บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.12
+0.02 (+0.65%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 เป็นผลมาจาก ธุรกิจในประเทศ เริ่มฟื้นตัวในขณะที่ ธุรกิจต่างประเทศกลับมีรายได้ลดลง 45.7% มาจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเยอรมันที่ถดถอยจากสถานการณ์การ ขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึง การยกเลิกคําสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2564
ในปี 2564 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิกจํานวน 66.3 ล้านบาท และขาดทุนจาก การด้อยค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศจํานวน 89.8 ล้านบาท รวมจํานวน 156.1 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการยุติการดําเนิน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7351 out_tok=3522 at=2026-07-25T23:38:16 -->
# PCSGH กำไร Q3/65 ลดลง YoY เหตุผลหลักจากผลกำไร FX ชั่วคราว แต่รายได้หลักฟื้นตัว
## รายได้ธุรกิจในประเทศเติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ตลาดรถยนต์ฟื้นตัว ขณะที่กำไรสุทธิอ่อนตัวลงจากรายการพิเศษ
บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,024.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจในประเทศที่เติบโต 12.4% จากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์และการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 158.4 ล้านบาท ลดลง 25.1% YoY เนื่องจากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในปีก่อนสูงกว่า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PCSGH ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized FX Gain)** ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรจากรายการนี้ถึง 35.5 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลับมีกำไรเพียง 14.1 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการนี้ กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 164.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 140.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 140.5 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (หากไม่รวม FX gain ของปี 2564)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิในงบการเงินดูเหมือนลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 35.5 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการลงทุนและการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทย่อยในต่างประเทศ ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรจากรายการดังกล่าวเพียง 14.1 ล้านบาท ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิโดยรวมลดลง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากผลการดำเนินงานหลัก รายได้จากการขายรวมเติบโตขึ้น 13.2% มาอยู่ที่ 1,024.3 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้น 12.4% เป็น 936.9 ล้านบาท เนื่องจากคำสั่งซื้อของลูกค้าหลักที่เปลี่ยนแปลงตามการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์และการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศ นอกจากนี้ ธุรกิจต่างประเทศยังเติบโตถึง 23.1% เป็น 87.4 ล้านบาท จากยอดขายแม่พิมพ์และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป รวมถึงการคลี่คลายของวิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเป็นรายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางได้อย่างแม่นยำ และมักเป็นรายการที่ฝ่ายจัดการจะพิจารณาแยกออกไปเมื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานหลัก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของรายการนี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราวและไม่สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรหลักของบริษัทฯ ในระยะยาว ในทางกลับกัน การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการปรับตัวของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตและการขาย บ่งชี้ว่าปัจจัยพื้นฐานของการดำเนินงานยังคงมีแนวโน้มที่ดี
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 13.2% YoY:** อยู่ที่ 1,024.3 ล้านบาท จาก 906.8 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้น 12.4% และธุรกิจต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 23.1%
* **กำไรสุทธิลดลง 25.1% YoY:** อยู่ที่ 158.4 ล้านบาท จาก 211.4 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในปีก่อนสูงกว่า
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 229.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 22.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 22.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต:** ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 795.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% YoY สอดคล้องกับการผลิตและการขายที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารควบคุมได้:** รวม 91.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงเล็กน้อย
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สินทรัพย์รวม 5,589.5 ล้านบาท หนี้สินรวม 895.2 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 4,694.3 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 1,024.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การเติบโตของรายได้มาจากทั้งธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้น 12.4% YoY และธุรกิจต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 23.1% YoY โดยธุรกิจในประเทศได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์และการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้าหลัก ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศได้อานิสงส์จากการขายแม่พิมพ์และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 795.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 22.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 22.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรขั้นต้นจากธุรกิจในประเทศอยู่ที่ 233.1 ล้านบาท แต่ธุรกิจต่างประเทศมีผลขาดทุนขั้นต้น 4.1 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 91.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 8.9%
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 158.4 ล้านบาท ลดลง 25.1% YoY คือการบันทึกผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 35.5 ล้านบาทในปี 2564 เหลือ 14.1 ล้านบาทในปี 2565) หากไม่รวมรายการนี้ กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 164.3 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หากปรับรายการ FX) และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและต่างประเทศเริ่มฟื้นตัว โดยยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 36.2% YoY และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 25.9% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์
