บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.18
+0.01 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ประกอบกับบริษัทยังคงมีกําไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเนื่องจากสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวดีขึ้น
บริษัทวางแผนรับมือกับเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ในปัจจุบันบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องคาดว่าบริษัทยังคงสามารถทํากําไรได้ในระหว่างการต่อรองขอขึ้นราคากับลูกค้าในช่วงนี้
รายได้อื่น 39.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 133.02 หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ที่เป็นความต้องการของตลาดในช่วงนี้ทําให้ราคาขายต่อ กิโลกรัมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ประกอบกับบริษัทได้รับผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีก่อน ได้แก่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7513 out_tok=2827 at=2026-07-26T00:30:56 -->
# PIMO กำไร 9 เดือนโต 19.7% รับยอดขายทุกผลิตภัณฑ์พุ่ง - MD&A Q3/2564
## รายได้รวมโต 24% หนุนกำไร 9 เดือนพุ่ง แต่ GPM ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีกำไรสุทธิ 75.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้รวม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PIMO ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่ม** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 24.28% (งบการเงินรวม) และ 24.26% (งบการเงินเฉพาะกิจการ) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรสุทธิให้เติบโตช้ากว่ารายได้ คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก** และ **การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเพิ่มขึ้นของยอดขาย:** มาจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ มอเตอร์แอร์, มอเตอร์ปั๊มบ้าน, มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (Axial – Flux pool : BLDC) ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ สะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท ส่งผลดีต่อรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ซึ่งมีความต้องการของตลาดสูงและราคาขายต่อกิโลกรัมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 รวมถึงผลกำไรจากการแปลงค่าเงินตราต่างประเทศ
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** แม้บริษัทจะมีการวางแผนและกักตุนวัตถุดิบตั้งแต่ปลายปี 2563 แต่ราคาวัตถุดิบหลักยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 78.97% เป็น 79.37% ในงวด 3 เดือน และจาก 79.65% เป็น 80.30% ในงวด 9 เดือน (เมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย)
* **การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** บริษัทได้ใช้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลครบถ้วนในปี 2563 ทำให้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับงวด 9 เดือนในปี 2564 เพิ่มขึ้นตามอัตราปกติ ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
* **ยอดขาย:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายมีแนวโน้มต่อเนื่อง หากเศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวและมีความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกในระยะสั้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้บริษัทจะมีการกักตุนวัตถุดิบและอยู่ระหว่างการเจรจาขอขึ้นราคากับลูกค้า แต่แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ภาษี:** การสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นครั้งเดียว และจะส่งผลกระทบต่ออัตราภาษีในระดับปกติไปจนกว่าจะมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ๆ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 19.70% YoY** อยู่ที่ 75.09 ล้านบาท จาก 62.73 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 24.28% YoY** อยู่ที่ 730.38 ล้านบาท จาก 587.71 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับเพิ่มขึ้น** จาก 79.65% เป็น 80.30% ในงวด 9 เดือน YoY เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 21.82% YoY** ในงวด 9 เดือน จากค่าใช้จ่ายนายหน้า ค่าขนส่ง และค่าส่งเสริมการขายที่สูงขึ้นตามยอดขายและการแข่งขัน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย** ในงวด 9 เดือน YoY จากการปรับลดค่าธรรมเนียมและเงินสมทบกองทุนประกันสังคม
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 77.22% YoY** ณ สิ้นงวด 9 เดือน อยู่ที่ 287.78 ล้านบาท เพื่อรองรับการผลิตและกักตุนวัตถุดิบ
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 29.43% YoY** ณ สิ้นงวด 9 เดือน จากการลงทุนขยายฐานการผลิตและสร้างคลังสินค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย. 2564:**
* **กำไรสุทธิ:** 30.64 ล้านบาท ลดลง 4.93% YoY
* **รายได้รวม:** 261.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.01% YoY
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย:** 79.37% เพิ่มขึ้นจาก 78.97% YoY
**งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย. 2564:**
* **กำไรสุทธิ:** 75.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.70% YoY
* **รายได้รวม:** 730.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.28% YoY
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย:** 80.30% เพิ่มขึ้นจาก 79.65% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แสดงถึงความสามารถในการแข่งขันและการตอบรับที่ดีของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท
* **การขยายฐานการผลิตและคลังสินค้า:** การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต และการบริหารจัดการสต็อกสินค้าที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้อื่นจากการขายเศษเหล็กซิลิคอน:** ได้รับอานิสงส์จากความต้องการของตลาดและราคาขายที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนค่าระวางเรือและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** จากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย
* **การแข่งขันในตลาด:** ทำให้บริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะส่งผลดี แต่ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ว่าจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ และบริษัทจะสามารถเจรจาปรับราคาขายกับลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด
* **สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ:** การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และต้นทุนค่าระวางเรือ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** โดยเฉพาะการกักตุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** ท่ามกลางความท้าทายด้านโลจิสติกส์
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายและการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อขยายฐานการผลิต บ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับกำลังการผลิตที่อาจเพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกผลิตภัณฑ์ สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ GPM โดยราคาวัตถุดิบหลักมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้มีการกักตุนวัตถุดิบเพื่อรองรับสถานการณ์
* **GPM:** มีแนวโน้มถูกกดดันจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ แม้จะมีการวางแผนรับมือและเจรจาต่อรองกับลูกค้า
* **ส่งออก:** ยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่เผชิญความท้าทายจากต้นทุนค่าระวางเรือและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ค่าเงิน:** สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลดีต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 77.22% YoY เพื่อรองรับการผลิตและกักตุนวัตถุดิบที่คาดว่าราคาจะสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 864.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.14% จากสิ้นปี 2563
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** 552.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นมากถึง 77.22%
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** 312.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อขยายธุรกิจ
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 310.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.27% จากสิ้นปี 2563
* **หนี้สินหมุนเวียน:** 278.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** 31.45 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 554.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 โดยมีส่วนเกินมูลค่าหุ้น 207.58 ล้านบาท และกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร 177.28 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PIMO โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโตแข็งแกร่งจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และได้รับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่ง รวมถึงการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การลงทุนขยายกำลังการผลิตและคลังสินค้าสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอนาคต แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและผลักภาระไปยังลูกค้าจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIMO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
256.96
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.26
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.22
%
กำไรสุทธิ
17.49
ล้านบาท
↓ 20.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.81
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
257
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 4.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -20.3%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIMO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
7.28
ROA (%)
7.32
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIMO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIMO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-81.80
-63.61%
|
-224.80
+1,750.21%
|
-12.15
-80.60%
|
-62.62
-467.92%
|
17.02
-86.53%
|
126.33
+226.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.17
-94.57%
|
205.77
+4.30%
|
197.28
+2,963.35%
|
6.44
-85.15%
|
43.36
-208.16%
|
-40.09
-75.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
75.09
+225.49%
|
23.07
-113.38%
|
-172.46
+415.42%
|
-33.46
-252.51%
|
21.94
-144.89%
|
-48.88
-138.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.46
+10.67%
|
4.03
-68.12%
|
12.64
-113.73%
|
-92.03
-211.80%
|
82.32
+120.34%
|
37.36
+907.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
82.15
+227.92%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
132.53
+54.16%
|
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|