บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.18
+0.01 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ประกอบกับบริษัทยังคงมีกําไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเนื่องจากสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวดีขึ้น
บริษัทวางแผนรับมือกับเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ในปัจจุบันบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องคาดว่าบริษัทยังคงสามารถทํากําไรได้ในระหว่างการต่อรองขอขึ้นราคากับลูกค้าในช่วงนี้
รายได้อื่น 39.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 133.02 หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ที่เป็นความต้องการของตลาดในช่วงนี้ทําให้ราคาขายต่อ กิโลกรัมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ประกอบกับบริษัทได้รับผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีก่อน ได้แก่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10302 out_tok=2300 at=2026-07-25T09:23:02 -->
# PIMO กำไร Q2/2566 ดิ่ง 41% รับรายได้วูบ เหตุอุปสงค์ในสหรัฐฯ-ออสเตรเลียอ่อนแอ
## รายได้รวมหด 21% กดดันกำไรสุทธิวูบ 41% ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้อุปสงค์ในตลาดหลักอ่อนแอเป็นปัจจัยกดดันหลัก
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 17.90 ล้านบาท ลดลง 41.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 30.58 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 21.47% ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในงวดนี้ ฝ่ายจัดการระบุว่าสาเหตุหลักมาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลต่อกำลังซื้อ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PIMO ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของรายได้รวมถึง 21.47%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 41.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักที่กดดันรายได้มาจากการ **อุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย** รวมถึงภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลต่อกำลังซื้อ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าการอ่อนตัวของอุปสงค์ในตลาดสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์มอเตอร์ปั๊มน้ำและมอเตอร์พัดลม นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลให้กำลังซื้อโดยรวมอ่อนแอลง ซึ่งกระทบต่อยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้ว่าบริษัทจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แต่การลดลงของรายได้ก็ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และกำไรสุทธิโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากเอกสารที่ระบุว่า "ประชาชนคลายความกังวลโรคระบาดโควิค-19 แล้วออกไปใช้ชีวิตตามปกติ จึงคาดว่ายอดขายจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปีนี้" บ่งชี้ว่าฝ่ายจัดการมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นเพียงช่วงชะลอตัว และคาดหวังการฟื้นตัวในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาคยังคงเป็นความไม่แน่นอนที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 41.47% YoY:** ไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 17.90 ล้านบาท เทียบกับ 30.58 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมหดตัว 21.47% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 257.03 ล้านบาท เทียบกับ 327.30 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขายในประเทศและต่างประเทศลดลง:** รายได้จากการขายในประเทศสัดส่วน 51% และต่างประเทศ 49% ลดลงจากปีก่อนที่ 44% และ 56% ตามลำดับ
* **อุปสงค์ในตลาดหลักอ่อนแอ:** สาเหตุหลักมาจากตลาดสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย รวมถึงภาวะเศรษฐกิจมหภาค
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 สินค้าคงเหลืออยู่ที่ 426.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.55% จากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของ PIMO ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันจากการดำเนินงาน โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 41.47% YoY มาอยู่ที่ 17.90 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 32.72 ล้านบาท ลดลง 48.27% YoY สาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างต่อเนื่องทั้งในไตรมาสและงวด 6 เดือน โดยรายได้รวมในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 257.03 ล้านบาท ลดลง 21.47% YoY และงวด 6 เดือนแรกอยู่ที่ 515.79 ล้านบาท ลดลง 24.03% YoY ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับลดลงตามยอดขาย แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ทั้งหมด
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ใน Q4:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ายอดขายจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปีนี้ หลังประชาชนคลายความกังวลจากโรคระบาดและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันด้านราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าบริษัทจะติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและพยายามบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบ แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **สินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดเก็บและโอกาสในการขายหากอุปสงค์ไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 3 และ 4:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดหลัก (สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย) และตลาดในประเทศ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการระบายออก
* **การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบ:** ผลกระทบต่อ GPM และต้นทุนการผลิต
* **การปรับตัวต่อภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับกำลังซื้อที่อ่อนแอ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การลดลงของรายได้บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่อาจลดลงตามไปด้วย
**Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การคาดการณ์การฟื้นตัวใน Q4 อาจสะท้อนถึงแนวโน้มคำสั่งซื้อที่อาจดีขึ้นในช่วงปลายปี
**ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดและพยายามบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน
**GPM:** แม้จะไม่ได้ระบุ GPM เป็นตัวเลขโดยตรง แต่การลดลงของรายได้และต้นทุนขายที่ลดลงตามสัดส่วน บ่งชี้ว่า GPM อาจได้รับแรงกดดันจากการที่ต้นทุนบางส่วนอาจไม่ลดลงตามรายได้ หรือการแข่งขันด้านราคา
**การส่งออก:** รายได้จากการขายต่างประเทศลดลง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดหลัก
**ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 426.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.55% จากปีก่อน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการผลิตที่มากกว่าความต้องการในปัจจุบัน หรือการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,270.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.21% จากสิ้นปี 2565 โดยมีรายการสำคัญคือ สินค้าคงเหลือ 426.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.55% และที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 433.15 ล้านบาท ลดลง 1.43%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 278.27 ล้านบาท ลดลง 0.88% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 8.40% เป็น 191.82 ล้านบาท เนื่องจากเจ้าหนี้การค้าลดลง
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 992.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 189.41 ล้านบาท และกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 268.13 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PIMO เผชิญกับแรงกดดันจากผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 41.47% เนื่องจากรายได้รวมหดตัว 21.47% เป็นผลจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ทั้งหมด ขณะที่สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงคาดหวังการฟื้นตัวของยอดขายในช่วงปลายปี ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนของปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและกำลังซื้อของผู้บริโภคต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIMO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
256.96
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.26
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.22
%
กำไรสุทธิ
17.49
ล้านบาท
↓ 20.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.81
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
257
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 4.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -20.3%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIMO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
7.28
ROA (%)
7.32
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIMO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIMO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-81.80
-63.61%
|
-224.80
+1,750.21%
|
-12.15
-80.60%
|
-62.62
-467.92%
|
17.02
-86.53%
|
126.33
+226.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.17
-94.57%
|
205.77
+4.30%
|
197.28
+2,963.35%
|
6.44
-85.15%
|
43.36
-208.16%
|
-40.09
-75.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
75.09
+225.49%
|
23.07
-113.38%
|
-172.46
+415.42%
|
-33.46
-252.51%
|
21.94
-144.89%
|
-48.88
-138.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.46
+10.67%
|
4.03
-68.12%
|
12.64
-113.73%
|
-92.03
-211.80%
|
82.32
+120.34%
|
37.36
+907.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
82.15
+227.92%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
132.53
+54.16%
|
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|