MAJOR
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MAJOR
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3935 out_tok=2887 at=2026-07-25T20:47:45 --> # MAJOR กำไรสุทธิ Q2/65 พลิกขาดทุนเป็นกำไร 131 ล้านบาท รับอานิสงส์ภาพยนตร์ต่างประเทศ-ไทย ## รายได้-กำไรฟื้นตัวแรงจากฐานต่ำปีก่อน ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 218 ล้านบาท การฟื้นตัวนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 275 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้และค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: บริการ หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MAJOR ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 218 ล้านบาทในปีก่อน คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 275** โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงหลายเรื่อง และภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉาย ประกอบกับการที่โรงภาพยนตร์สามารถเปิดให้บริการได้ครบทุกสาขา ทำให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร สาเหตุที่ทำให้รายได้ฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด มาจากการกลับมาของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งในและต่างประเทศ เช่น Doctor Strange: Multiverse of Madness, Jurassic World Dominion, Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore, Top Gun Maverick และภาพยนตร์ไทยเรื่อง แดงพระโขนง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชม ประกอบกับการที่โรงภาพยนตร์สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ ทำให้ปริมาณผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่โรงภาพยนตร์ต้องปิดดำเนินการชั่วคราว นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเพิ่มช่องทางการขายป๊อบคอร์นผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งช่วยเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง ในส่วนของต้นทุนขายและบริการ แม้จะเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่สูงขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้กลับลดลงจากร้อยละ 131 ในไตรมาส 2 ปี 2564 เป็นร้อยละ 73 ของรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนส่วนแบ่งภาพยนตร์ และต้นทุนการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงจากร้อยละ 83 ในปีก่อน เป็นร้อยละ 27 ในปีนี้ ซึ่งมาจากค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายออนไลน์ ค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนภาพยนตร์ และค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กลับมาเก็บในอัตราปกติ รวมถึงค่าซ่อมบำรุง สำหรับโอกาสในการเกิดผลประกอบการลักษณะนี้ต่อเนื่องนั้น **มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** โดยปัจจัยหลักคือการกลับมาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่เริ่มฟื้นตัว และการที่ MAJOR มีภาพยนตร์ที่น่าสนใจในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในอนาคต และการแข่งขันในอุตสาหกรรม รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ส่วนรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการได้รับส่วนลดค่าเช่าและเงินประกันไฟไหม้ เป็นรายการที่ **มีลักษณะครั้งคราว** และไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกัน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพลิกบวก 131 ล้านบาท:** จากขาดทุนสุทธิ 218 ล้านบาทใน Q2/64 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 349 ล้านบาท หรือร้อยละ 160 * **รายได้โตแรง 275%:** อยู่ที่ 1,639 ล้านบาท จาก 437 ล้านบาทในปีก่อน หนุนโดยภาพยนตร์ต่างประเทศและไทยที่ได้รับความนิยม * **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี:** สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 131% เหลือ 73% และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงจาก 83% เหลือ 27% * **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 99%:** จาก 83 ล้านบาท เป็น 165 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากส่วนลดค่าเช่าและเงินประกันไฟไหม้ * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 78%:** อยู่ที่ 47 ล้านบาท จาก 210 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีส่วนแบ่งกำไรจากสยามฟิวเจอร์ฯ สูง ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท พลิกกลับมาจากการขาดทุนสุทธิ 218 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 349 ล้านบาท หรือร้อยละ 160 โดยมีกำไรต่อหุ้น 0.15 บาท เทียบกับขาดทุนต่อหุ้น (0.24) บาท ในปีก่อน รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 1,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,202 ล้านบาท หรือร้อยละ 275 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 437 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากภาพยนตร์ต่างประเทศและภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมหลายเรื่องเข้าฉาย ประกอบกับการเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ได้ครบทุกสาขา ทำให้จำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มช่องทางการขายป๊อบคอร์นออนไลน์ ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 