PCSGH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PCSGH
บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.12
+0.02 (+0.65%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 เป็นผลมาจาก ธุรกิจในประเทศ เริ่มฟื้นตัวในขณะที่ ธุรกิจต่างประเทศกลับมีรายได้ลดลง 45.7% มาจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเยอรมันที่ถดถอยจากสถานการณ์การ ขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึง การยกเลิกคําสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ในปี 2564 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิกจํานวน 66.3 ล้านบาท และขาดทุนจาก การด้อยค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศจํานวน 89.8 ล้านบาท รวมจํานวน 156.1 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการยุติการดําเนิน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6569 out_tok=2938 at=2026-07-25T23:07:37 --> # PCSGH กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 31.8% รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศฟื้นตัว ## รายได้-กำไรโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM เล็กน้อย บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 664.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.8% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่ส่งผลให้รายได้จากการขายและการบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกก็ตาม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PCSGH ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและการบริการรวมเติบโตขึ้น 8.8% มาอยู่ที่ 4,217.2 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 11.4% เป็น 3,913.6 ล้านบาท ปัจจัยนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 31.8% เป็น 664.1 ล้านบาท แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะลดลงเล็กน้อยจาก 22.9% เป็น 22.2% อันเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2565 ซึ่งมียอดการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 11.7% และยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 11.9% เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลดีต่อ PCSGH โดยตรง เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ การเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์ตามสภาวะตลาดและความต้องการของลูกค้าหลักที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีคำสั่งซื้อใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างสายงานการผลิตให้มีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มากขึ้น รวมถึงมาตรการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนผลกำไรให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.7% โดยมีสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายสูงขึ้นจาก 77.1% เป็น 77.8% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับราคาสูงขึ้นของวัตถุดิบตามราคาตลาดโลก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ลดลงเล็กน้อย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่ยังคงดำเนินต่อไป รวมถึงการที่ภาวะขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เริ่มคลี่คลาย ซึ่งส่งผลให้ยอดขายสินค้าประเภทแม่พิมพ์เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2565 นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมาตรการลดต้นทุนต่างๆ ที่บริษัทฯ ดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ คาดว่าจะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 31.8%** แตะ 664.1 ล้านบาท จาก 503.7 ล้านบาทในปี 2564 * **รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 8.8%** เป็น 4,217.2 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจในประเทศ * **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ลดลงเล็กน้อยจาก 22.9% เป็น 22.2% * **ธุรกิจต่างประเทศเผชิญความท้าทาย** รายได้ลดลง 16.5% จากผลกระทบเศรษฐกิจยุโรปและสงครามรัสเซีย-ยูเครน * **การลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะเงินฝากธนาคารระยะสั้นและพันธบัตรรัฐบาล * **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 1,738.7 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 4,217.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% จาก 3,875.6 ล้านบาทในปี 2564 การเพิ่มขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากธุรกิจในประเทศที่เติบโตขึ้น 11.4% เป็น 3,913.6 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์ตามสภาวะตลาดและความต้องการของลูกค้าหลักที่ฟื้นตัว ในขณะที่รายได้จากธุรกิจต่างประเทศลดลง 16.5% เป็น 303.6 ล้านบาท เนื่องจากการยกเลิกคำสั่งซื้อจากลูกค้าในยุโรปจากผลกระทบเศรษฐกิจและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 9.7% เป็น 3,280.7 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 77.1% เป็น 77.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบตามราคาตลาดโลก แม้ว่าต้นทุนการผลิตอื่นๆ ต่อรายได้จะลดลงจากการประหยัดต่อขนาดและการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 5.7% เป็น 936.5 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ลดลงจาก 22.9% เป็น 22.2% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 3.2% เป็น 398.4 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนต่อรายได้รวมลดลงจาก 10.1% เป็น 9.0% บริษัทฯ มีการบันทึกผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 20.6 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 38.5 ล้านบาท โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 664.