บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.12
+0.02 (+0.65%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 เป็นผลมาจาก ธุรกิจในประเทศ เริ่มฟื้นตัวในขณะที่ ธุรกิจต่างประเทศกลับมีรายได้ลดลง 45.7% มาจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเยอรมันที่ถดถอยจากสถานการณ์การ ขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึง การยกเลิกคําสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2564
ในปี 2564 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิกจํานวน 66.3 ล้านบาท และขาดทุนจาก การด้อยค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศจํานวน 89.8 ล้านบาท รวมจํานวน 156.1 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการยุติการดําเนิน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10923 out_tok=2975 at=2026-07-25T23:53:54 -->
# PCSGH กำไร Q2/2565 ลดลง YoY รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ-ธุรกิจต่างประเทศหดตัว
## รายได้รวมหดตัวเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิปรับลงแรงจากปัจจัยพิเศษ-ต้นทุนที่สูงขึ้น
บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 993.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 146.7 ล้านบาท ลดลง 15.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 17.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการธุรกิจในประเทศที่ยังคงเติบโตได้ แต่ถูกหักล้างด้วยการหดตัวของธุรกิจต่างประเทศ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PCSGH ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การหดตัวของรายได้และกำไรจากธุรกิจต่างประเทศ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** แม้ว่าธุรกิจในประเทศจะยังคงเติบโตได้ก็ตาม โดยกำไรสุทธิลดลง 15.9% YoY จาก 173.6 ล้านบาท เป็น 146.7 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจต่างประเทศถดถอย:** รายได้จากธุรกิจต่างประเทศลดลง 30.4% YoY เหลือ 67.8 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 29.5 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการยุติการดำเนินงานของบริษัทย่อยบางแห่งในเยอรมนีและฮังการีตั้งแต่ปลายปี 2564 จากสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ที่ถดถอยในยุโรป และการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (semiconductor) ที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ในต่างประเทศ
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ต้นทุนขายในธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น 14.0% YoY โดยมีสัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 73.0% ใน Q2/2564 เป็น 76.6% ใน Q2/2565 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 23.0% ใน Q2/2564 เป็น 21.5% ใน Q2/2565
* **ธุรกิจในประเทศเติบโตแต่ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด:** รายได้จากธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น 8.7% YoY เป็น 925.9 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อของลูกค้าหลักที่เปลี่ยนแปลงตามการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์และการผ่อนคลายของสภาวะตลาดรถยนต์ในประเทศ แต่การเติบโตนี้ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการหดตัวของธุรกิจต่างประเทศและผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการลดลงของรายได้ในประเทศเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เป็นไปตามฤดูกาลปกติของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจากช่วงวันหยุดยาวในเดือนเมษายน แต่การหดตัวของธุรกิจต่างประเทศอันเนื่องมาจากสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ในยุโรปและการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่อาจผันผวนก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะต่อไปหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/2565 เติบโตเล็กน้อย YoY:** อยู่ที่ 993.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% YoY แต่ลดลง 12.6% QoQ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 ลดลง 15.9% YoY:** อยู่ที่ 146.7 ล้านบาท จาก 173.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจในประเทศยังคงเติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้น 8.7% YoY จากคำสั่งซื้อลูกค้าหลักและการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศ
* **ธุรกิจต่างประเทศหดตัวแรง:** รายได้ลดลง 30.4% YoY และมีผลขาดทุนสุทธิ 29.5 ล้านบาท จากการยุติการดำเนินงานและสถานการณ์ในยุโรป
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** อยู่ที่ 21.5% จาก 23.0% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมัน:** บริษัทฯ ได้รับเงินอุดหนุน 69.2 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 จากโครงการช่วยเหลือผลกระทบ COVID-19
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 993.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/2564) แต่ลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 โดยรายได้ธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น 8.7% YoY เป็น 925.9 ล้านบาท ขณะที่รายได้ธุรกิจต่างประเทศลดลง 30.4% YoY เหลือ 67.8 ล้านบาท
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 780.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% YoY โดยต้นทุนขายในประเทศเพิ่มขึ้น 14.0% YoY ขณะที่ต้นทุนขายต่างประเทศลดลง 34.1% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 23.0% ใน Q2/2564 เป็น 21.5% ใน Q2/2565
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 3.7% YoY อยู่ที่ 91.8 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 10.5% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่างประเทศลดลง 16.2% YoY
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 146.7 ล้านบาท ลดลง 15.9% YoY และลดลง 17.6% QoQ
สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2565 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 2,130.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% YoY โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจในประเทศที่เติบโต 10.3% YoY ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศลดลง 27.8% YoY กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 467.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 21.9% และมีกำไรสุทธิรวม 357.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% YoY (หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน)
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ:** การผ่อนคลายของสภาวะตลาดรถยนต์ในประเทศและการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้าหลัก เป็นปัจจัยหนุนรายได้จากธุรกิจในประเทศ
* **คำสั่งซื้อใหม่และการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต:** การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อผลิตกลุ่มสินค้าที่มีสัญญาการสั่งซื้อใหม่และการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
* **เงินช่วยเหลือจากภาครัฐ:** การได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเยอรมันสำหรับโครงการช่วยเหลือผลกระทบ COVID-19 เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะสั้น
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ในยุโรป:** ความถดถอยของอุตสาหกรรมรถยนต์ในทวีปยุโรปส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
* **การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Semiconductor):** ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ในต่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อของบริษัทฯ
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การลงทุนและการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทย่อยในต่างประเทศ ทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักในประเทศ และการเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์
* สถานการณ์การผลิตรถยนต์ในยุโรป และผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบ และผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* การดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ และแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ระบุว่าการผลิตมีการปรับลดลงในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งอาจสะท้อนถึง Utilization ที่ลดลง
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดของ Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึง "คำสั่งซื้อของลูกค้าหลักหลายรายที่เปลี่ยนแปลงจากการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์"
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่า "ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น" เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อ GPM
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 23.0% ใน Q2/2564 เป็น 21.5% ใน Q2/2565
* **ส่งออก:** รายได้จากการขายธุรกิจต่างประเทศลดลง 30.4% YoY และมีผลขาดทุนสุทธิ
* **ค่าเงิน:** มีการบันทึกผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.0 ล้านบาทใน Q2/2565
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 42.1 ล้านบาท เป็นไปตามการผลิตที่ปรับลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,620.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงเล็กน้อยจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลัง ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์สุทธิจากค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 851.1 ล้านบาท ลดลง 159.9 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,769.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.9 ล้านบาท จากการบันทึกกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมและการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 470.9 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 321.4 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 256.2 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิ ณ สิ้นงวด 2,009.1 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PCSGH ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการหดตัวของธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลง แม้ว่าธุรกิจในประเทศจะยังคงเติบโตได้ก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุน การติดตามสถานการณ์อุตสาหกรรมในยุโรป และการปรับตัวต่อความผันผวนของราคาวัตถุดิบ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCSGH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
706.52
ล้านบาท
↓ 16.3% YoY
กำไรขั้นต้น
192.60
ล้านบาท
↓ 33% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.26
%
กำไรสุทธิ
106.52
ล้านบาท
↓ 56.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.08
%
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
707
↓ -16.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↓ -33%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -56.2%
YoY
D/E Ratio
0.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCSGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
10.64
ROA (%)
9.25
Book Value/หุ้น
3.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCSGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCSGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-263.52
-53.15%
|
-562.50
-11.05%
|
-632.39
-155.82%
|
1,132.89
+45.35%
|
779.40
-18.87%
|
960.71
+177.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
126.65
-111.37%
|
-1,114.06
-259.52%
|
698.38
-179.87%
|
-874.41
-624.79%
|
166.62
-129.84%
|
-558.43
+466.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
478.72
+48.00%
|
323.47
-2.52%
|
331.84
-165.43%
|
-507.15
-28.63%
|
-710.62
+201.85%
|
-235.42
-3,031.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
374.05
-128.13%
|
-1,329.83
-464.54%
|
364.80
-256.00%
|
-233.84
-207.39%
|
217.74
+119.47%
|
99.21
-60.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
+14.17%
|
703.44
+40.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
502.64
+38.55%
|
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
-30.37%
|