* **การเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้า:** การเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์ตามสภาวะตลาดส่งผลให้เกิดคำสั่งซื้อใหม่ๆ จากลูกค้าหลัก ซึ่งเป็นโอกาสในการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป:** การคลี่คลายของวิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป หนุนการส่งออกสินค้าประเภทแม่พิมพ์
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับยอดขายยังคงเป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสามารถส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาสได้
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่ารายได้อาจสะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงมีอยู่สูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power)
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในตลาดรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลัก:** การเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์และการฟื้นตัวของตลาดในประเทศจะส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และการผลิต เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การฟื้นตัวของธุรกิจต่างประเทศ:** แนวโน้มการเติบโตของยอดขายแม่พิมพ์และการส่งออกไปยังตลาดยุโรป
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ทิศทางของค่าเงินยูโรเทียบกับเงินบาท และผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่ลดลง 32.3 ล้านบาท อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ดี หรืออาจเป็นสัญญาณของการผลิตที่ลดลงหากคำสั่งซื้อไม่ต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อย อาจบ่งชี้ว่าโรงงานมีการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึง "คำสั่งซื้อของลูกค้าหลักหลายรายที่เปลี่ยนแปลงจากการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์" บ่งชี้ว่ามีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามา
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย 17.4% ซึ่งสูงกว่ารายได้ 13.2% อาจสะท้อนถึงแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 22.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 22.5% YoY
* **ส่งออก:** รายได้จากการขายธุรกิจต่างประเทศเพิ่มขึ้น 23.1% YoY เป็น 87.4 ล้านบาท จากยอดขายแม่พิมพ์และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป
* **ค่าเงิน:** มีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 14.1 ล้านบาท (เทียบกับ 35.5 ล้านบาท YoY) โดยอัตราแลกเปลี่ยน ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 36.8328 บาทต่อยูโร
* **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 32.3 ล้านบาท จากการขายและการรับชำระเงินจากลูกค้ากลุ่มสินค้าแม่พิมพ์ในต่างประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 5,589.5 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 113.8 ล้านบาท (จากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลัง) และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 66.8 ล้านบาท (จากการแสดงรายการเงินลงทุนในบริษัทอื่น)
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 895.2 ล้านบาท ลดลง 115.8 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่ลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 4,694.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.9 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลรวม 457.5 ล้านบาท แต่ถูกชดเชยด้วยกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 516.1 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 774.4 ล้านบาท
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 873.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเงินฝากประจำและพันธบัตรรัฐบาล
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไป 495.5 ล้านบาท เป็นการจ่ายเงินปันผล 457.5 ล้านบาท และจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า 37.8 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่า:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 1,459.3 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PCSGH ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้หลัก โดยเฉพาะจากธุรกิจในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของตลาดรถยนต์และการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้า ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศก็เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ลดลง YoY เป็นผลมาจากรายการพิเศษด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ซึ่งไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่งขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ควบคู่ไปกับแนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต และความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCSGH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
706.52
ล้านบาท
↓ 16.3% YoY
กำไรขั้นต้น
192.60
ล้านบาท
↓ 33% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.26
%
กำไรสุทธิ
106.52
ล้านบาท
↓ 56.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.08
%
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
707
↓ -16.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↓ -33%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -56.2%
YoY
D/E Ratio
0.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCSGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
10.64
ROA (%)
9.25
Book Value/หุ้น
3.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCSGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCSGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-263.52
-53.15%
|
-562.50
-11.05%
|
-632.39
-155.82%
|
1,132.89
+45.35%
|
779.40
-18.87%
|
960.71
+177.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
126.65
-111.37%
|
-1,114.06
-259.52%
|
698.38
-179.87%
|
-874.41
-624.79%
|
166.62
-129.84%
|
-558.43
+466.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
478.72
+48.00%
|
323.47
-2.52%
|
331.84
-165.43%
|
-507.15
-28.63%
|
-710.62
+201.85%
|
-235.42
-3,031.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
374.05
-128.13%
|
-1,329.83
-464.54%
|
364.80
-256.00%
|
-233.84
-207.39%
|
217.74
+119.47%
|
99.21
-60.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
+14.17%
|
703.44
+40.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
502.64
+38.55%
|
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
-30.37%
|