บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3799 out_tok=2355 at=2026-07-25T21:30:34 -->
# MAJOR พลิกขาดทุนหนัก Q3/2564 สู่กำไร 1,819 ล้านบาท รับกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน
## รายได้จากการดำเนินงานวูบ 82% แต่กำไรสุทธิพุ่งแรงจากการขายหุ้น SF มูลค่า 3,163 ล้านบาท
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 125 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SF) จำนวน 3,163 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการจากการดำเนินงานหลักกลับลดลงถึง 82% เนื่องจากโรงภาพยนตร์ยังคงปิดให้บริการตามมาตรการควบคุมโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ MAJOR พลิกจากขาดทุนสุทธิ 125 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564 คือ **การรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SF) จำนวน 3,163 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจโรงภาพยนตร์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ฝ่ายจัดการได้ตัดสินใจจำหน่ายเงินลงทุนใน SF ซึ่งส่งผลให้บริษัทรับรู้กำไรก้อนใหญ่เข้ามาในงบการเงินของไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานหลักจากการขายบัตรชมภาพยนตร์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจะลดลงอย่างมากถึง 82% หรือ 733 ล้านบาท เนื่องจากโรงภาพยนตร์ต้องปิดดำเนินการชั่วคราวตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ถึง 30 กันยายน 2564 ในขณะที่ปีก่อนโรงภาพยนตร์ได้เริ่มกลับมาเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน SF เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป ผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติของธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังคงเผชิญความท้าทายจากการปิดสาขาและการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แม้ว่าบริษัทจะพยายามเพิ่มช่องทางจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกโรงภาพยนตร์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปจากการปิดโรงภาพยนตร์ได้ทั้งหมด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท:** พลิกจากขาดทุน 125 ล้านบาทใน Q3/2563 โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น SF 3,163 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการ 164 ล้านบาท:** ลดลง 82% YoY จากการปิดโรงภาพยนตร์ตามมาตรการโควิด-19
* **ต้นทุนขายและบริการ 412 ล้านบาท:** ลดลง 45% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้สูงขึ้นเนื่องจากเป็นต้นทุนคงที่
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 749 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 105% YoY ส่วนใหญ่เกิดจากค่าเสียหายและดอกเบี้ยจากคดีเพลิงไหม้ที่ปิ่นเกล้า 299 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 164 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 82% เมื่อเทียบกับ 896 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปิดโรงภาพยนตร์และธุรกิจอื่นตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SF) จำนวน 3,163 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 1,819 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 125 ล้านบาทในปีก่อน
ในส่วนของต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 412 ล้านบาท ลดลง 45% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้รวมกลับสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 749 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าเสียหายและดอกเบี้ยจากคดีเพลิงไหม้ที่โครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า จำนวน 299 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเพิ่มช่องทางจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม:** บริษัทได้เพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ นอกเหนือจากการจำหน่าย ณ บริเวณโรงภาพยนตร์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
* **การกลับมาเปิดให้บริการของโรงภาพยนตร์:** เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย และภาครัฐอนุญาตให้โรงภาพยนตร์กลับมาเปิดดำเนินการได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูรายได้จากการดำเนินงานปกติ
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการประกาศมาตรการควบคุมจากภาครัฐ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงภาพยนตร์
* **ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน:** การบันทึกค่าเสียหายและดอกเบี้ยจากคดีเพลิงไหม้ที่ปิ่นเกล้า แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19:** การอนุญาตให้โรงภาพยนตร์กลับมาเปิดดำเนินการได้เต็มรูปแบบ และการปรับลดมาตรการต่างๆ
* **แนวโน้มรายได้จากการจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกโรงภาพยนตร์:** ประสิทธิภาพของช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ และการตอบรับของผู้บริโภค
* **ความคืบหน้าของคดีเพลิงไหม้ที่ปิ่นเกล้า:** ผลกระทบทางการเงินเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** กลยุทธ์ในการควบคุมต้นทุนคงที่ของธุรกิจโรงภาพยนตร์ในช่วงที่รายได้ยังไม่เต็มที่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 ธุรกิจโรงภาพยนตร์ของ MAJOR ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการปิดดำเนินการชั่วคราวตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะพยายามเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกเหนือจากการจำหน่าย ณ บริเวณโรงภาพยนตร์ และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด
ในด้านต้นทุนขายและบริการ แม้จะลดลงตามรายได้ แต่สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้รวมกลับสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของธุรกิจบริการที่มีโครงสร้างต้นทุนคงที่สูง
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าเสียหายและดอกเบี้ยจากคดีเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นภายในอาคารโครงการเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า ในไตรมาส 3/2564 เป็นจำนวน 299 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอีก 23 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2564 จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
MAJOR ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน SF จำนวน 3,163 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการครั้งคราว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังคงเผชิญความท้าทายจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปิดโรงภาพยนตร์ ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานหลักลดลงอย่างมาก แม้จะมีความพยายามในการเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นๆ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ความเสี่ยงสำคัญยังคงอยู่ที่การควบคุมการแพร่ระบาดและมาตรการของภาครัฐ รวมถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย การจับตาการผ่อนคลายมาตรการและการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานปกติจะเป็นสิ่งสำคัญในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,307.44
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50
%
กำไรสุทธิ
347.22
ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
654.63
+826.58%
|
70.65
-77.71%
|
316.98
-74.89%
|
1,262.15
+26.89%
|
994.69
+391.37%
|
202.43
-60.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
190.66
-44.10%
|
341.08
-203.03%
|
-331.04
-71.60%
|
-1,165.61
-201.52%
|
1,148.15
-507.30%
|
-281.89
-70.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-488.80
-33.20%
|
-731.71
-2,797.05%
|
27.13
-98.68%
|
2,049.01
-208.06%
|
-1,896.16
-382.75%
|
670.62
-932.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
521.10
+57.39%
|
331.09
+2.44%
|
323.19
-84.94%
|
2,145.54
+11,675.74%
|
18.22
-96.92%
|
591.16
+32.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
577.70
-28.83%
|
811.77
-30.44%
|
1,167.03
-42.05%
|
2,013.81
+29.31%
|
1,557.31
+61.93%
|
961.74
+61.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|