MAJOR
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MAJOR
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.55
+0.10 (+1.34%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3969 out_tok=2534 at=2026-07-25T20:39:08 --> MAJOR กำไรสุทธิ Q3/2565 ดิ่ง 99% รับผลบวกพิเศษปีก่อน - รายได้หลักฟื้นตัวแรง ฝ่ายจัดการ MAJOR เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท ลดลง 99% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,819 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและบริการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: บริการ หัวใจกำไรของ MAJOR ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SF) จำนวน 3,163 ล้านบาท** ซึ่งทำให้กำไรสุทธิในงวดเดียวกันของปีก่อนสูงถึง 1,819 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 ที่ 21 ล้านบาท ดูเหมือนลดลงอย่างมากถึง 99% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากการดำเนินงานปกติ **รายได้จากการขายและบริการกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง** โดยมีรายได้ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 951% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้เพียง 164 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการที่โรงภาพยนตร์สามารถเปิดให้บริการได้ครบทุกสาขา ประกอบกับมีภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงเข้าฉายหลายเรื่อง เช่น บุพเพสันนิวาส 2, Thor: Love & Thunder, One Piece Film Red, Minions 2 และ Avatar 1 นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการเพิ่มช่องทางการขายป๊อปคอร์นผ่านช่องทางออนไลน์ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** เนื่องจากเป็นผลจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในปีก่อน ซึ่งไม่ใช่การดำเนินงานปกติ อย่างไรก็ตาม **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการมีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดให้บริการเต็มที่และมีภาพยนตร์ที่น่าสนใจเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 99% YoY** เหลือ 21 ล้านบาท จาก 1,819 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน SF จำนวน 3,163 ล้านบาท * **รายได้จากการขายและบริการพุ่ง 951% YoY** สู่ 1,719 ล้านบาท จาก 164 ล้านบาท หลังโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดให้บริการเต็มที่และมีภาพยนตร์ทำรายได้ดี * **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 185% YoY** สู่ 1,175 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 252% เป็น 68% * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 37% YoY** สู่ 474 ล้านบาท จาก 749 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีเพลิงไหม้ปิ่นเกล้าในปีก่อน * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น** สู่ 172 ล้านบาท จากส่วนแบ่งกำไร 45 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท การลดลงนี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการที่งวดปีก่อนมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 3,163 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการในไตรมาสนี้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 951% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ 1,719 ล้านบาท เทียบกับ 164 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของการดำเนินงานจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและอานิสงส์จากภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูง ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 185% เป็น 1,175 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 37% เป็น 474 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการบันทึกรายการพิเศษในปีก่อน ## โอกาส * **การกลับมาของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์:** การมีภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงเข้าฉายอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดผู้ชมกลับมาใช้บริการโรงภาพยนตร์ * **การขยายช่องทางการขาย:** การเพิ่มช่องทางการขายป๊อปคอร์นผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มรายได้และเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น * **การเพิ่มขึ้นของผู้สมัครสมาชิก MPASS:** การเพิ่มขึ้นของผู้สมัครสมาชิกบัตร MPASS บ่งชี้ถึงการกลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอของลูกค้า * **การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ:** การที่โรงภาพยนตร์สามารถเปิดให้บริการได้ครบทุกสาขา ทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการดำเนินงานได้เต็มศักยภาพ ## ความเสี่ยง * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิง:** การแข่งขันจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและรูปแบบความบันเทิงอื่นๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการดึงดูดผู้ชม * **ความไม่แน่นอนของภาพยนตร์ใหม่:** ความสำเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่องมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของบริษัท * **ต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์:** ต้นทุนส่วนแบ่งภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ * **ผลขาดทุนจากเงินลงทุน:** การบันทึกผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสถัดไป:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากภาพยนตร์ใหม่ๆ และการบริหารจัดการจำนวนผู้เข้าชม * **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin):** จับตาการเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะสัดส่วนต้นทุนส่วนแบ่งภาพยนตร์และต้นทุนอาหารและเครื่องดื่มต่อรายได้ * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ติดตามการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ * **ผลประกอบการของบริษัทย่อยและเงินลงทุน:** จับตาผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุน โดยเฉพาะกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ * **การเติบโตของสมาชิก MPASS:** ประเมินแนวโน้มการเติบโตและความภักดีของสมาชิกบัตร MPASS ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 951% YoY สู่ 1,719 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของโรงภาพยนตร์ทุกสาขา และการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงหลายเรื่อง เช่น บุพเพสันนิวาส 2, Thor: Love & Thunder, One Piece Film Red, Minions 2 และ Avatar 1 นอกจากนี้ การเพิ่มช่องทางการขายป๊อปคอร์นตามช่องทางต่างๆ และการเพิ่มขึ้นของผู้สมัครสมาชิกบัตร MPASS ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ที่สำคัญ **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 185% YoY สู่ 1,175 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 252% ในปีก่อน เป็น 68% ในไตรมาสนี้ ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ โดยต้นทุนหลักมาจากส่วนแบ่งภาพยนตร์และต้นทุนจากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 30% YoY สู่ 105 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลรับจากบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 37% YoY สู่ 474 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท จากการจัดจำหน่ายสินค้าออนไลน์และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 361 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการที่ปีก่อนมีการบันทึกค่าเสียหายและดอกเบี้ยจากคดีเพลิงไหม้ที่อาคารโครงการเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ปิ่นเกล้า จำนวน 299 ล้านบาท **ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุน:** บริษัทมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน 172 ล้านบาท เทียบกับส่วนแบ่งกำไร 45 ล้านบาทในปีก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้) ## สรุปท้าย MAJOR ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับการเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานหลักกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูง การบริหารจัดการต้นทุนต่อรายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะมีปัจจัยกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานปกติเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแข่งขันและปัจจัยเฉพาะของอุตสาหกรรมภาพยนตร์
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,307.44 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48 ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50 %
กำไรสุทธิ
347.22 ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05 %
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8% YoY
D/E Ratio
1.59

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,307.44
-2.01%
2,354.85
-19.83%
2,937.14
+54.43%
1,901.90
+22.26%
1,555.58
+16.17%
1,339.07
-49.80%
กำไรขั้นต้น —
911.48
+3.25%
882.78
-23.09%
1,147.76
+71.73%
668.34
+55.19%
430.67
+4.90%
410.55
-52.91%
ค่าใช้จ่ายรวม —
483.97
+208.27%
156.99