1,201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 629 ล้านบาท หรือร้อยละ 110 จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจากร้อยละ 131 เป็นร้อยละ 73 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 447 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84 ล้านบาท หรือร้อยละ 23 จากปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 48 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายจัดจำหน่ายออนไลน์และค่าการตลาด ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและค่าซ่อมบำรุง สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงจากร้อยละ 83 เป็นร้อยละ 27 รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท หรือร้อยละ 99 มาอยู่ที่ 165 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากส่วนลดค่าเช่าและเงินประกันไฟไหม้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 163 ล้านบาท หรือร้อยละ 78 มาอยู่ที่ 47 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีส่วนแบ่งกำไรจากสยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ฯ จำนวนมาก ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์:** การกลับมาของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และการตอบรับที่ดีจากผู้ชม บ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม * **ภาพยนตร์ที่น่าสนใจในอนาคต:** การมีภาพยนตร์ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง จะช่วยหนุนรายได้และจำนวนผู้เข้าชม * **การขยายช่องทางการขาย:** การเพิ่มช่องทางออนไลน์ในการขายสินค้า เช่น ป๊อบคอร์น จะช่วยเสริมรายได้และเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมและบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไร ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของภาพยนตร์:** ความสำเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่องมีความไม่แน่นอนสูง หากภาพยนตร์ไม่ได้รับความนิยม อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และโรงภาพยนตร์อื่นๆ อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและรายได้ * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจเปลี่ยนแปลงไปหลังสถานการณ์โควิด-19 เช่น การเลือกชมภาพยนตร์ที่บ้านมากขึ้น * **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนต่างๆ เช่น ค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **ปัจจัยภายนอก:** ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจ, การเมือง, หรือการระบาดของโรค อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **Box office Performance:** ผลการตอบรับของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่จะเข้าฉายในไตรมาสถัดไป * **จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์:** แนวโน้มการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของผู้เข้าชมภาพยนตร์เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 * **อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิ:** การรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี ท่ามกลางต้นทุนที่อาจผันผวน * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง * **รายได้จากช่องทางออนไลน์:** การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** แนวโน้มของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและเงินลงทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้จากการขายและบริการ:** รายได้หลักมาจากธุรกิจโรงภาพยนตร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของภาพยนตร์ที่น่าสนใจหลายเรื่อง ทำให้จำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงภาพยนตร์ นอกจากนี้ รายได้จากการขายสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ป๊อบคอร์น และเครื่องดื่ม ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้เข้าชม และการขยายช่องทางการขายออนไลน์ **ต้นทุนขายและบริการ:** ต้นทุนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับส่วนแบ่งรายได้ให้กับสตูดิโอภาพยนตร์ และต้นทุนสินค้าที่ขาย (อาหารและเครื่องดื่ม) แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย แต่การบริหารจัดการต้นทุนต่อหน่วยและการควบคุมสต็อกสินค้าได้ดี ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายหลักประกอบด้วย ค่าเช่าพื้นที่ ค่าการตลาด ค่าพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น **รายได้อื่น:** รายได้ส่วนนี้มีความผันผวนและขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะ เช่น การได้รับส่วนลดค่าเช่า หรือการเคลมประกัน ซึ่งในไตรมาสนี้มีรายการที่ส่งผลให้รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการของบริษัทที่ลงทุน หรือการรับรู้รายการพิเศษในปีก่อน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้ จึงขอข้ามไป) ## สรุปท้าย MAJOR ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่การกลับมาของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากอานิสงส์ของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมและการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการแข่งขัน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและแผนการดำเนินงานของบริษัท ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตต่อเนื่อง โดยนักลงทุนควรจับตาดูผลการตอบรับของภาพยนตร์ใหม่ๆ และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
