บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.12
+0.02 (+0.65%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเกิดจาก รายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.0 เป็นผลมาจาก ธุรกิจในประเทศ เริ่มฟื้นตัวในขณะที่ ธุรกิจต่างประเทศกลับมีรายได้ลดลง 45.7% มาจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศเยอรมันที่ถดถอยจากสถานการณ์การ ขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมถึง การยกเลิกคําสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังของปี 2564
ในปี 2564 บริษัทฯ มีการบันทึกขาดทุนจากการดําเนินงานที่ยกเลิกจํานวน 66.3 ล้านบาท และขาดทุนจาก การด้อยค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศจํานวน 89.8 ล้านบาท รวมจํานวน 156.1 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการยุติการดําเนิน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14834 out_tok=2545 at=2026-07-25T22:55:49 -->
# PCSGH กำไร Q3/66 พุ่ง 45.7% รับอานิสงส์เงินชดเชยประกันภัย-รายได้ไฟฟ้าโต
## รายได้ค่าไฟฟ้าหนุนกำไรโตเด่น ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชน
บริษัท พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PCSGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 71.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้า ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และการรับรู้เงินชดเชยค่าประกันภัยจำนวน 22.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษครั้งเดียว ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชนตามแผน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ PCSGH ในไตรมาส 3 ปี 2566 ให้เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 45.7% (YoY) มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้า และรายการพิเศษจากเงินชดเชยค่าประกันภัยจำนวน 22.3 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 71.6 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้จากการขายไฟฟ้า:** รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 8.6% ในไตรมาส 3/2566 (YoY) มาจากการปรับเพิ่มขึ้นของค่า FiT และค่า Ft รวมถึงปริมาณการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้า TBP ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติม ทำให้มูลค่าการขายไฟฟ้าโดยรวมสูงขึ้น
* **เงินชดเชยค่าประกันภัย (One-off Transaction):** การได้รับเงินชดเชยค่าประกันภัยจำนวน 22.3 ล้านบาท จากเหตุการณ์ไฟไหม้เครื่องจักร เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาสนับสนุนกำไรในไตรมาสนี้โดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** รายได้จากการขายไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายกำลังการผลิตและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกจากเงินชดเชยค่าประกันภัยเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว และไม่น่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 เติบโต 45.7% YoY** แตะ 71.6 ล้านบาท
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q3/66 ลดลง 6.0% YoY** อยู่ที่ 229.2 ล้านบาท สาเหตุหลักจากรายได้ค่าก่อสร้างภายใต้ข้อตกลงสัมปทานของโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยที่ลดลงตามเงื่อนไขสัญญา
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า Q3/66 เพิ่มขึ้น 8.6% YoY** เป็น 221.1 ล้านบาท จากการปรับขึ้นของค่า FiT/Ft และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **รับรู้เงินชดเชยค่าประกันภัย 22.3 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/66 ช่วยหนุนกำไรสุทธิ
* **เดินหน้าขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชน** คาดมีกำลังการผลิตรวมเกือบ 90 MW ในอีก 3 ปีข้างหน้า และมีสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 60%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 229.2 ล้านบาท ลดลง 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ค่าก่อสร้างภายใต้ข้อตกลงสัมปทานของโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอย อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำยังคงใกล้เคียงกับปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 699.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มเติมของโรงไฟฟ้า TBP รวมถึงการปรับขึ้นของค่า FiT และค่า Ft
กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 71.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 193.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.4% โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าไฟฟ้า ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และรายการเงินชดเชยค่าประกันภัย
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตรวมเกือบ 90 MW ในอีก 3 ปีข้างหน้า และมีสัดส่วนรายได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 60% ของรายได้รวม
* **การเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเพิ่มเติม:** เตรียมเข้าประมูลอีก 2 โครงการ คือ TES PRI และ TES UBN ซึ่งหากได้รับการคัดเลือกจะเพิ่มกำลังการผลิตรวมของกลุ่มกิจการ
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทอื่น:** มีเป้าหมายขยายการลงทุนไปยังโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทอื่น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และก๊าซชีวภาพ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้่งเป็นมากกว่า 200 MW ภายในปี 2575
