บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.18
+0.01 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ประกอบกับบริษัทยังคงมีกําไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเนื่องจากสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวดีขึ้น
บริษัทวางแผนรับมือกับเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ในปัจจุบันบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องคาดว่าบริษัทยังคงสามารถทํากําไรได้ในระหว่างการต่อรองขอขึ้นราคากับลูกค้าในช่วงนี้
รายได้อื่น 39.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 133.02 หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ที่เป็นความต้องการของตลาดในช่วงนี้ทําให้ราคาขายต่อ กิโลกรัมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ประกอบกับบริษัทได้รับผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีก่อน ได้แก่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6263 out_tok=2388 at=2026-07-26T00:03:07 -->
# PIMO กำไร Q1/2566 ดิ่ง 54.6% รับดีมานด์ต่างประเทศแผ่ว
## รายได้-กำไรหดตามเศรษฐกิจโลก ฝ่ายจัดการคาดส่งออกฟื้นปลายปี
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 14.82 ล้านบาท ลดลง 54.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าในตลาดต่างประเทศที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนขายต่อรายได้ยังคงสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่ายอดขายส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ PIMO ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 54.64% มาจาก **การหดตัวของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ** ประกอบกับ **ต้นทุนขายต่อรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น** ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมลดลงจาก 9.29% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 5.73% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายลดลง มาจากความต้องการสินค้าที่ลดลงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้อ่อนแอลง นอกจากนี้ การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากประชาชนใช้เวลาอยู่ที่บ้านและมีการปรับปรุงบ้านเรือน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ประชาชนจึงลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ทำให้ยอดขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงบ้านลดลง
ในส่วนของต้นทุนขายต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น เกิดจากราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ลวดทองแดง ที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าบริษัทจะพยายามบริหารจัดการสินค้าคงคลังเพื่อลดผลกระทบ แต่ก็ยังส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่า **ลักษณะเป็นครั้งคราว แต่ต้องติดตาม** ฝ่ายบริหารคาดว่ายอดขายส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวบ้างในไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นผลกระทบชั่วคราวจากปัจจัยภายนอก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวจะเกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด ยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดหลักอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 54.64% YoY:** จาก 32.67 ล้านบาทใน Q1/2565 เป็น 14.82 ล้านบาทใน Q1/2566
* **รายได้จากการขายลดลง 25.45% YoY:** จาก 339.21 ล้านบาทใน Q1/2565 เป็น 252.89 ล้านบาทใน Q1/2566
* **สัดส่วนรายได้ต่างประเทศลดลง:** จาก 56% ใน Q1/2565 เหลือ 40% ใน Q1/2566 ขณะที่รายได้ในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 44% เป็น 60%
* **ต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้น:** จาก 83.80% ใน Q1/2565 เป็น 86.56% ใน Q1/2566
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 6.87%:** จากการซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตและราคาวัตถุดิบที่แนวโน้มสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 258.76 ล้านบาท ลดลง 26.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 252.89 ล้านบาท ลดลง 25.45% การลดลงของรายได้เกิดจากยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ลดลง โดยเฉพาะมอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (Axial – Flux pool : BLDC) ต้นทุนขายอยู่ที่ 218.90 ล้านบาท ลดลง 22.99% ตามยอดขายที่ลดลง แต่เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการขายกลับเพิ่มขึ้นเป็น 86.56% จาก 83.80% ในปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 28.03% ตามยอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารใกล้เคียงกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของยอดขายส่งออก:** ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่ายอดขายส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งหากเป็นไปตามคาด จะช่วยหนุนรายได้และกำไรของบริษัทในระยะต่อไป
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การกักตุนวัตถุดิบในช่วงที่ราคาแนวโน้มสูงขึ้น อาจช่วยลดภาระต้นทุนในอนาคตได้หากราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นอีก
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงในตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบหลักที่ยังคงสูง หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด จะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายส่งออกในไตรมาส 4 ปี 2566
* การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ลวดทองแดง และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน
* การปรับตัวของเศรษฐกิจในตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย
* การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศ
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization และ Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับ Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่การลดลงของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ว่าอาจมีผลกระทบต่อ Utilization Rate หากคำสั่งซื้อไม่เพียงพอต่อกำลังการผลิต
**ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ลวดทองแดง มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 83.80% เป็น 86.56% บริษัทได้ติดตามสถานการณ์และพยายามบริหารจัดการสินค้าคงคลังเพื่อลดภาระ
**GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายลดลง
**การส่งออก:** สัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 56% ใน Q1/2565 เป็น 40% ใน Q1/2566 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้รวม
**ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 6.87% จากการซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตและราคาวัตถุดิบที่แนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นทั้งการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตและเป็นต้นทุนที่จมอยู่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,192.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.16% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียน 747.13 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินสดลดลงเล็กน้อย สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 6.87% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 445.12 ล้านบาท โดยหลักคือที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ลดลงเล็กน้อย
หนี้สินรวม 298.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.24% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียน 251.71 ล้านบาท ประกอบด้วยเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบกักตุน และเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น หนี้สินไม่หมุนเวียน 46.54 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 894.00 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรเพิ่มขึ้น 5.60%
## สรุปท้าย
PIMO เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2566 จากปัจจัยภายนอกที่กระทบกำลังซื้อในตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร แม้ว่าฝ่ายบริหารจะคาดการณ์การฟื้นตัวของยอดขายส่งออกในช่วงปลายปี แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการควบคุมต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการประคองผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIMO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
256.96
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.26
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.22
%
กำไรสุทธิ
17.49
ล้านบาท
↓ 20.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.81
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
257
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 4.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -20.3%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIMO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
7.28
ROA (%)
7.32
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIMO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIMO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-81.80
-63.61%
|
-224.80
+1,750.21%
|
-12.15
-80.60%
|
-62.62
-467.92%
|
17.02
-86.53%
|
126.33
+226.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.17
-94.57%
|
205.77
+4.30%
|
197.28
+2,963.35%
|
6.44
-85.15%
|
43.36
-208.16%
|
-40.09
-75.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
75.09
+225.49%
|
23.07
-113.38%
|
-172.46
+415.42%
|
-33.46
-252.51%
|
21.94
-144.89%
|
-48.88
-138.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.46
+10.67%
|
4.03
-68.12%
|
12.64
-113.73%
|
-92.03
-211.80%
|
82.32
+120.34%
|
37.36
+907.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
82.15
+227.92%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
132.53
+54.16%
|
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|