บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.18
+0.01 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ประกอบกับบริษัทยังคงมีกําไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเนื่องจากสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวดีขึ้น
บริษัทวางแผนรับมือกับเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ในปัจจุบันบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องคาดว่าบริษัทยังคงสามารถทํากําไรได้ในระหว่างการต่อรองขอขึ้นราคากับลูกค้าในช่วงนี้
รายได้อื่น 39.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 133.02 หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ที่เป็นความต้องการของตลาดในช่วงนี้ทําให้ราคาขายต่อ กิโลกรัมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ประกอบกับบริษัทได้รับผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีก่อน ได้แก่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8285 out_tok=3184 at=2026-07-27T11:26:28 -->
# PIMO กำไร Q2/2564 พุ่ง 127% รับยอดขายโตแกร่ง-กำไร FX หนุน
## ยอดขายทุกผลิตภัณฑ์โตต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบ GPM เล็กน้อย
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 24.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 127.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 10.79 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์ทุกประเภททั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับได้รับผลดีจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น และการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PIMO ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายผลิตภัณฑ์ทุกประเภท** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 49.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับ **การได้รับผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน** จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตโดดเด่นถึง 127.15%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของยอดขายมาจากผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ มอเตอร์แอร์, มอเตอร์ปั๊มบ้าน, มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (Axial – Flux pool : BLDC) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดต่างประเทศที่ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกหลังการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ รายได้อื่นจากการขายเศษเหล็กซิลิคอนก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดและราคาขายต่อกิโลกรัมที่สูงขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ส่วนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเกิดจากการแข็งค่าของสกุลเงินหลักที่บริษัทใช้ในการค้าขาย
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโตดี แต่กำไรสุทธิเมื่อเทียบกับรายได้รวม (อัตรากำไรสุทธิ) กลับเติบโตช้ากว่ารายได้ สาเหตุหลักมาจาก 2 ประการ คือ
1. **ต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับราคาสูงขึ้น:** แม้บริษัทจะมีการวางแผนและกักตุนสินค้าไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อน และยังคงกักตุนต่อเนื่อง แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นก็ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM)
2. **การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** บริษัทได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการส่งเสริมการลงทุนครบตามจำนวนในปี 2563 ทำให้ในปี 2564 ต้องเสียภาษีในอัตราปกติ ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นตามกำไรสุทธิที่เกิดขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน:** การเติบโตของยอดขายมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทมีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต และการขยายฐานการผลิตเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขอปรับขึ้นราคากับลูกค้า ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ ส่วนประเด็นเรื่องภาษีนั้น จะเป็นต้นทุนปกติที่ต้องรับภาระตามกำไรที่เพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 เติบโต 127.15% YoY** แตะ 24.51 ล้านบาท และ **6 เดือนแรกโต 45.72% YoY** แตะ 44.46 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/2564 เพิ่มขึ้น 49.29% YoY** แตะ 244.07 ล้านบาท และ **6 เดือนแรกโต 34.80% YoY** แตะ 468.85 ล้านบาท
* **ปัจจัยหนุนหลัก:** ยอดขายทุกผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (USD, AUD แข็งค่า)
* **ปัจจัยกดดัน:** ต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับสูงขึ้น และการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 54.75% YoY** แตะ 251.28 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตและสต็อกวัตถุดิบรับราคาที่สูงขึ้น
* **ลงทุนขยายธุรกิจ:** ซื้อที่ดินและอาคารเพิ่ม 40 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตและลงทุนในธุรกิจใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 24.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 10.79 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 244.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.29% จาก 163.49 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 44.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.72% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 30.51 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 468.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.80% จาก 347.80 ล้านบาทในปีก่อน
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ในระดับที่ช้ากว่าการเติบโตของรายได้เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้นิติบุคคล
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์หลัก:** มอเตอร์แอร์, มอเตอร์ปั๊มบ้าน, มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (Axial – Flux pool : BLDC) ยังคงมีความต้องการสูงในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
* **รายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน:** ได้รับอานิสงส์จากความต้องการของตลาดและราคาขายที่สูงขึ้น
* **การขยายธุรกิจ:** การลงทุนซื้อที่ดินและอาคารเพิ่มเติมเพื่อขยายฐานการผลิตและรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่