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.8% จาก 503.7 ล้านบาทในปี 2564 หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 683.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 621.3 ล้านบาทในปี 2564 ## โอกาส * **การฟื้นตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย:** การเติบโตของยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ในประเทศเป็นปัจจัยบวกสำคัญ * **การคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์:** ช่วยหนุนยอดขายสินค้าประเภทแม่พิมพ์ในธุรกิจต่างประเทศ * **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** การลงทุนในระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน * **มาตรการลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย * **การขยายตลาดในอนาคต:** แม้ปัจจุบันธุรกิจต่างประเทศเผชิญความท้าทาย แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอาจสร้างโอกาสใหม่ๆ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบตามตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนและราคาพลังงานที่สูงในยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ * **การเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์:** การเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์ของลูกค้าหลักอาจส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในระยะสั้น * **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินยูโร อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการจากธุรกิจต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการผลิตและยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2566 * สถานการณ์ราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น เหล็ก และผลกระทบต่อ GPM * การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปและผลกระทบต่อคำสั่งซื้อจากธุรกิจต่างประเทศ * ความคืบหน้าในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและมาตรการลดต้นทุน * การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ระบุว่าการผลิตและการขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึง "คำสั่งซื้อของลูกค้าหลักหลายรายที่เปลี่ยนแปลงจากการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์" และ "ยอดขายสินค้าประเภทแม่พิมพ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายปี 2565" ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่า "การปรับราคาสูงขึ้นของวัตถุดิบตามราคาตลาดโลก" เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้เพิ่มขึ้น * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ลดลงเล็กน้อยจาก 22.9% เป็น 22.2% ซึ่งสอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ส่งออก:** รายได้จากการขายธุรกิจต่างประเทศลดลง 16.5% จากผลกระทบเศรษฐกิจยุโรป * **ค่าเงิน:** มีการบันทึกผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 20.6 ล้านบาท จากการให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยในต่างประเทศ (อัตราแลกเปลี่ยน ณ 31 ธ.ค. 65 อยู่ที่ 36.4494 บาทต่อยูโร) * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 88.7 ล้านบาท เนื่องจากการขายและการรับชำระเงินจากลูกค้ากลุ่มสินค้าแม่พิมพ์ในต่างประเทศ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 5,826.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 116.9 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากธนาคารระยะสั้น แม้ว่าลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือจะลดลง สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 73.4 ล้านบาท จากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า หนี้สินรวมลดลง 45.6 ล้านบาท เป็น 965.4 ล้านบาท หลักๆ มาจากการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 235.9 ล้านบาท เป็น 4,861.3 ล้านบาท หลังหักการจ่ายเงินปันผลรวม 457.5 ล้านบาท และรวมกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 693.4 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง อยู่ที่ 1,132.6 ล้านบาท บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 1,738.7 ล้านบาท โดยมีการลงทุนในเงินฝากประจำและพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า และมีการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น ## สรุปท้าย PCSGH ปิดปี 2565 ด้วยผลประกอบการที่น่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น 31.8% เป็นผลมาจากอานิสงส์การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่ส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการลงทุนในระบบอัตโนมัติ ช่วยหนุนผลกำไรโดยรวมให้แข็งแกร่งขึ้น การที่ธุรกิจต่างประเทศยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและมาตรการเชิงรุกของบริษัทฯ ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCSGH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
706.52 ล้านบาท
↓ 16.3% YoY
กำไรขั้นต้น
192.60 ล้านบาท
↓ 33% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.26 %
กำไรสุทธิ
106.52 ล้านบาท
↓ 56.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.08 %
