MAJOR
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MAJOR
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4111 out_tok=2851 at=2026-07-25T19:52:54 --> # MAJOR กำไร Q3/2566 พุ่ง 405% รับแรงหนุนธุรกิจสื่อโฆษณา-โบว์ลิ่ง-คาราโอเกะ แม้รายได้หนังวูบ ## รายได้ภาพยนตร์ไทยหนุน แต่หนังต่างประเทศแผ่ว ฝ่ายจัดการชี้ธุรกิจอื่นมาแรง ชดเชยรายได้ภาพยนตร์ที่ลดลง บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 104 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 405% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 21 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียง 1% เป็น 1,741 ล้านบาท แต่ปัจจัยบวกจากธุรกิจสื่อโฆษณา บริการโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ MAJOR มีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 405% ในไตรมาส 3/2566 มาจาก **การพลิกกลับของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน และการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง** แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตเพียงเล็กน้อยก็ตาม **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **การพลิกกลับของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ การกลับมามีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 172 ล้านบาท คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงถึง 211 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนของกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ ในปีก่อนที่ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม ในขณะที่ไตรมาสนี้ไม่มีรายการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ผลกระทบจากการพลิกกลับของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนมีน้ำหนักมากกว่า 2. **ต้นทุนขายและบริการลดลง:** ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 1,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% หรือ 61 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 1,175 ล้านบาท ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการที่บริษัทได้รับส่วนลดค่าเช่าพื้นที่จากผู้ให้เช่าลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 ที่ยังได้รับผลจากสถานการณ์โควิด อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จะพบว่ามีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากรายได้รวมเติบโตเล็กน้อย แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่า 3. **รายได้อื่น ๆ และค่าใช้จ่าย:** รายได้อื่นลดลง 56% หรือ 54 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีรายการรับรู้เงินชดเชยจากประกันภัยสาขาสุขุมวิทจำนวนมาก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8% หรือ 36 ล้านบาท โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการซ่อมบำรุง **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิพุ่งสูงในไตรมาสนี้ คือ การกลับมามีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน ซึ่งเกิดจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นรายการที่อาจมีความผันผวนและไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างสม่ำเสมอในแต่ละไตรมาส ส่วนการเติบโตของรายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณา โบว์ลิ่ง และคาราโอเกะ มีแนวโน้มที่ดีและอาจต่อเนื่องได้ หากการจัดกิจกรรมยังคงได้รับการตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตาม รายได้หลักจากธุรกิจภาพยนตร์ยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น คุณภาพและความนิยมของภาพยนตร์ที่เข้าฉาย ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 405%:** MAJOR รายงานกำไรสุทธิ 104 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้นจาก 21 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมเติบโต 1%:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 1,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท จากปีก่อน * **ธุรกิจอื่นหนุนรายได้:** รายได้จากสื่อโฆษณา โบว์ลิ่ง และคาราโอเกะ เติบโตจากการต่อสัญญาลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ และการจัดกิจกรรม * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 5% เป็น 1,236 ล้านบาท เนื่องจากส่วนลดค่าเช่าลดลง * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนพลิกบวก:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8% เป็น 510 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากค่าโฆษณาและพนักงาน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 MAJOR มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,719 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการที่ภาพยนตร์ต่างประเทศในไตรมาสนี้ได้รับความนิยมน้อยกว่าภาพยนตร์ไทยเรื่องบุพเพสันนิวาส 2 ที่เข้าฉายในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสื่อโฆษณาได้แรงหนุนจากการต่อสัญญาของลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะที่เติบโตจากการจัดกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ได้รับการตอบรับที่ดี ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 1,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการได้รับส่วนลดค่าเช่าพื้นที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18% ส่วนใหญ่เป็นค่าโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 4% จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการซ่อมบำรุง รายได้อื่นลดลง 54% เนื่องจากปีก่อนมีรายการรับรู้เงินชดเชยจากประกันภัยสาขาสุขุมวิทจำนวนมาก ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการพลิกกลับของผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 405% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 21 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์:** การกลับมาของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ และความต้องการของประชาชนในการรับชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง * **การเติบโตของธุรกิจที่ไม่ใช่ภาพยนตร์:** ธุรกิจสื่อโฆษณา, โบว์ลิ่ง, คาราโอเกะ และการจัดกิจกรรม มีแนวโน้มเติบโตได้ดีจากการตอบรับของลูกค้า * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ * **การขยายสาขาและบริการ:** การพัฒนาสาขาและนำเสนอบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ## ความเสี่ยง * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมภาพยนตร์:** การแข่งขันจากผู้ให้บริการ Streaming และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค * **ความไม่แน่นอนของภาพยนตร์:** ความนิยมและความสำเร็จของภาพยนตร์ที่เข้าฉายในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ * **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนค่าเช่า ค่าแรง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ * **ภาวะเศรษฐกิจ:** ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี:** การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมบันเทิง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้จากภาพยนตร์:** การเข้าฉายของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในช่วงปลายปีและต้นปีหน้า * **การเติบโตของธุรกิจสื่อโฆษณา:** การรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายฐานลูกค้าใหม่ * **ผลตอบรับจากธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะ:** การจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน:** ความผันผวนของรายการนี้ในอนาคต ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้จากการขายและบริการ:** แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียง 1% เป็น 1,741 ล้านบาท แต่มีรายละเอียดที่น่าสนใจ โดยรายได้จากภาพยนตร์ลดลงเนื่องจากภาพยนตร์ต่างประเทศในไตรมาสนี้ไม่ได้รับความนิยมเท่าภาพยนตร์ไทยเรื่องบุพเพสันนิวาส 2 ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของคอนเทนต์ภาพยนตร์ที่มีผลต่อรายได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสื่อโฆษณามีการเติบโตที่ดีจากการต่อสัญญาของลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจโบว์ลิ่งและคาราโอเกะที่เติบโตจากการจัดกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายแหล่งรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้นของบริษัท **ต้นทุนขายและบริการ:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 5% เป็น 1,236 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการได้รับส่วนลดค่าเช่าพื้นที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังได้รับผลจากสถานการณ์โควิด ซึ่งสะท้อนถึงการกลับสู่สภาวะปกติของต้นทุนการดำเนินงาน **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 8% เป็น 510 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18% จากการลงทุนในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 4% จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการซ่อมบำรุง **อัตรากำไรขั้นต้น:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงรายการอื่นๆ ที่ส่งผลต่อกำไร เช่น การจำหน่ายเงินลงทุน และส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุน ซึ่งเป็นรายการที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ## สรุปท้าย MAJOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิ 104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 405% จากปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **การพลิกกลับของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจที่ไม่ใช่ภาพยนตร์ เช่น สื่อโฆษณา โบว์ลิ่ง และคาราโอเกะ แม้รายได้หลักจากภาพยนตร์จะยังคงเผชิญความท้าทายจากความนิยมของภาพยนตร์ที่เข้าฉาย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการกระจายแหล่งรายได้ช่วยหนุนภาพรวมผลประกอบการให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความต่อเนื่องของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน และแนวโน้มรายได้จากภาพยนตร์ในช่วงต่อๆ ไป รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,307.44 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48 ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50 %
