บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.18
+0.01 (+0.85%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ประกอบกับบริษัทยังคงมีกําไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเนื่องจากสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวดีขึ้น
บริษัทวางแผนรับมือกับเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ในปัจจุบันบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องคาดว่าบริษัทยังคงสามารถทํากําไรได้ในระหว่างการต่อรองขอขึ้นราคากับลูกค้าในช่วงนี้
รายได้อื่น 39.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 133.02 หลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเศษเหล็กซิลิคอน ที่เป็นความต้องการของตลาดในช่วงนี้ทําให้ราคาขายต่อ กิโลกรัมเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ประกอบกับบริษัทได้รับผลกําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการปรับตัวดีขึ้นมากกว่าปีก่อน ได้แก่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7186 out_tok=2901 at=2026-07-25T23:40:12 -->
# PIMO กำไร 9 เดือนแรกโต 22.7% รับยอดขายทุกผลิตภัณฑ์พุ่ง แต่ Q3 กำไรหดเล็กน้อยจากต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวม Q3/65 เติบโต 17.4% แต่ GPM หดลง เหตุต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งพุ่งสูง
บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 28.89 ล้านบาท ลดลง 5.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 92.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.71% โดยปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ ประกอบกับมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเนื่องจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PIMO ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **การเติบโตของยอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจาก **แรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น** ทั้งราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งระหว่างประเทศ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายเกิดจากผลิตภัณฑ์หลักทุกประเภท เช่น มอเตอร์แอร์ มอเตอร์ปั๊มบ้าน มอเตอร์กำลัง และมอเตอร์ปั๊มน้ำ (BLDC) ประกอบกับการมี **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ** เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ซึ่งช่วยหนุนกำไรโดยรวม
**สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565:** แม้รายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 17.44% (3 เดือน) และ 35.01% (9 เดือน) แต่ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 79.37% เป็น 84.87% ใน Q3/65 เทียบกับ Q3/64) และต้นทุนขายต่อรายได้จากการขาย 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้นจาก 80.30% เป็น 84.13% สาเหตุหลักมาจาก **ราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น** และ **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น** จากต้นทุนค่าระวางเรือและปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังคงมีอยู่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของยอดขาย แต่มีความเสี่ยงจากต้นทุน:** ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทยังคงกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องและติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบอยู่ตลอดเวลา รวมถึงพยายามบริหารจัดการปัญหาค่าขนส่ง ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทพยายามควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากเป็นปัจจัยที่เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวและปัญหา Supply Chain ที่ยังไม่คลี่คลายทั้งหมด ส่วนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้นเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **กำไร 9 เดือนแรกโต 22.71%:** อยู่ที่ 92.14 ล้านบาท จาก 75.09 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกโต 35.01%:** อยู่ที่ 986.11 ล้านบาท จาก 730.38 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/65 โต 17.44%:** อยู่ที่ 307.14 ล้านบาท จาก 261.53 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง:** Q3/65 อยู่ที่ 9.41% (เทียบกับ 11.72% ปีก่อน) และ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 9.34% (เทียบกับ 10.28% ปีก่อน)
* **ต้นทุนขายต่อรายได้สูงขึ้น:** Q3/65 อยู่ที่ 84.87% (เทียบกับ 79.37% ปีก่อน) และ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 84.13% (เทียบกับ 80.30% ปีก่อน)
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 33.23%:** อยู่ที่ 419.00 ล้านบาท จาก 314.49 ล้านบาทในปีก่อน เพื่อรองรับการผลิตและสต็อกวัตถุดิบ
* **เงินสดเพิ่มขึ้น 389.72%:** อยู่ที่ 122.68 ล้านบาท จาก 25.05 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการรับเงินเพิ่มทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย. 65:**
* **รายได้รวม:** 307.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.44% (YoY)
* **กำไรสุทธิ:** 28.89 ล้านบาท ลดลง 5.71% (YoY)
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 9.41% (เทียบกับ 11.72% YoY)
**งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย. 65:**
* **รายได้รวม:** 986.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.01% (YoY)
* **กำไรสุทธิ:** 92.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.71% (YoY)
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 9.34% (เทียบกับ 10.28% YoY)
## โอกาส
* **ยอดขายทุกผลิตภัณฑ์เติบโต:** แสดงถึงความต้องการในตลาดที่เพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์มอเตอร์ต่างๆ ของบริษัท
* **สัดส่วนรายได้ต่างประเทศยังคงสูง:** Q3/65 อยู่ที่ 53% (9 เดือนแรก 55%) สะท้อนความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
