บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.18
+0.01 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ประกอบกับบริษัทยังคงมีกําไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเนื่องจากสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวดีขึ้น
บริษัทวางแผนรับมือกับเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ในปัจจุบันบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องคาดว่าบริษัทยังคงสามารถทํากําไรได้ในระหว่างการต่อรองขอขึ้นราคากับลูกค้าในช่วงนี้
รายได้อื่น 39.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 133.02 หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ที่เป็นความต้องการของตลาดในช่วงนี้ทําให้ราคาขายต่อ กิโลกรัมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ประกอบกับบริษัทได้รับผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีก่อน ได้แก่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6976 out_tok=2526 at=2026-07-25T23:55:55 -->
# PIMO กำไร Q2/65 พุ่ง 24.77% รับยอดขายทุกผลิตภัณฑ์โต – สรุป MD&A
## รายได้รวมโต 34.10% หนุนกำไร ขณะต้นทุนขาย-ค่าขนส่งพุ่ง กดดันอัตรากำไรสุทธิ
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ ประกอบกับมีกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PIMO ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์ทุกประเภททั้งในและต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 34.10% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ **กำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ** จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลีย ยังเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้น 6.07 ล้านบาท หรือ 24.77% เป็น 30.58 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของยอดขายเกิดจากการที่บริษัทสามารถผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์หลักได้ทุกกลุ่ม ทั้งมอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (Pool : BLDC) โดยรายได้จากการขายในประเทศคิดเป็น 44% และต่างประเทศ 56% ซึ่งสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนั้น เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม แม้กำไรสุทธิจะเติบโต แต่ **อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมกลับลดลงเล็กน้อย** จาก 10.42% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 9.34% สำหรับงวด 3 เดือน และจาก 9.88% มาอยู่ที่ 9.73% สำหรับงวด 6 เดือน สาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนขายที่สูงขึ้น** คิดเป็น 84.13% ของรายได้จากการขาย (เทียบกับ 79.61% ในปีก่อน) และ **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น** โดยเฉพาะค่าระวางเรือและค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** ยอดขายที่เติบโตในทุกผลิตภัณฑ์และทุกตลาดมีแนวโน้มที่ดีจากการที่บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าและเพิ่มคำสั่งซื้อได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นและการขนส่งที่แพงขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้มีการกักตุนวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องและพยายามบริหารจัดการปัญหาค่าขนส่งให้ดีที่สุด ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโต 24.77% YoY** แตะ 30.58 ล้านบาท จาก 24.51 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/65 พุ่ง 34.10% YoY** สู่ 327.30 ล้านบาท จาก 83.23 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/65 เพิ่มขึ้น 31.51% YoY** สู่ 309.27 ล้านบาท
* **สัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น** เป็น 56% ใน Q2/65 จาก 52% ในปีก่อน
* **อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมลดลงเล็กน้อย** จากผลกระทบราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16.80%** จากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 30.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.77% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 24.51 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 327.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.10% จาก 244.07 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 39.00% เป็น 260.21 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 20.39% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 15.87% ในไตรมาสนี้
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 63.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.26% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 44.46 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 678.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.82% จาก 468.85 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 49.74% เป็น 544.47 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 19.18% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 16.20% ในงวดนี้
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์:** แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดี
* **การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศ:** บ่งชี้ถึงการขยายตลาดและฐานลูกค้าในต่างแดนที่ประสบความสำเร็จ
* **การเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** สะท้อนถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า:** สอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับราคาสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่สูงขึ้น:** จากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและค่าระวางเรือที่แพงขึ้น
* **การแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ:** อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและผลกระทบต่อต้นทุนขาย
* สถานการณ์ค่าระวางเรือและค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน
* การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศ
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังเพื่อรองรับความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและแนวโน้มการเรียกเก็บเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์ บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น และบริษัทมีการกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่อง
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 19.18% ในงวด 6 เดือนแรกปี 64 มาอยู่ที่ 16.20% ในงวด 6 เดือนแรกปี 65
* **ส่งออก:** สัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 56% ใน Q2/65 จาก 52% ใน Q2/64
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลีย
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 16.80% จากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อสต็อกล่วงหน้าและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,141.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.14% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 706.55 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 76.55 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 205.59%), ลูกหนี้การค้า 224.46 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 19.53%) และสินค้าคงเหลือ 367.33 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 16.80%)
หนี้สินรวมอยู่ที่ 398.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.84% จากสิ้นปี 2564 โดยมีหนี้สินหมุนเวียน 350.96 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้า 292.30 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15.80%)
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 742.61 ล้านบาท โดยมีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 158.60 ล้านบาท และกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 233.95 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 17.42%)
## สรุปท้าย
PIMO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นจากยอดขายที่แข็งแกร่งในทุกผลิตภัณฑ์และตลาดต่างประเทศ รวมถึงได้แรงหนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ท่ามกลางโอกาสในการเติบโตจากตลาดที่ขยายตัวและความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIMO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
256.96
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.26
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.22
%
กำไรสุทธิ
17.49
ล้านบาท
↓ 20.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.81
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
257
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 4.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -20.3%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIMO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
7.28
ROA (%)
7.32
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIMO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIMO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-81.80
-63.61%
|
-224.80
+1,750.21%
|
-12.15
-80.60%
|
-62.62
-467.92%
|
17.02
-86.53%
|
126.33
+226.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.17
-94.57%
|
205.77
+4.30%
|
197.28
+2,963.35%
|
6.44
-85.15%
|
43.36
-208.16%
|
-40.09
-75.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
75.09
+225.49%
|
23.07
-113.38%
|
-172.46
+415.42%
|
-33.46
-252.51%
|
21.94
-144.89%
|
-48.88
-138.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.46
+10.67%
|
4.03
-68.12%
|
12.64
-113.73%
|
-92.03
-211.80%
|
82.32
+120.34%
|
37.36
+907.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
82.15
+227.92%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
132.53
+54.16%
|
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|