กำไรสุทธิ
347.22 ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05 %
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8% YoY
D/E Ratio
1.59

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,307.44
-2.01%
2,354.85
-19.83%
2,937.14
+54.43%
1,901.90
+22.26%
1,555.58
+16.17%
1,339.07
-49.80%
กำไรขั้นต้น
911.48
+3.25%
882.78
-23.09%
1,147.76
+71.73%
668.34
+55.19%
430.67
+4.90%
410.55
-52.91%
ค่าใช้จ่ายรวม
483.97
+208.27%
156.99
-79.39%
761.57
+47.17%
517.46
+16.50%
444.16
-22.20%
570.90
-17.86%
กำไรสุทธิ
347.22
+8.03%
321.41
-4.01%
334.84
+339.99%
76.10
-24.15%
100.33
-69.37%
327.53
+71.49%
กำไรต่อหุ้น
0.46
+8.02%
0.42
-4.07%
0.44
+342.00%
0.10
-24.24%
0.13
-69.44%
0.43
+71.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
39.50
+5.36%
37.49
-4.07%
39.08
+11.21%
35.14
+26.91%
27.69
-9.69%
30.66
-6.21%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
20.97
+214.39%
6.67
-74.28%
25.93
-4.70%
27.21
-4.69%
28.55
-33.03%
42.63
+63.58%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
15.05
+10.26%
13.65
+19.74%
11.40
+185.00%
4.00
-37.98%
6.45
-73.63%
24.46
+241.62%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
15.95
+108.10%
-196.87
+13.08%
-226.50
+2.81%
-233.04
0.00
0.00
ROE(%)
12.57
-5.42%
13.29
-16.57%
15.93
+350.00%
3.54
-84.72%
23.17
+384.29%
-8.15
-169.30%
ROA(%)
7.38
+10.31%
6.69
-27.04%
9.17
+176.20%
3.32
-73.61%
12.58
+535.29%
-2.89
-141.64%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.59
-1.85%
1.62
+19.12%
1.36
+28.30%
1.06
-16.54%
1.27
-23.95%
1.67
+19.29%
P/E
8.56
-42.08%
14.78
-6.87%
15.87
-73.07%
58.93
+495.85%
9.89
0.00
-100.00%
P/BV
1.05
-46.43%
1.96
+13.29%
1.73
-30.80%
2.50
+11.61%
2.24
-15.47%
2.65
-27.20%
BV
6.73
-10.39%
7.51
-12.57%
8.59
+17.83%
7.29
-18.37%
8.93
+29.42%
6.90
-0.43%
YIELD(%)
2.92
-42.86%
5.11
+183.89%
1.80
-79.52%
8.79
0.00
-100.00%
5.46
+2.06%
ราคาหุ้น
7.10
-51.70%
14.70
-1.34%
14.90
-18.13%
18.20
-9.00%
20.00
+9.29%
18.30
-27.52%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,197.02
-30.83%
3,176.33
-15.12%
3,742.25
-19.68%
4,658.97
-24.36%
6,159.57
+140.33%
2,562.98
+7.94%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
10,541.51
-2.96%
10,862.70
+1.68%
10,683.71
+4.87%
10,187.76
-1.66%
10,359.89
-31.46%
15,115.24
-2.44%
รวมสินทรัพย์
12,738.53
-9.26%
14,039.03
-2.68%
14,425.95
-2.83%
14,846.73
-10.13%
16,519.47
-6.55%
17,678.21
-1.06%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
2,957.04
-13.32%
3,411.62
-13.93%
3,963.98
+41.30%
2,805.42
-45.06%
5,106.78
+1.95%
5,009.07
-4.55%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
4,855.80
-7.90%
5,272.06
+21.20%
4,349.82
-9.75%
4,819.83
+16.82%
4,125.87
-31.73%
6,043.11
+17.57%
รวมหนี้สิน
7,812.84
-10.03%
8,683.67
+4.45%
8,313.80
+9.03%
7,625.25
-17.41%
9,232.65
-16.46%
11,052.18
+6.40%
รวมส่วนของเจ้าของ
4,925.69
-8.02%
5,355.36
-12.38%
6,112.15
-15.36%
7,221.48
-0.90%
7,286.81
+9.97%
6,626.03
-11.42%
D/E
1.59
1.62
1.36
1.06
1.27
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
12.57
13.29
15.93
3.54
23.17
-8.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.38
6.69
9.17
3.32
12.58
-2.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.74
0.93
0.94
1.66
1.21
0.51
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.61
0.84
0.84
1.52
1.13
0.43
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
27.61
30.31
0.00
0.00
57.49
77.49
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
13.21
12.98
0.00
0.00
31.06
21.41
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
113.71
126.69
0.00
0.00
181.18
150.89
วงจรเงินสด
-72.89
-83.40
0.00
0.00
-92.63
-51.98
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
654.63
+826.58%
70.65
-77.71%
316.98
-74.89%
1,262.15
+26.89%
994.69
+391.37%
202.43
-60.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
190.66
-44.10%
341.08
-203.03%
-331.04
-71.60%
-1,165.61
-201.52%
1,148.15
-507.30%
-281.89
-70.22%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-488.80
-33.20%
-731.71
-2,797.05%
27.13
-98.68%
2,049.01
-208.06%
-1,896.16
-382.75%
670.62
-932.86%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
521.10
+57.39%
331.09
+2.44%
323.19
-84.94%
2,145.54
+11,675.74%
18.22
-96.92%
591.16
+32.30%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
577.70
-28.83%
811.77
-30.44%
1,167.03
-42.05%
2,013.81
+29.31%
1,557.31
+61.93%
961.74
+61.28%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00