* **การเพิ่มทุนช่วยเสริมสภาพคล่อง:** เงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับเงินเพิ่มทุน ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน
* **การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์:** แสดงถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งระหว่างประเทศสูงขึ้น:** จากต้นทุนค่าระวางเรือและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขาย
* **อัตรากำไรสุทธิที่ลดลง:** เป็นผลมาจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่กล่าวมาข้างต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวด 9 เดือนแรกจะได้รับผลบวก แต่ก็เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบได้ทั้งสองทาง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** จะมีทิศทางปรับลดลงหรือทรงตัวในระดับสูงต่อไป
* **สถานการณ์ค่าขนส่งระหว่างประเทศ:** การคลี่คลายของปัญหา Supply Chain และค่าระวางเรือ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศ:** การปรับตัวของตลาดในแต่ละภูมิภาค
* **การใช้เงินเพิ่มทุน:** การนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปใช้ในการลงทุนหรือเสริมสภาพคล่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์บ่งชี้ว่ามีการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างประเทศ สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขายที่สูงขึ้น
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขาย (Cost of Sales / Sales Revenue) ใน Q3/65 อยู่ที่ 15.13% (100%-84.87%) เทียบกับ 20.63% (100%-79.37%) ใน Q3/64 และ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 15.87% (100%-84.13%) เทียบกับ 19.70% (100%-80.30%) ในปีก่อน แสดงถึง GPM ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่งออก:** สัดส่วนรายได้จากการขายต่างประเทศยังคงสูง โดย Q3/65 อยู่ที่ 53% และ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 55%
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวด 9 เดือนแรก แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดผลกระทบใน Q3/65 โดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 33.23% เพื่อรองรับการผลิตและสต็อกวัตถุดิบที่ราคาแนวโน้มสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 1,195.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.40% จากสิ้นปี 2564
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** 744.32 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่า:** 122.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 389.72% จากปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากการรับเงินเพิ่มทุน
* **ลูกหนี้การค้า:** 180.75 ล้านบาท ลดลง 3.74%
* **สินค้าคงเหลือ:** 419.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.23%
* **สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน:** 450.82 ล้านบาท
* **ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์:** 442.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.03% จากการลงทุนเครื่องจักร
* **หนี้สินรวม:** 378.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.80% จากสิ้นปี 2564
* **หนี้สินหมุนเวียน:** 329.74 ล้านบาท
* **เจ้าหนี้การค้า:** 273.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.40% จากการซื้อวัตถุดิบกักตุน
* **เจ้าหนี้อื่น:** 51.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.25% จากรายได้รับล่วงหน้าจากลูกค้า
* **หนี้สินไม่หมุนเวียน:** 48.61 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 816.79 ล้านบาท
* **กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร:** 249.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.21%
## สรุปท้าย
PIMO โชว์การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งใน 9 เดือนแรกปี 2565 จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกผลิตภัณฑ์และปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกแม้จะเติบโต แต่ก็มีอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบ รวมถึงค่าขนส่ง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางสภาวะต้นทุนที่ผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PIMO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
256.96
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
44.26
ล้านบาท
↑ 4.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.22
%
กำไรสุทธิ
17.49
ล้านบาท
↓ 20.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.81
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
257
↓ -9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
44
↑ + 4.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -20.3%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PIMO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
7.28
ROA (%)
7.32
Book Value/หุ้น
1.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PIMO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-82
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PIMO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-81.80
-63.61%
|
-224.80
+1,750.21%
|
-12.15
-80.60%
|
-62.62
-467.92%
|
17.02
-86.53%
|
126.33
+226.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
11.17
-94.57%
|
205.77
+4.30%
|
197.28
+2,963.35%
|
6.44
-85.15%
|
43.36
-208.16%
|
-40.09
-75.09%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
75.09
+225.49%
|
23.07
-113.38%
|
-172.46
+415.42%
|
-33.46
-252.51%
|
21.94
-144.89%
|
-48.88
-138.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4.46
+10.67%
|
4.03
-68.12%
|
12.64
-113.73%
|
-92.03
-211.80%
|
82.32
+120.34%
|
37.36
+907.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
82.15
+227.92%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
132.53
+54.16%
|
85.97
+112.06%
|
40.54
-50.65%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|