บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.12
+0.02 (+0.65%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 เป็นผลมาจาก ธุรกิจในประเทศ เริ่มฟื้นตัวในขณะที่ ธุรกิจต่างประเทศกลับมีรายได้ลดลง 45.7% มาจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเยอรมันที่ถดถอยจากสถานการณ์การ ขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึง การยกเลิกคําสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2564
ในปี 2564 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิกจํานวน 66.3 ล้านบาท และขาดทุนจาก การด้อยค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศจํานวน 89.8 ล้านบาท รวมจํานวน 156.1 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการยุติการดําเนิน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11738 out_tok=2629 at=2026-07-25T09:21:16 -->
# PCSGH กำไร Q2/2566 พุ่ง 26% รับอานิสงส์รายได้ในประเทศฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตตามการผลิตรถยนต์ในประเทศที่ฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 1,080.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 226.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 54.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PCSGH ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น 3.5%** ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง 2.4%** และ **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 26.1% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 54.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้ในประเทศมาจากคำสั่งซื้อของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการผลิตรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์จะยังคงได้รับผลกระทบจากสงครามในยูเครน แต่การผลิตรถยนต์สะสมในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์ลดลงเล็กน้อย แต่ยอดส่งออกรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 23.5% ส่วนต้นทุนขายที่ลดลงนั้น เป็นผลมาจากการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต และการปรับลดลงของต้นทุนขายในประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของเงินยูโรเมื่อเทียบกับเงินบาท ซึ่งส่งผลให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 26.8 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่า **คำสั่งซื้อโดยรวมที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการผลิตรถยนต์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น** และ **แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในไทย** อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์สงครามในยูเครนที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านนี้อย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2566 เติบโต 3.7% YoY** แตะ 1,080.5 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในประเทศ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 54.0% YoY** แตะ 226.0 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนและผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **กำไรขั้นต้น Q2/2566 เพิ่มขึ้น 26.1% YoY** แตะ 264.4 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.5%
* **ต้นทุนขายลดลง 2.4% YoY** สู่ระดับ 797.3 ล้านบาท จากการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบ
* **มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 26.8 ล้านบาท** จากการแข็งค่าของเงินยูโร
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 768.3 ล้านบาท**
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2566 PCSGH มีรายได้จากการขายรวม 2,040.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีต้นทุนขาย 1,492.9 ล้านบาท คิดเป็น 73.2% ของรายได้จากการขาย ลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.8% เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 119.1 ล้านบาท คิดเป็น 5.8% ของรายได้จากการขาย ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 383.2 ล้านบาท ลดลง 7.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะกำไร/ขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ โดยไม่รวมกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง และผลขาดทุนจากการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 451.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ:** การผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อของบริษัท
* **การส่งออกรถยนต์นั่งที่เติบโต:** เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายในตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตช่วยเพิ่มอัตรากำไร
* **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินยูโรช่วยหนุนผลกำไรจากการแปลงค่า
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามในยูเครน:** อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะเป็นบวก แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการรถยนต์ในตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทย่อยในต่างประเทศ:** มีความเสี่ยงจากการสูญเสียอำนาจควบคุมในบริษัทย่อยในเยอรมนี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผลิตรถยนต์ในประเทศและยอดส่งออกในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเงินยูโร
* ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของบริษัทย่อยในต่างประเทศ
* การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**การผลิตและการใช้กำลังการผลิต:** อุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมฟื้นตัว โดยการผลิตรถยนต์สะสมในไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลดีต่อการใช้กำลังการผลิตของ PCSGH แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายในประเทศบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
**คำสั่งซื้อ (Order Book):** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีคำสั่งซื้อโดยรวมเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการผลิตรถยนต์ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต
**ราคาวัตถุดิบ:** มีการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 27.5% เพิ่มขึ้นจาก 26.1% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนขายที่ลดลง และการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบ
**การส่งออก:** ยอดส่งออกรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 23.5% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขายในต่างประเทศ
**ค่าเงิน:** การแข็งค่าของเงินยูโรส่งผลบวกต่อผลประกอบการผ่านกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังลดลง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 3,279.8 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการผลิตและการขายที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,912.5 ล้านบาท ลดลง 109.0 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงจากการลดลงของสินค้าคงคลังและสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน หนี้สินรวมอยู่ที่ 947.4 ล้านบาท ลดลง 18.0 ล้านบาท จากสิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.19 เท่า (คำนวณจากหนี้สินรวม 947.4 ล้านบาท หารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น 4,965.2 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 584.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 146.7 ล้านบาท (ข้อมูลในตารางหน้า 4 ระบุ 584.1 ล้านบาท แต่ในหน้า 5 ระบุ 146.7 ล้านบาทสำหรับ 6 เดือนแรก ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนในการตีความ) อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดสุทธิรวม (ลดลง) อยู่ที่ (46.2) ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
PCSGH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 54.0% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ การบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและความผันผวนของค่าเงิน แต่แนวโน้มการผลิตที่เพิ่มขึ้นและคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการความเสี่ยงและแนวโน้มการผลิตในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCSGH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
706.52
ล้านบาท
↓ 16.3% YoY
กำไรขั้นต้น
192.60
ล้านบาท
↓ 33% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.26
%
กำไรสุทธิ
106.52
ล้านบาท
↓ 56.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.08
%
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
707
↓ -16.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↓ -33%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -56.2%
YoY
D/E Ratio
0.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCSGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
10.64
ROA (%)
9.25
Book Value/หุ้น
3.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCSGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCSGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-263.52
-53.15%
|
-562.50
-11.05%
|
-632.39
-155.82%
|
1,132.89
+45.35%
|
779.40
-18.87%
|
960.71
+177.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
126.65
-111.37%
|
-1,114.06
-259.52%
|
698.38
-179.87%
|
-874.41
-624.79%
|
166.62
-129.84%
|
-558.43
+466.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
478.72
+48.00%
|
323.47
-2.52%
|
331.84
-165.43%
|
-507.15
-28.63%
|
-710.62
+201.85%
|
-235.42
-3,031.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
374.05
-128.13%
|
-1,329.83
-464.54%
|
364.80
-256.00%
|
-233.84
-207.39%
|
217.74
+119.47%
|
99.21
-60.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
+14.17%
|
703.44
+40.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
502.64
+38.55%
|
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
-30.37%
|