* **การระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ:** การออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrants) เพื่อนำเงินไปขยายธุรกิจเดิมและลงทุนในธุรกิจใหม่ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือ:** ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และการปรับตัวสูงขึ้นของค่าระวางเรือส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย โดยเฉพาะการส่งออก
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงทำให้บริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น
* **การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะได้รับผลดี แต่ความผันผวนของค่าเงินก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นลงของราคาวัตถุดิบหลักและผลกระทบต่อ GPM
* **ความสามารถในการปรับขึ้นราคาสินค้า:** การเจรจาขอปรับขึ้นราคากับลูกค้าเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* **สถานการณ์ค่าระวางเรือและตู้คอนเทนเนอร์:** ผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและการส่งออก
* **ความคืบหน้าการลงทุนขยายธุรกิจ:** การใช้ประโยชน์จากที่ดินและอาคารที่ซื้อเพิ่ม
* **การออก Warrants:** ความคืบหน้าและวัตถุประสงค์การใช้เงินทุนจากการระดมทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization โดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายและการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อสต็อกไว้ล่วงหน้า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น และบริษัทได้กักตุนสินค้าเพื่อรองรับ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงว่าต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในงวด 3 เดือนแรก (79.61% vs 80.03%) แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในงวด 6 เดือนแรก (80.82% vs 80.13%) ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบ
* **การส่งออก:** ยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขาย เช่น ค่าขนส่งสินค้าไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
* **ค่าเงิน:** ได้รับผลบวกจากค่าเงิน USD และ AUD แข็งค่าขึ้น
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 54.75% เป็น 251.28 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตและสต็อกวัตถุดิบรับราคาที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2564 อยู่ที่ 847.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.90% จากสิ้นปี 2563
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** 544.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น โดยมีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นมากถึง 54.75% เป็น 251.28 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตและสต็อกวัตถุดิบรับราคาที่สูงขึ้น ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 3.48% เป็น 148.15 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลง 71.44% เหลือ 14.53 ล้านบาท เนื่องจากนำไปจ่ายเงินปันผลและซื้อที่ดิน/อาคาร
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** 302.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น โดยหลักคือที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 25.70% เป็น 287.72 ล้านบาท จากการซื้อที่ดิน/อาคาร 40 ล้านบาท และการลงทุนในเครื่องจักร
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2564 อยู่ที่ 312.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.10% จากสิ้นปี 2563
* **หนี้สินหมุนเวียน:** 281.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น โดยเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 14.28% เป็น 223.37 ล้านบาท และเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 174.86% เป็น 44.39 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า
* **ภาษีเงินได้ค้างจ่าย:** เพิ่มขึ้น 631.79% เป็น 11.05 ล้านบาท เนื่องจากสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** 31.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้น 4.73%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 2564 อยู่ที่ 535.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น โดยมี **กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเพิ่มขึ้น 17.50%** เป็น 157.74 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PIMO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์ทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม บริษัทเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขนส่ง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเติบโตช้ากว่ารายได้ นอกจากนี้ การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา บริษัทมีการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงความสามารถในการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIMO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
256.96
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.26
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.22
%
กำไรสุทธิ
17.49
ล้านบาท
↓ 20.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.81
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
257
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 4.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -20.3%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIMO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
7.28
ROA (%)
7.32
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIMO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIMO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-81.80
-63.61%
|
-224.80
+1,750.21%
|
-12.15
-80.60%
|
-62.62
-467.92%
|
17.02
-86.53%
|
126.33
+226.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.17
-94.57%
|
205.77
+4.30%
|
197.28
+2,963.35%
|
6.44
-85.15%
|
43.36
-208.16%
|
-40.09
-75.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
75.09
+225.49%
|
23.07
-113.38%
|
-172.46
+415.42%
|
-33.46
-252.51%
|
21.94
-144.89%
|
-48.88
-138.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.46
+10.67%
|
4.03
-68.12%
|
12.64
-113.73%
|
-92.03
-211.80%
|
82.32
+120.34%
|
37.36
+907.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
82.15
+227.92%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
132.53
+54.16%
|
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|