PCSGH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PCSGH
บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
2.90
0.04 (1.36%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 เป็นผลมาจาก ธุรกิจในประเทศ เริ่มฟื้นตัวในขณะที่ ธุรกิจต่างประเทศกลับมีรายได้ลดลง 45.7% มาจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเยอรมันที่ถดถอยจากสถานการณ์การ ขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึง การยกเลิกคําสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ในปี 2564 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิกจํานวน 66.3 ล้านบาท และขาดทุนจาก การด้อยค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศจํานวน 89.8 ล้านบาท รวมจํานวน 156.1 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการยุติการดําเนิน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7351 out_tok=3522 at=2026-07-25T23:38:16 --> # PCSGH กำไร Q3/65 ลดลง YoY เหตุผลหลักจากผลกำไร FX ชั่วคราว แต่รายได้หลักฟื้นตัว ## รายได้ธุรกิจในประเทศเติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ตลาดรถยนต์ฟื้นตัว ขณะที่กำไรสุทธิอ่อนตัวลงจากรายการพิเศษ บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 1,024.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจในประเทศที่เติบโต 12.4% จากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์และการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 158.4 ล้านบาท ลดลง 25.1% YoY เนื่องจากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในปีก่อนสูงกว่า ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PCSGH ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized FX Gain)** ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรจากรายการนี้ถึง 35.5 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลับมีกำไรเพียง 14.1 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการนี้ กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 164.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 140.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 140.5 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (หากไม่รวม FX gain ของปี 2564) ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิในงบการเงินดูเหมือนลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 มีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 35.5 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการลงทุนและการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทย่อยในต่างประเทศ ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรจากรายการดังกล่าวเพียง 14.1 ล้านบาท ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิโดยรวมลดลง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากผลการดำเนินงานหลัก รายได้จากการขายรวมเติบโตขึ้น 13.2% มาอยู่ที่ 1,024.3 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้น 12.4% เป็น 936.9 ล้านบาท เนื่องจากคำสั่งซื้อของลูกค้าหลักที่เปลี่ยนแปลงตามการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์และการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศ นอกจากนี้ ธุรกิจต่างประเทศยังเติบโตถึง 23.1% เป็น 87.4 ล้านบาท จากยอดขายแม่พิมพ์และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป รวมถึงการคลี่คลายของวิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเป็นรายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางได้อย่างแม่นยำ และมักเป็นรายการที่ฝ่ายจัดการจะพิจารณาแยกออกไปเมื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานหลัก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของรายการนี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราวและไม่สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรหลักของบริษัทฯ ในระยะยาว ในทางกลับกัน การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการปรับตัวของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตและการขาย บ่งชี้ว่าปัจจัยพื้นฐานของการดำเนินงานยังคงมีแนวโน้มที่ดี ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 13.2% YoY:** อยู่ที่ 1,024.3 ล้านบาท จาก 906.8 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้น 12.4% และธุรกิจต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 23.1% * **กำไรสุทธิลดลง 25.1% YoY:** อยู่ที่ 158.4 ล้านบาท จาก 211.4 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในปีก่อนสูงกว่า * **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 229.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 22.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 22.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต:** ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 795.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% YoY สอดคล้องกับการผลิตและการขายที่สูงขึ้น * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารควบคุมได้:** รวม 91.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงเล็กน้อย * **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สินทรัพย์รวม 5,589.5 ล้านบาท หนี้สินรวม 895.2 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 4,694.3 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 1,024.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การเติบโตของรายได้มาจากทั้งธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้น 12.4% YoY และธุรกิจต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 23.1% YoY โดยธุรกิจในประเทศได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์และการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้าหลัก ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศได้อานิสงส์จากการขายแม่พิมพ์และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 795.