2,307.44 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48 ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50 %
กำไรสุทธิ
347.22 ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05 %
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8% YoY
D/E Ratio
1.59

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,307.44
-2.01%
2,354.85
-19.83%
2,937.14
+54.43%
1,901.90
+22.26%
1,555.58
+16.17%
1,339.07
-49.80%
กำไรขั้นต้น
911.48
+3.25%
882.78
-23.09%
1,147.76
+71.73%
668.34
+55.19%
430.67
+4.90%
410.55
-52.91%
ค่าใช้จ่ายรวม
483.97
+208.27%
156.99
-79.39%
761.57
+47.17%
517.46
+16.50%
444.16
-22.20%
570.90
-17.86%
กำไรสุทธิ
347.22
+8.03%
321.41
-4.01%
334.84
+339.99%
76.10
-24.15%
100.33
-69.37%
327.53
+71.49%
กำไรต่อหุ้น
0.46
+8.02%
0.42
-4.07%
0.44
+342.00%
0.10
-24.24%
0.13
-69.44%
0.43
+71.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
39.50
+5.36%
37.49
-4.07%
39.08
+11.21%
35.14
+26.91%
27.69
-9.69%
30.66
-6.21%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
20.97
+214.39%
6.67
-74.28%
25.93
-4.70%
27.21
-4.69%
28.55
-33.03%
42.63
+63.58%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
15.05
+10.26%
13.65
+19.74%
11.40
+185.00%
4.00
-37.98%
6.45
-73.63%
24.46
+241.62%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
15.95
+108.10%
-196.87
+13.08%
-226.50
+2.81%
-233.04
0.00
0.00
ROE(%)
12.57
-5.42%
13.29
-16.57%
15.93
+350.00%
3.54
-84.72%
23.17
+384.29%
-8.15
-169.30%
ROA(%)
7.38
+10.31%
6.69
-27.04%
9.17
+176.20%
3.32
-73.61%
12.58
+535.29%
-2.89
-141.64%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.59
-1.85%
1.62
+19.12%
1.36
+28.30%
1.06
-16.54%
1.27
-23.95%
1.67
+19.29%
P/E
8.56
-42.08%
14.78
-6.87%
15.87
-73.07%
58.93
+495.85%
9.89
0.00
-100.00%
P/BV
1.05
-46.43%
1.96
+13.29%
1.73
-30.80%
2.50
+11.61%
2.24
-15.47%
2.65
-27.20%
BV
6.73
-10.39%
7.51
-12.57%
8.59
+17.83%
7.29
-18.37%
8.93
+29.42%
6.90
-0.43%
YIELD(%)
2.92
-42.86%
5.11
+183.89%
1.80
-79.52%
8.79
0.00
-100.00%
5.46
+2.06%
ราคาหุ้น
7.10
-51.70%
14.70
-1.34%
14.90
-18.13%
18.20
-9.00%
20.00
+9.29%
18.30
-27.52%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,197.02
-30.83%
3,176.33
-15.12%
3,742.25
-19.68%
4,658.97
-24.36%
6,159.57
+140.33%
2,562.98
+7.94%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
10,541.51
-2.96%
10,862.70
+1.68%
10,683.71
+4.87%
10,187.76
-1.66%
10,359.89
-31.46%
15,115.24
-2.44%
รวมสินทรัพย์
12,738.53
-9.26%
14,039.03
-2.68%
14,425.95
-2.83%
14,846.73
-10.13%
16,519.47
-6.55%
17,678.21
-1.06%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,957.04
-13.32%
3,411.62
-13.93%
3,963.98
+41.30%
2,805.42
-45.06%
5,106.78
+1.95%
5,009.07
-4.55%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
4,855.80
-7.90%
5,272.06
+21.20%
4,349.82
-9.75%
4,819.83
+16.82%
4,125.87
-31.73%
6,043.11
+17.57%
รวมหนี้สิน
7,812.84
-10.03%
8,683.67
+4.45%
8,313.80
+9.03%
7,625.25
-17.41%
9,232.65
-16.46%
11,052.18
+6.40%
รวมส่วนของเจ้าของ
4,925.69
-8.02%
5,355.36
-12.38%
6,112.15
-15.36%
7,221.48
-0.90%
7,286.81
+9.97%
6,626.03
-11.42%
D/E
1.59
1.62
1.36
1.06
1.27
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
12.57
13.29
15.93
3.54
23.17
-8.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.38
6.69
9.17
3.32
12.58
-2.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.74
0.93
0.94
1.66
1.21
0.51
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.61
0.84
0.84
1.52
1.13
0.43
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
27.61
30.31
0.00
0.00
57.49
77.49
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
13.21
12.98
0.00
0.00
31.06
21.41
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
113.71
126.69
0.00
0.00
181.18
150.89
วงจรเงินสด
-72.89
-83.40
0.00
0.00
-92.63
-51.98
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
654.63
+826.58%
70.65
-77.71%
316.98
-74.89%
1,262.15
+26.89%
994.69
+391.37%
202.43
-60.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
190.66
-44.10%
341.08
-203.03%
-331.04
-71.60%
-1,165.61
-201.52%
1,148.15
-507.30%
-281.89
-70.22%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-488.80
-33.20%
-731.71
-2,797.05%
27.13
-98.68%
2,049.01
-208.06%
-1,896.16
-382.75%
670.62
-932.86%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
521.10
+57.39%
331.09
+2.44%
323.19
-84.94%
2,145.54
+11,675.74%
18.22
-96.92%
591.16
+32.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
577.70
-28.83%
811.77
-30.44%
1,167.03
-42.05%
2,013.81
+29.31%
1,557.31
+61.93%
961.74
+61.28%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00