บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.12
+0.02 (+0.65%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 เป็นผลมาจาก ธุรกิจในประเทศ เริ่มฟื้นตัวในขณะที่ ธุรกิจต่างประเทศกลับมีรายได้ลดลง 45.7% มาจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเยอรมันที่ถดถอยจากสถานการณ์การ ขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึง การยกเลิกคําสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2564
ในปี 2564 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิกจํานวน 66.3 ล้านบาท และขาดทุนจาก การด้อยค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศจํานวน 89.8 ล้านบาท รวมจํานวน 156.1 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการยุติการดําเนิน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9229 out_tok=2663 at=2026-07-25T23:24:46 -->
# PCSGH กำไรสุทธิ Q1/2565 พุ่ง 76.1% รับแรงหนุนธุรกิจในประเทศฟื้นตัว
## ธุรกิจในประเทศฟื้นตัวชัดเจน ดันรายได้-กำไรโตแรง ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศยังขาดทุนต่อเนื่อง
บริษัท พี.ซี.เอส. แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 211.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศที่ชดเชยผลขาดทุนจากธุรกิจต่างประเทศได้ ส่งผลให้ภาพรวมบริษัทยังคงเติบโตได้อย่างน่าพอใจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PCSGH ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศ** ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนจากธุรกิจต่างประเทศได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโตขึ้นถึง 76.1% YoY โดยธุรกิจในประเทศมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16.5% YoY ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 112.6% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศเกิดจาก **คำสั่งซื้อของลูกค้าหลักหลายรายที่เพิ่มขึ้น** เนื่องจากการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ตามสภาวะตลาดรถยนต์โดยรวมที่ผ่อนคลายมากขึ้น ทำให้รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 11.8% YoY และต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจในประเทศยังคงเติบโตได้ดี และเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ ทำให้กำไรสุทธิของธุรกิจในประเทศเติบโตได้ถึง 16.5% YoY
ในทางกลับกัน ธุรกิจต่างประเทศยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยมีรายได้จากการขายลดลง 29.1% YoY และต้นทุนขายลดลง 14.9% YoY แต่เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการปรับปรุงบัญชีที่เกิดจากบริษัทย่อยในเยอรมนีที่เข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ ทำให้เกิดการบันทึกขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก ส่งผลให้ธุรกิจต่างประเทศมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจาก **เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมนี** จำนวน 69.2 ล้านบาท ที่ช่วยลดผลกระทบจากโควิด-19 ให้กับบริษัทย่อยในเยอรมนี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยประคองผลประกอบการโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องสำหรับธุรกิจในประเทศ** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าคำสั่งซื้อของลูกค้าหลักหลายรายเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดรถยนต์โดยรวมที่ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม **ธุรกิจต่างประเทศยังคงมีความไม่แน่นอนสูง** จากสถานการณ์ของบริษัทย่อยในเยอรมนีที่เข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งต้องติดตามผลกระทบจากการปรับปรุงบัญชีและการดำเนินงานในอนาคตอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2565 เติบโต 76.1% YoY** แตะ 211.0 ล้านบาท จาก 119.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 6.9% YoY** เป็น 1,137.1 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจในประเทศ
* **ธุรกิจในประเทศฟื้นตัวชัดเจน** รายได้เพิ่มขึ้น 11.8% YoY และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16.5% YoY
* **ธุรกิจต่างประเทศยังคงขาดทุน** ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 112.6% YoY เป็น 44.0 ล้านบาท จากผลกระทบรายการพิเศษ
* **รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมนี** 69.2 ล้านบาท ช่วยลดผลกระทบโควิด-19
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 1,137.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้น 11.8% เป็น 1,047.6 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อของลูกค้าหลักที่เพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาดรถยนต์ที่ผ่อนคลาย ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศมีรายได้ 89.5 ล้านบาท ลดลง 29.1% เนื่องจากมีรายการพิเศษจากการปรับปรุงบัญชีของบริษัทย่อยในเยอรมนีที่เข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์
ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 8.4% เป็น 883.6 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 25.1% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 14.7% เป็น 105.3 ล้านบาท โดยธุรกิจในประเทศเพิ่มขึ้น 11.7% ตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศลดลง 41.0% จากรายการพิเศษ
บริษัทฯ มีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 20.2 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 0.6 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมนี 69.2 ล้านบาท ซึ่งช่วยสนับสนุนผลประกอบการ
ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 211.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.1% YoY โดยหากไม่รวมรายการขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะอยู่ที่ 231.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.9% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ:** สภาวะตลาดรถยนต์ในประเทศที่ผ่อนคลายมากขึ้น และยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 22.67% YoY เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของธุรกิจในประเทศ
* **คำสั่งซื้อจากลูกค้าหลัก:** การที่ลูกค้าหลักมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ บ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่ยังคงมีอยู่
* **เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล:** การได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมนี เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของธุรกิจต่างประเทศ:** สถานการณ์ของบริษัทย่อยในเยอรมนีที่เข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง สะท้อนถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ต่างประเทศ:** แม้ในประเทศจะฟื้นตัว แต่การส่งออกรถยนต์ยังคงลดลง 5.81% YoY ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก
* **ราคาวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่โดยทั่วไปแล้วกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์อาจเผชิญความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักในประเทศ และการเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดรถยนต์
* ความคืบหน้าและผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทย่อยในเยอรมนีที่เข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อผลประกอบการ
* สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ในต่างประเทศ และผลกระทบต่อการส่งออก
* การรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเพิ่มเติม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกี่ยวข้อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ธุรกิจในประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อของลูกค้าหลัก บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึงคำสั่งซื้อของลูกค้าหลักที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อในมือ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบ หรือ GPM ที่เปลี่ยนแปลงไปจากราคาวัตถุดิบโดยตรง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 22.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 25.1% ในปีก่อน ซึ่งอาจมีปัจจัยจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้
* **ส่งออก:** ยอดการส่งออกรถยนต์โดยรวมลดลง 5.81% YoY ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ธุรกิจต่างประเทศที่ลดลง
* **ค่าเงิน:** มีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 20.2 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 5,726.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 93.8 ล้านบาท จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานที่มีกำไร และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย
หนี้สินรวมลดลง 132.8 ล้านบาท เป็น 878.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียนระยะสั้นที่ลดลงจากการชำระคืน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 223.0 ล้านบาท เป็น 4,868.4 ล้านบาท จากผลประกอบการที่มีกำไร
งบกระแสเงินสดแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 172.0 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการลงทุน 151.3 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นการฝากเงินและลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ) และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 12.4 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PCSGH ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจต่างประเทศจะยังคงเผชิญความท้าทายจากรายการพิเศษ แต่การได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอรมนีก็ช่วยบรรเทาผลกระทบได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคำสั่งซื้อในประเทศอย่างใกล้ชิด และติดตามสถานการณ์ของบริษัทย่อยในเยอรมนี รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCSGH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
706.52
ล้านบาท
↓ 16.3% YoY
กำไรขั้นต้น
192.60
ล้านบาท
↓ 33% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.26
%
กำไรสุทธิ
106.52
ล้านบาท
↓ 56.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.08
%
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
707
↓ -16.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↓ -33%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -56.2%
YoY
D/E Ratio
0.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCSGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
10.64
ROA (%)
9.25
Book Value/หุ้น
3.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCSGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCSGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-263.52
-53.15%
|
-562.50
-11.05%
|
-632.39
-155.82%
|
1,132.89
+45.35%
|
779.40
-18.87%
|
960.71
+177.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
126.65
-111.37%
|
-1,114.06
-259.52%
|
698.38
-179.87%
|
-874.41
-624.79%
|
166.62
-129.84%
|
-558.43
+466.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
478.72
+48.00%
|
323.47
-2.52%
|
331.84
-165.43%
|
-507.15
-28.63%
|
-710.62
+201.85%
|
-235.42
-3,031.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
374.05
-128.13%
|
-1,329.83
-464.54%
|
364.80
-256.00%
|
-233.84
-207.39%
|
217.74
+119.47%
|
99.21
-60.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
+14.17%
|
703.44
+40.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
502.64
+38.55%
|
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
-30.37%
|