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 22.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 22.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรขั้นต้นจากธุรกิจในประเทศอยู่ที่ 233.1 ล้านบาท แต่ธุรกิจต่างประเทศมีผลขาดทุนขั้นต้น 4.1 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 91.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 8.9% ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 158.4 ล้านบาท ลดลง 25.1% YoY คือการบันทึกผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (จาก 35.5 ล้านบาทในปี 2564 เหลือ 14.1 ล้านบาทในปี 2565) หากไม่รวมรายการนี้ กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 164.3 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หากปรับรายการ FX) และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและต่างประเทศเริ่มฟื้นตัว โดยยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น 36.2% YoY และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 25.9% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ * **การเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้า:** การเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์ตามสภาวะตลาดส่งผลให้เกิดคำสั่งซื้อใหม่ๆ จากลูกค้าหลัก ซึ่งเป็นโอกาสในการรักษาฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป:** การคลี่คลายของวิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป หนุนการส่งออกสินค้าประเภทแม่พิมพ์ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับยอดขายยังคงเป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไร ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสามารถส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาสได้ * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่ารายได้อาจสะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงมีอยู่สูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในตลาดรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลัก:** การเปลี่ยนแปลงรุ่นรถยนต์และการฟื้นตัวของตลาดในประเทศจะส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไปอย่างไร * **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และการผลิต เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น * **การฟื้นตัวของธุรกิจต่างประเทศ:** แนวโน้มการเติบโตของยอดขายแม่พิมพ์และการส่งออกไปยังตลาดยุโรป * **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ทิศทางของค่าเงินยูโรเทียบกับเงินบาท และผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่ลดลง 32.3 ล้านบาท อาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ดี หรืออาจเป็นสัญญาณของการผลิตที่ลดลงหากคำสั่งซื้อไม่ต่อเนื่อง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อย อาจบ่งชี้ว่าโรงงานมีการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึง "คำสั่งซื้อของลูกค้าหลักหลายรายที่เปลี่ยนแปลงจากการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์" บ่งชี้ว่ามีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามา * **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย 17.4% ซึ่งสูงกว่ารายได้ 13.2% อาจสะท้อนถึงแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 22.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 22.5% YoY * **ส่งออก:** รายได้จากการขายธุรกิจต่างประเทศเพิ่มขึ้น 23.1% YoY เป็น 87.4 ล้านบาท จากยอดขายแม่พิมพ์และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป * **ค่าเงิน:** มีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 14.1 ล้านบาท (เทียบกับ 35.5 ล้านบาท YoY) โดยอัตราแลกเปลี่ยน ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 36.8328 บาทต่อยูโร * **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 32.3 ล้านบาท จากการขายและการรับชำระเงินจากลูกค้ากลุ่มสินค้าแม่พิมพ์ในต่างประเทศ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 5,589.5 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 113.8 ล้านบาท (จากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลัง) และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 66.8 ล้านบาท (จากการแสดงรายการเงินลงทุนในบริษัทอื่น) * **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 895.2 ล้านบาท ลดลง 115.8 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่ลดลง * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 4,694.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.9 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลรวม 457.5 ล้านบาท แต่ถูกชดเชยด้วยกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม 516.1 ล้านบาท * **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 774.4 ล้านบาท * **กิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 873.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเงินฝากประจำและพันธบัตรรัฐบาล * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไป 495.5 ล้านบาท เป็นการจ่ายเงินปันผล 457.5 ล้านบาท และจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า 37.8 ล้านบาท * **เงินสดและรายการเทียบเท่า:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 1,459.3 ล้านบาท ## สรุปท้าย PCSGH ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้หลัก โดยเฉพาะจากธุรกิจในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของตลาดรถยนต์และการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ของลูกค้า ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศก็เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ลดลง YoY เป็นผลมาจากรายการพิเศษด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ซึ่งไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่งขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ควบคู่ไปกับแนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต และความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCSGH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
