอดูผลในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 21.54 ล้านบาท ลดลง 25.44% YoY**
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 66 อยู่ที่ 54.26 ล้านบาท ลดลง 41.11% YoY**
* **รายได้รวม Q3/66 อยู่ที่ 232.47 ล้านบาท ลดลง 24.31% YoY**
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 66 อยู่ที่ 748.27 ล้านบาท ลดลง 24.12% YoY**
* **สัดส่วนรายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 55% (จาก 47% ใน Q3/65) ขณะที่รายได้ต่างประเทศลดลงเหลือ 45% (จาก 53% ใน Q3/65)**
* **อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมลดลงจาก 9.34% (9 เดือนแรกปี 65) เป็น 7.25% (9 เดือนแรกปี 66)**
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 2.19% YoY เป็น 425.02 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตและคาดการณ์ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้น**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของ PIMO ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยรายได้รวมลดลง 24.31% YoY มาอยู่ที่ 232.47 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 25.44% YoY มาอยู่ที่ 21.54 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 748.27 ล้านบาท ลดลง 24.12% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 54.26 ล้านบาท ลดลง 41.11% YoY อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมปรับลดลงจาก 9.34% ในปีก่อน เป็น 7.25% ในปีนี้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของยอดขายส่งออกในไตรมาส 4:** แม้จะคาดว่าจะฟื้นตัวเพียงบางส่วน แต่ก็เป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ในระยะสั้น
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การกักตุนวัตถุดิบในช่วงที่ราคาผันผวนอาจช่วยลดต้นทุนในอนาคตได้
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** ความพยายามในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อาจช่วยเพิ่มความน่าสนใจและกระตุ้นยอดขายในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงในตลาดหลักยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและยอดขาย
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การกลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19 อาจทำให้ความต้องการสินค้าบางประเภทลดลงอย่างถาวร
* **ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน:** แม้จะมีการบริหารจัดการสต็อก แต่หากราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ:** สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่ลดลงสะท้อนความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายส่งออกในไตรมาส 4 และไตรมาส 1 ปี 2567
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในตลาดสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย
* ความคืบหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการตอบรับของตลาด
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
* การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ระหว่างในประเทศและต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การลดลงของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงแนวโน้ม Utilization ที่อาจลดลงตามไปด้วย
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book อย่างชัดเจน แต่การคาดการณ์ยอดขายส่งออกที่จะฟื้นตัวบ้างใน Q4 อาจบ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อเข้ามาบ้าง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าในช่วงครึ่งปีแรกวัตถุดิบยังมีราคาสูง และในไตรมาส 3 มีบางรายการปรับลดลง แต่ก็ยังคงมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อสต็อกไว้ล่วงหน้า
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หรือ ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย มีการเปลี่ยนแปลง โดยสำหรับ 3 เดือนแรกของปี 66 คิดเป็น 83.43% ลดลงจาก 84.87% ในปีก่อน แต่สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 66 คิดเป็น 85.43% เพิ่มขึ้นจาก 84.13% ในปีก่อน ซึ่งอาจเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนและส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ขายได้
* **ส่งออก:** สัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศลดลงจาก 53% ใน Q3/65 เป็น 45% ใน Q3/66 โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย
* **ค่าเงิน:** มีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 12.10 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามยอดขายที่ลดลงไปยังต่างประเทศ
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 2.19% YoY เป็น 425.02 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อสต็อกไว้ล่วงหน้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,273.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.48% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 836.48 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยเงินสดลดลง 21.83%, ลูกหนี้การค้าลดลง 12.90% และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 2.19% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 437.21 ล้านบาท โดยหลักคือที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลงเล็กน้อย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 267.30 ล้านบาท ลดลง 4.78% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียน 217.83 ล้านบาท ประกอบด้วยเจ้าหนี้การค้าลดลง 16.31% และเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 105.29% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้าต่างประเทศและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หนี้สินไม่หมุนเวียน 267.30 ล้านบาท (ข้อมูลซ้ำกับหนี้สินรวม) โดยมีหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงินเพิ่มขึ้นมาก และภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,006.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 โดยมีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้วเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุน (หุ้นสามัญเพิ่มขึ้นจาก 667.92 ล้านหุ้น เป็น 757.64 ล้านหุ้น) และมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเพิ่มขึ้น 6.61%
## สรุปท้าย
PIMO เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายในตลาดต่างประเทศ ทำให้กำไรและรายได้ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสต็อกสินค้า แต่การฟื้นตัวของผลประกอบการยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย การเพิ่มสัดส่วนรายได้ในประเทศอาจเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดต่างประเทศในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIMO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
256.96
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.26
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.22
%
กำไรสุทธิ
17.49
ล้านบาท
↓ 20.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.81
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
257
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 4.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -20.3%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIMO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
7.28
ROA (%)
7.32
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIMO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIMO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-81.80
-63.61%
|
-224.80
+1,750.21%
|
-12.15
-80.60%
|
-62.62
-467.92%
|
17.02
-86.53%
|
126.33
+226.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.17
-94.57%
|
205.77
+4.30%
|
197.28
+2,963.35%
|
6.44
-85.15%
|
43.36
-208.16%
|
-40.09
-75.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
75.09
+225.49%
|
23.07
-113.38%
|
-172.46
+415.42%
|
-33.46
-252.51%
|
21.94
-144.89%
|
-48.88
-138.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.46
+10.67%
|
4.03
-68.12%
|
12.64
-113.73%
|
-92.03
-211.80%
|
82.32
+120.34%
|
37.36
+907.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
82.15
+227.92%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
132.53
+54.16%
|
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|