บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3969 out_tok=2534 at=2026-07-25T20:39:08 -->
MAJOR กำไรสุทธิ Q3/2565 ดิ่ง 99% รับผลบวกพิเศษปีก่อน - รายได้หลักฟื้นตัวแรง
ฝ่ายจัดการ MAJOR เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท ลดลง 99% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,819 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและบริการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
หัวใจกำไรของ MAJOR ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SF) จำนวน 3,163 ล้านบาท** ซึ่งทำให้กำไรสุทธิในงวดเดียวกันของปีก่อนสูงถึง 1,819 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 ที่ 21 ล้านบาท ดูเหมือนลดลงอย่างมากถึง 99%
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากการดำเนินงานปกติ **รายได้จากการขายและบริการกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง** โดยมีรายได้ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 951% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้เพียง 164 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการที่โรงภาพยนตร์สามารถเปิดให้บริการได้ครบทุกสาขา ประกอบกับมีภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงเข้าฉายหลายเรื่อง เช่น บุพเพสันนิวาส 2, Thor: Love & Thunder, One Piece Film Red, Minions 2 และ Avatar 1 นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการเพิ่มช่องทางการขายป๊อปคอร์นผ่านช่องทางออนไลน์
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** เนื่องจากเป็นผลจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในปีก่อน ซึ่งไม่ใช่การดำเนินงานปกติ อย่างไรก็ตาม **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการมีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดให้บริการเต็มที่และมีภาพยนตร์ที่น่าสนใจเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 99% YoY** เหลือ 21 ล้านบาท จาก 1,819 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน SF จำนวน 3,163 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการพุ่ง 951% YoY** สู่ 1,719 ล้านบาท จาก 164 ล้านบาท หลังโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดให้บริการเต็มที่และมีภาพยนตร์ทำรายได้ดี
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 185% YoY** สู่ 1,175 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 252% เป็น 68%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 37% YoY** สู่ 474 ล้านบาท จาก 749 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีเพลิงไหม้ปิ่นเกล้าในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น** สู่ 172 ล้านบาท จากส่วนแบ่งกำไร 45 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,819 ล้านบาท การลดลงนี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการที่งวดปีก่อนมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลล้อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 3,163 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการในไตรมาสนี้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 951% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ 1,719 ล้านบาท เทียบกับ 164 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของการดำเนินงานจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและอานิสงส์จากภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูง ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 185% เป็น 1,175 ล้านบาท แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 37% เป็น 474 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการบันทึกรายการพิเศษในปีก่อน
## โอกาส
* **การกลับมาของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์:** การมีภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงเข้าฉายอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดผู้ชมกลับมาใช้บริการโรงภาพยนตร์
* **การขยายช่องทางการขาย:** การเพิ่มช่องทางการขายป๊อปคอร์นผ่านช่องทางออนไลน์ช่วยเพิ่มรายได้และเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของผู้สมัครสมาชิก MPASS:** การเพิ่มขึ้นของผู้สมัครสมาชิกบัตร MPASS บ่งชี้ถึงการกลับมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอของลูกค้า
* **การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ:** การที่โรงภาพยนตร์สามารถเปิดให้บริการได้ครบทุกสาขา ทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการดำเนินงานได้เต็มศักยภาพ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิง:** การแข่งขันจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและรูปแบบความบันเทิงอื่นๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการดึงดูดผู้ชม
* **ความไม่แน่นอนของภาพยนตร์ใหม่:** ความสำเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่องมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของบริษัท
* **ต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์:** ต้นทุนส่วนแบ่งภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นหากไม่สามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ
* **ผลขาดทุนจากเงินลงทุน:** การบันทึกผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสถัดไป:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากภาพยนตร์ใหม่ๆ และการบริหารจัดการจำนวนผู้เข้าชม
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin):** จับตาการเปลี่ยนแปลงของอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะสัดส่วนต้นทุนส่วนแบ่งภาพยนตร์และต้นทุนอาหารและเครื่องดื่มต่อรายได้
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ติดตามการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อยและเงินลงทุน:** จับตาผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุน โดยเฉพาะกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์
* **การเติบโตของสมาชิก MPASS:** ประเมินแนวโน้มการเติบโตและความภักดีของสมาชิกบัตร MPASS
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 951% YoY สู่ 1,719 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของโรงภาพยนตร์ทุกสาขา และการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงหลายเรื่อง เช่น บุพเพสันนิวาส 2, Thor: Love & Thunder, One Piece Film Red, Minions 2 และ Avatar 1 นอกจากนี้ การเพิ่มช่องทางการขายป๊อปคอร์นตามช่องทางต่างๆ และการเพิ่มขึ้นของผู้สมัครสมาชิกบัตร MPASS ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ที่สำคัญ
**ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 185% YoY สู่ 1,175 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 252% ในปีก่อน เป็น 68% ในไตรมาสนี้ ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ โดยต้นทุนหลักมาจากส่วนแบ่งภาพยนตร์และต้นทุนจากการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม
**รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 30% YoY สู่ 105 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลรับจากบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 37% YoY สู่ 474 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท จากการจัดจำหน่ายสินค้าออนไลน์และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 361 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการที่ปีก่อนมีการบันทึกค่าเสียหายและดอกเบี้ยจากคดีเพลิงไหม้ที่อาคารโครงการเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ปิ่นเกล้า จำนวน 299 ล้านบาท
**ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุน:** บริษัทมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน 172 ล้านบาท เทียบกับส่วนแบ่งกำไร 45 ล้านบาทในปีก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
MAJOR ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับการเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานหลักกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูง การบริหารจัดการต้นทุนต่อรายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะมีปัจจัยกดดันจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานปกติเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแข่งขันและปัจจัยเฉพาะของอุตสาหกรรมภาพยนตร์
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,307.44
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50
%
กำไรสุทธิ
347.22
ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
654.63
+826.58%
|
70.65
-77.71%
|
316.98
-74.89%
|
1,262.15
+26.89%
|
994.69
+391.37%
|
202.43
-60.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
190.66
-44.10%
|
341.08
-203.03%
|
-331.04
-71.60%
|
-1,165.61
-201.52%
|
1,148.15
-507.30%
|
-281.89
-70.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-488.80
-33.20%
|
-731.71
-2,797.05%
|
27.13
-98.68%
|
2,049.01
-208.06%
|
-1,896.16
-382.75%
|
670.62
-932.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
521.10
+57.39%
|
331.09
+2.44%
|
323.19
-84.94%
|
2,145.54
+11,675.74%
|
18.22
-96.92%
|
591.16
+32.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
577.70
-28.83%
|
811.77
-30.44%
|
1,167.03
-42.05%
|
2,013.81
+29.31%
|
1,557.31
+61.93%
|
961.74
+61.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|