706.52 ล้านบาท
↓ 16.3% YoY
กำไรขั้นต้น
192.60 ล้านบาท
↓ 33% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.26 %
กำไรสุทธิ
106.52 ล้านบาท
↓ 56.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.08 %
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
707
↓ -16.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↓ -33% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -56.2% YoY
D/E Ratio
0.15

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCSGH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
706.52
-16.28%
843.87
-6.11%
898.82
-17.59%
1,090.66
+5.36%
1,035.14
+194.46%
351.53
-69.32%
กำไรขั้นต้น —
192.60
-32.98%
287.38
+7.59%
267.11
+11.13%
240.36
+22.50%
196.21
-19.13%
242.63
+114.38%
ค่าใช้จ่ายรวม —
49.98
+6.56%
46.90
-29.17%
66.22
-39.97%
110.30
+2.69%
107.41
+1,305.54%
7.64
-93.94%
กำไรสุทธิ —
106.52
-56.17%
243.04
+127.94%
106.62
-27.97%
148.02
+4,362.14%
-3.47
-102.15%
161.28
+1,119.70%
กำไรต่อหุ้น —
0.07
-56.55%
0.17
+127.03%
0.07
-27.45%
0.10
+5,200.00%
0.00
-101.80%
0.11
+1,133.33%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
27.26
-19.96%
34.06
+14.60%
29.72
+34.85%
22.04
+16.31%
18.95
-72.54%
69.02
+598.58%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
7.07
+27.16%
5.56
-24.56%
7.37
-27.10%
10.11
-2.60%
10.38
+378.34%
2.17
-80.29%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
15.08
-47.64%
28.80
+142.83%
11.86
-12.60%
13.57
+4,091.18%
-0.34
-100.74%
45.88
+3,889.57%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-7.84
-1,306.15%
0.65
+100.80%
-81.64
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%) —
10.64
-14.05%
12.38
-16.63%
14.85
+6.07%
14.00
+29.99%
10.77
+101.69%
5.34
-46.92%
ROA(%) —
9.25
-9.58%
10.23
-27.03%
14.02
+13.52%
12.35
+10.37%
11.19
+112.33%
5.27
-33.38%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.15
+7.14%
0.14
-22.22%
0.18
-10.00%
0.20
-9.09%
0.22
+4.76%
0.21
+31.25%
P/E —
6.60
-50.60%
13.36
+33.07%
10.04
-34.16%
15.25
+29.79%
11.75
-82.04%
65.42
P/BV —
0.91
-32.09%
1.34
-15.72%
1.59
-4.79%
1.67
-0.60%
1.68
+6.33%
1.58
-14.59%
BV —
3.41
+5.25%
3.24
+0.62%
3.22
+4.55%
3.08
+1.65%
3.03
+1.00%
3.00
-4.15%
YIELD(%) —
8.48
-8.03%
9.22
+34.40%
6.86
+17.67%
5.83
+18.98%
4.90
-41.94%
8.44
+81.12%
ราคาหุ้น —
3.10
-28.57%
4.34
-14.90%
5.10
-0.97%
5.15
+0.98%
5.10
+7.59%
4.74
-18.28%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
10.64
ROA (%)
9.25
Book Value/หุ้น
3.48

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCSGH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
3,790.51
+15.15%
3,291.87
+3.11%
3,192.54
-2.66%
3,279.84
+3.70%
3,162.95
+2.60%
3,082.71
+13.82%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,990.97
-23.87%
2,615.15
-4.32%
2,733.24
+7.32%
2,546.92
+2.97%
2,473.45
-6.85%
2,655.27
-2.69%
รวมสินทรัพย์ —
5,781.48
-2.13%
5,907.02
-0.32%
5,925.78
+1.70%
5,826.76
+3.38%
5,636.40
-1.77%
5,737.97
+5.53%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
340.52
-1.81%
346.79
-38.04%
559.72
-5.54%
592.54
-0.38%
594.81
+4.00%
571.91
+13.41%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
400.59
+8.44%
369.42
+4.86%
352.31
-5.52%
372.88
-10.40%
416.14
-4.02%
433.58
+181.55%
รวมหนี้สิน —
741.11
+3.48%
716.21
-21.47%
912.02
-5.53%
965.43
-4.50%
1,010.96
+0.54%
1,005.50
+52.74%
รวมส่วนของเจ้าของ —
5,040.37
-2.90%
5,190.81
+3.53%
5,013.76
+3.14%
4,861.33
+5.10%
4,625.44
-2.26%
4,732.47
-0.97%
D/E —
0.15
0.14
0.18
0.20
0.22
0.21
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.64
12.38
14.85
14.00
10.77
5.34
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
9.25
10.23
14.02
12.35
11.19
5.27
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
11.13
9.49
5.70
5.54
5.32
5.39
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.95
2.70
3.30
2.59
3.78
2.67
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
66.02
65.43
0.00
0.00
71.00
71.91
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
69.98
83.99
0.00
0.00
87.40
78.51
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
28.01
28.08
0.00
0.00
46.79
55.38
วงจรเงินสด —
108.00
121.34
0.00
0.00
111.61
95.04
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCSGH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-263.52
-53.15%
-562.50
-11.05%
-632.39
-155.82%
1,132.89
+45.35%
779.40
-18.87%
960.71
+177.36%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
126.65
-111.37%
-1,114.06
-259.52%
698.38
-179.87%
-874.41
-624.79%
166.62
-129.84%
-558.43
+466.65%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
478.72
+48.00%
323.47
-2.52%
331.84
-165.43%
-507.15
-28.63%
-710.62
+201.85%
-235.42
-3,031.76%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
374.05
-128.13%
-1,329.83
-464.54%
364.80
-256.00%
-233.84
-207.39%
217.74
+119.47%
99.21
-60.97%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
362.78
-71.40%
1,268.64
+59.74%
794.19
-22.85%
1,029.38
+28.18%
803.09
+14.17%
703.44
+40.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
502.64
+38.55%
362.78
-71.40%
1,268.64
+59.74%
794.19
-22.85%
1,029.38
+28.18%
803.09
-30.37%