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
707
↓ -16.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↓ -33% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -56.2% YoY
D/E Ratio
0.15

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCSGH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
706.52
-16.28%
843.87
-6.11%
898.82
-17.59%
1,090.66
+5.36%
1,035.14
+194.46%
351.53
-69.32%
กำไรขั้นต้น
192.60
-32.98%
287.38
+7.59%
267.11
+11.13%
240.36
+22.50%
196.21
-19.13%
242.63
+114.38%
ค่าใช้จ่ายรวม
49.98
+6.56%
46.90
-29.17%
66.22
-39.97%
110.30
+2.69%
107.41
+1,305.54%
7.64
-93.94%
กำไรสุทธิ
106.52
-56.17%
243.04
+127.94%
106.62
-27.97%
148.02
+4,362.14%
-3.47
-102.15%
161.28
+1,119.70%
กำไรต่อหุ้น
0.07
-56.55%
0.17
+127.03%
0.07
-27.45%
0.10
+5,200.00%
0.00
-101.80%
0.11
+1,133.33%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
27.26
-19.96%
34.06
+14.60%
29.72
+34.85%
22.04
+16.31%
18.95
-72.54%
69.02
+598.58%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
7.07
+27.16%
5.56
-24.56%
7.37
-27.10%
10.11
-2.60%
10.38
+378.34%
2.17
-80.29%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
15.08
-47.64%
28.80
+142.83%
11.86
-12.60%
13.57
+4,091.18%
-0.34
-100.74%
45.88
+3,889.57%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-7.84
-1,306.15%
0.65
+100.80%
-81.64
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
10.64
-14.05%
12.38
-16.63%
14.85
+6.07%
14.00
+29.99%
10.77
+101.69%
5.34
-46.92%
ROA(%)
9.25
-9.58%
10.23
-27.03%
14.02
+13.52%
12.35
+10.37%
11.19
+112.33%
5.27
-33.38%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.15
+7.14%
0.14
-22.22%
0.18
-10.00%
0.20
-9.09%
0.22
+4.76%
0.21
+31.25%
P/E
6.60
-50.60%
13.36
+33.07%
10.04
-34.16%
15.25
+29.79%
11.75
-82.04%
65.42
P/BV
0.91
-32.09%
1.34
-15.72%
1.59
-4.79%
1.67
-0.60%
1.68
+6.33%
1.58
-14.59%
BV
3.41
+5.25%
3.24
+0.62%
3.22
+4.55%
3.08
+1.65%
3.03
+1.00%
3.00
-4.15%
YIELD(%)
8.48
-8.03%
9.22
+34.40%
6.86
+17.67%
5.83
+18.98%
4.90
-41.94%
8.44
+81.12%
ราคาหุ้น
3.10
-28.57%
4.34
-14.90%
5.10
-0.97%
5.15
+0.98%
5.10
+7.59%
4.74
-18.28%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
10.64
ROA (%)
9.25
Book Value/หุ้น
3.56

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCSGH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,790.51
+15.15%
3,291.87
+3.11%
3,192.54
-2.66%
3,279.84
+3.70%
3,162.95
+2.60%
3,082.71
+13.82%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,990.97
-23.87%
2,615.15
-4.32%
2,733.24
+7.32%
2,546.92
+2.97%
2,473.45
-6.85%
2,655.27
-2.69%
รวมสินทรัพย์
5,781.48
-2.13%
5,907.02
-0.32%
5,925.78
+1.70%
5,826.76
+3.38%
5,636.40
-1.77%
5,737.97
+5.53%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
340.52
-1.81%
346.79
-38.04%
559.72
-5.54%
592.54
-0.38%
594.81
+4.00%
571.91
+13.41%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
400.59
+8.44%
369.42
+4.86%
352.31
-5.52%
372.88
-10.40%
416.14
-4.02%
433.58
+181.55%
รวมหนี้สิน
741.11
+3.48%
716.21
-21.47%
912.02
-5.53%
965.43
-4.50%
1,010.96
+0.54%
1,005.50
+52.74%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,040.37
-2.90%
5,190.81
+3.53%
5,013.76
+3.14%
4,861.33
+5.10%
4,625.44
-2.26%
4,732.47
-0.97%
D/E
0.15
0.14
0.18
0.20
0.22
0.21
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.64
12.38
14.85
14.00
10.77
5.34
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.25
10.23
14.02
12.35
11.19
5.27
อัตราส่วนสภาพคล่อง
11.13
9.49
5.70
5.54
5.32
5.39
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.95
2.70
3.30
2.59
3.78
2.67
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
66.02
65.43
0.00
0.00
71.00
71.91
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
69.98
83.99
0.00
0.00
87.40
78.51
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
28.01
28.08
0.00
0.00
46.79
55.38
วงจรเงินสด
108.00
121.34
0.00
0.00
111.61
95.04
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCSGH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-263.52
-53.15%
-562.50
-11.05%
-632.39
-155.82%
1,132.89
+45.35%
779.40
-18.87%
960.71
+177.36%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
126.65
-111.37%
-1,114.06
-259.52%
698.38
-179.87%
-874.41
-624.79%
166.62
-129.84%
-558.43
+466.65%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
478.72
+48.00%
323.47
-2.52%
331.84
-165.43%
-507.15
-28.63%
-710.62
+201.85%
-235.42
-3,031.76%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
374.05
-128.13%
-1,329.83
-464.54%
364.80
-256.00%
-233.84
-207.39%
217.74
+119.47%
99.21
-60.97%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
362.78
-71.40%
1,268.64
+59.74%
794.19
-22.85%
1,029.38
+28.18%
803.09
+14.17%
703.44
+40.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
502.64
+38.55%
362.78
-71.40%
1,268.64
+59.74%
794.19
-22.85%
1,029.38
+28.18%
803.09
-30.37%