บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3801 out_tok=2015 at=2026-07-25T20:17:19 -->
# MAJOR พลิกขาดทุนยับปี 64 สู่กำไร 1,581 ล้านบาท รับกำไรพิเศษ-รายได้ฟื้นตัว
## รายได้-กำไรปี 64 ฟื้นตัวแรงจากปีก่อนหน้า แม้รายได้หลักหด เหตุปิดโรงยาวจากโควิด-19 แต่มีกำไรจากการขายหุ้นหนุน
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 527 ล้านบาทในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 1,581 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 400% โดยปัจจัยหลักมาจากกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 3,163 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการยังคงลดลง 20% เนื่องจากโรงภาพยนตร์ต้องปิดดำเนินการเป็นเวลานานกว่าปีก่อนหน้าตามมาตรการควบคุมโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ MAJOR พลิกจากขาดทุนสุทธิ 527 ล้านบาทในปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 1,581 ล้านบาทในปี 2564 คือ **การรับรู้กำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SF) จำนวน 3,163 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการที่บริษัทได้ตัดสินใจจำหน่ายเงินลงทุนในหุ้น SF ซึ่งส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเข้ามาในงบการเงินของปี 2564 แม้ว่าผลประกอบการจากการดำเนินงานหลักของธุรกิจโรงภาพยนตร์จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้ต้องปิดโรงภาพยนตร์เป็นระยะเวลานานกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการลดลง 20% จาก 3,765 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 3,010 ล้านบาทในปี 2564
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามบรรเทาผลกระทบโดยการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกสถานที่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี นอกจากนี้ ต้นทุนขายและบริการลดลง 10% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 10% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน SF เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปี 2564 และไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในปีถัดไป ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงผลประกอบการที่เห็นในปี 2564 จึงมีปัจจัยหลักมาจากรายการพิเศษนี้เป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกโต 400%:** จากขาดทุนสุทธิ 527 ล้านบาทในปี 2563 เป็นกำไรสุทธิ 1,581 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรพิเศษหนุน:** ได้รับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน SF จำนวน 3,163 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 20%:** อยู่ที่ 3,010 ล้านบาทในปี 2564 เทียบกับ 3,765 ล้านบาทในปี 2563
* **สาเหตุรายได้หด:** โรงภาพยนตร์และธุรกิจอื่นต้องปิดดำเนินการชั่วคราวตามมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นระยะเวลานานกว่าปีก่อน
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี:** ต้นทุนขายและบริการลดลง 10% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 10%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,581 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุนสุทธิ 527 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 2,109 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 400% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน SF จำนวน 3,163 ล้านบาท
ในส่วนของรายได้จากการขายและบริการปี 2564 อยู่ที่ 3,010 ล้านบาท ลดลง 756 ล้านบาท หรือลดลง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 3,765 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปิดดำเนินการโรงภาพยนตร์และธุรกิจอื่นตามมาตรการควบคุมโควิด-19 เป็นระยะเวลานานกว่าปีก่อน
ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 2,858 ล้านบาท ลดลง 305 ล้านบาท หรือลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้รวมสูงขึ้นเนื่องจากมีต้นทุนคงที่บางส่วน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ไม่รวมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และไม่รวมรายการพิเศษจากคดีเพลิงไหม้ปิ่นเกล้า) อยู่ที่ 1,610 ล้านบาท ลดลง 177 ล้านบาท หรือลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 1,787 ล้านบาท ซึ่งมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **การเพิ่มช่องทางจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม:** ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง
* **การกลับมาเปิดดำเนินการของโรงภาพยนตร์:** เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและมาตรการผ่อนคลาย จะส่งผลดีต่อรายได้หลักจากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** ความไม่แน่นอนของการระบาดและการประกาศมาตรการควบคุมที่อาจส่งผลกระทบต่อการเปิดดำเนินการของโรงภาพยนตร์และจำนวนผู้เข้าชม
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การที่ผู้บริโภคอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับชมภาพยนตร์ไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น
* **ต้นทุนคงที่:** สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้รวมที่สูงขึ้นเนื่องจากมีต้นทุนคงที่บางส่วน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรเมื่อรายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการกลับมาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์:** การฟื้นตัวของจำนวนผู้ชมและรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์
* **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** กลยุทธ์ของบริษัทในการจัดการต้นทุนคงที่ให้มีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับรายได้ที่อาจผันผวน
* **การพัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้าอื่น ๆ:** ความสำเร็จในการขยายช่องทางจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าอื่น ๆ
* **สถานการณ์การระบาดของโควิด-19:** ผลกระทบจากสายพันธุ์ใหม่ ๆ และมาตรการของภาครัฐที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** ลดลง 20% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการปิดโรงภาพยนตร์เป็นเวลานานกว่าปีก่อนหน้า แม้จะมีความพยายามเพิ่มช่องทางจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกสถานที่
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลง 10% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนคงที่
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 10% YoY จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
ปี 2564 ถือเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นของ MAJOR จากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้น SF จำนวนมหาศาล แม้ว่ารายได้หลักจากธุรกิจโรงภาพยนตร์จะยังคงได้รับผลกระทบจากการปิดดำเนินการยาวนานจากสถานการณ์โควิด-19 แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาช่องทางจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการประคับประคองธุรกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกำไรพิเศษดังกล่าวเป็นรายการครั้งคราวและไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,307.44
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50
%
กำไรสุทธิ
347.22
ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
654.63
+826.58%
|
70.65
-77.71%
|
316.98
-74.89%
|
1,262.15
+26.89%
|
994.69
+391.37%
|
202.43
-60.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
190.66
-44.10%
|
341.08
-203.03%
|
-331.04
-71.60%
|
-1,165.61
-201.52%
|
1,148.15
-507.30%
|
-281.89
-70.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-488.80
-33.20%
|
-731.71
-2,797.05%
|
27.13
-98.68%
|
2,049.01
-208.06%
|
-1,896.16
-382.75%
|
670.62
-932.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
521.10
+57.39%
|
331.09
+2.44%
|
323.19
-84.94%
|
2,145.54
+11,675.74%
|
18.22
-96.92%
|
591.16
+32.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
577.70
-28.83%
|
811.77
-30.44%
|
1,167.03
-42.05%
|
2,013.81
+29.31%
|
1,557.31
+61.93%
|
961.74
+61.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|