* **ธุรกิจคาร์บอนเครดิต:** โรงไฟฟ้าชีวมวล TBP ได้รับการรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจำนวน 88,581 ตัน และมีปริมาณคาร์บอนเครดิตจากโรงไฟฟ้าชีวมวลรวม 122,545 ตัน ซึ่งบริษัทรอพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อนำไปจำหน่ายผ่าน Carbon Markets Club
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน:** แม้จะมีแผนขยายธุรกิจ แต่การได้รับคัดเลือกและการดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนยังมีความไม่แน่นอน
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานทดแทน หรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับขยะมูลฝอย อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการเซ็นสัญญา PPA และการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES SKW, TES CPN, TES RBR ซึ่งคาดว่าจะเริ่ม COD ในปี 2568
* ความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้า TES TCN และ TES CNT ที่คาดว่าจะเริ่ม COD ในปี 2569
* ผลการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES PRI และ TES UBN
* การดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนประเภทอื่นที่บริษัทมีแผนลงทุน
* ความเคลื่อนไหวในตลาดคาร์บอนเครดิตและการนำคาร์บอนเครดิตไปจำหน่าย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** เป็นรายได้หลักของกลุ่มบริษัท คิดเป็น 93.5% ของรายได้จากการดำเนินงานในงวด 9 เดือนปี 2566 ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 โครงการ (TGE, TPG, TBP) กำลังผลิตรวม 29.7 MW และโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 3 โครงการที่ทำสัญญา PPA แล้ว คาดเริ่ม COD ปี 2568
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ในไตรมาส 3/2566 ลดลง 7.1% YoY เนื่องจากต้นทุนค่าก่อสร้างภายใต้ข้อตกลงสัมปทานที่ลดลง ในงวด 9 เดือนปี 2566 ต้นทุนรวมลดลงเล็กน้อย 2.4% YoY แม้ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 31.6% ลดลงเล็กน้อยจาก 32.5% YoY เนื่องจากมีการหยุดซ่อมแซมเครื่องจักรตามแผนของโรงไฟฟ้า TPG สำหรับงวด 9 เดือนปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 34.5% จาก 33.2% YoY โดยมีปัจจัยจากการเติบโตของรายได้ไฟฟ้าซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,379.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.54% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์จากการซื้อที่ดินโครงการโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยจังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการซื้อที่ดินดังกล่าว
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,096.9 ล้านบาท ลดลง 13.4% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการทยอยจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.60 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 0.48 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 9.0% จากสิ้นปี 2565 เป็น 2,282.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรสะสมระหว่างงวด
## สรุปท้าย
PCSGH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 45.7% YoY เป็น 71.6 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้หลักอย่างการขายไฟฟ้า และการรับรู้รายการพิเศษจากเงินชดเชยค่าประกันภัย แม้รายได้จากการดำเนินงานโดยรวมจะลดลงเล็กน้อยจากผลของสัญญาค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยที่สิ้นสุดลง แต่บริษัทฯ มีทิศทางที่ชัดเจนในการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาเป็นแหล่งรายได้หลักในอนาคต พร้อมกับการมองหาโอกาสในธุรกิจพลังงานทดแทนอื่นๆ และธุรกิจคาร์บอนเครดิต ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PCSGH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
706.52
ล้านบาท
↓ 16.3% YoY
กำไรขั้นต้น
192.60
ล้านบาท
↓ 33% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
27.26
%
กำไรสุทธิ
106.52
ล้านบาท
↓ 56.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.08
%
D/E Ratio
0.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
707
↓ -16.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
193
↓ -33%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
107
↓ -56.2%
YoY
D/E Ratio
0.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PCSGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.15
ROE (%)
10.64
ROA (%)
9.25
Book Value/หุ้น
3.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PCSGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-264
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PCSGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-263.52
-53.15%
|
-562.50
-11.05%
|
-632.39
-155.82%
|
1,132.89
+45.35%
|
779.40
-18.87%
|
960.71
+177.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
126.65
-111.37%
|
-1,114.06
-259.52%
|
698.38
-179.87%
|
-874.41
-624.79%
|
166.62
-129.84%
|
-558.43
+466.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
478.72
+48.00%
|
323.47
-2.52%
|
331.84
-165.43%
|
-507.15
-28.63%
|
-710.62
+201.85%
|
-235.42
-3,031.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
374.05
-128.13%
|
-1,329.83
-464.54%
|
364.80
-256.00%
|
-233.84
-207.39%
|
217.74
+119.47%
|
99.21
-60.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
+14.17%
|
703.44
+40.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
502.64
+38.55%
|
362.78
-71.40%
|
1,268.64
+59.74%
|
794.19
-22.85%
|
1,029.38
+28.18%
|
803.09
-30.37%
|