-79.39%
761.57
+47.17%
517.46
+16.50%
444.16
-22.20%
570.90
-17.86%
กำไรสุทธิ —
347.22
+8.03%
321.41
-4.01%
334.84
+339.99%
76.10
-24.15%
100.33
-69.37%
327.53
+71.49%
กำไรต่อหุ้น —
0.46
+8.02%
0.42
-4.07%
0.44
+342.00%
0.10
-24.24%
0.13
-69.44%
0.43
+71.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
39.50
+5.36%
37.49
-4.07%
39.08
+11.21%
35.14
+26.91%
27.69
-9.69%
30.66
-6.21%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
20.97
+214.39%
6.67
-74.28%
25.93
-4.70%
27.21
-4.69%
28.55
-33.03%
42.63
+63.58%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
15.05
+10.26%
13.65
+19.74%
11.40
+185.00%
4.00
-37.98%
6.45
-73.63%
24.46
+241.62%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
15.95
+108.10%
-196.87
+13.08%
-226.50
+2.81%
-233.04
0.00
0.00
ROE(%) —
12.57
-5.42%
13.29
-16.57%
15.93
+350.00%
3.54
-84.72%
23.17
+384.29%
-8.15
-169.30%
ROA(%) —
7.38
+10.31%
6.69
-27.04%
9.17
+176.20%
3.32
-73.61%
12.58
+535.29%
-2.89
-141.64%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.59
-1.85%
1.62
+19.12%
1.36
+28.30%
1.06
-16.54%
1.27
-23.95%
1.67
+19.29%
P/E —
8.56
-42.08%
14.78
-6.87%
15.87
-73.07%
58.93
+495.85%
9.89
0.00
-100.00%
P/BV —
1.05
-46.43%
1.96
+13.29%
1.73
-30.80%
2.50
+11.61%
2.24
-15.47%
2.65
-27.20%
BV —
6.73
-10.39%
7.51
-12.57%
8.59
+17.83%
7.29
-18.37%
8.93
+29.42%
6.90
-0.43%
YIELD(%) —
2.92
-42.86%
5.11
+183.89%
1.80
-79.52%
8.79
0.00
-100.00%
5.46
+2.06%
ราคาหุ้น —
7.10
-51.70%
14.70
-1.34%
14.90
-18.13%
18.20
-9.00%
20.00
+9.29%
18.30
-27.52%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.60

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,197.02
-30.83%
3,176.33
-15.12%
3,742.25
-19.68%
4,658.97
-24.36%
6,159.57
+140.33%
2,562.98
+7.94%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
10,541.51
-2.96%
10,862.70
+1.68%
10,683.71
+4.87%
10,187.76
-1.66%
10,359.89
-31.46%
15,115.24
-2.44%
รวมสินทรัพย์ —
12,738.53
-9.26%
14,039.03
-2.68%
14,425.95
-2.83%
14,846.73
-10.13%
16,519.47
-6.55%
17,678.21
-1.06%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,957.04
-13.32%
3,411.62
-13.93%
3,963.98
+41.30%
2,805.42
-45.06%
5,106.78
+1.95%
5,009.07
-4.55%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
4,855.80
-7.90%
5,272.06
+21.20%
4,349.82
-9.75%
4,819.83
+16.82%
4,125.87
-31.73%
6,043.11
+17.57%
รวมหนี้สิน —
7,812.84
-10.03%
8,683.67
+4.45%
8,313.80
+9.03%
7,625.25
-17.41%
9,232.65
-16.46%
11,052.18
+6.40%
รวมส่วนของเจ้าของ —
4,925.69
-8.02%
5,355.36
-12.38%
6,112.15
-15.36%
7,221.48
-0.90%
7,286.81
+9.97%
6,626.03
-11.42%
D/E —
1.59
1.62
1.36
1.06
1.27
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
12.57
13.29
15.93
3.54
23.17
-8.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
7.38
6.69
9.17
3.32
12.58
-2.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.74
0.93
0.94
1.66
1.21
0.51
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.61
0.84
0.84
1.52
1.13
0.43
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
27.61
30.31
0.00
0.00
57.49
77.49
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
13.21
12.98
0.00
0.00
31.06
21.41
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
113.71
126.69
0.00
0.00
181.18
150.89
วงจรเงินสด —
-72.89
-83.40
0.00
0.00
-92.63
-51.98
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
654.63
+826.58%
70.65
-77.71%
316.98
-74.89%
1,262.15
+26.89%
994.69
+391.37%
202.43
-60.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
190.66
-44.10%
341.08
-203.03%
-331.04
-71.60%
-1,165.61
-201.52%
1,148.15
-507.30%
-281.89
-70.22%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-488.80
-33.20%
-731.71
-2,797.05%
27.13
-98.68%
2,049.01
-208.06%
-1,896.16
-382.75%
670.62
-932.86%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
521.10
+57.39%
331.09
+2.44%
323.19
-84.94%
2,145.54
+11,675.74%
18.22
-96.92%
591.16
+32.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
577.70
-28.83%
811.77
-30.44%
1,167.03
-42.05%
2,013.81
+29.31%
1,557.31
+61.93%
961.74
+61.28%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00