บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3481 out_tok=2168 at=2026-07-27T10:41:20 -->
# MAJOR ขาดทุนสุทธิลดลง 54% ใน Q2/2564 รับรายได้ภาพยนตร์-ป๊อบคอร์นฟื้น
## รายได้ภาพยนตร์ต่างประเทศ-ป๊อบคอร์นฟื้นตัวแรง หนุน MAJOR พลิกขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2564
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิลดลง 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากอานิสงส์ภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูง ประกอบกับยอดขายป๊อบคอร์นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับการปิดโรงภาพยนตร์บางส่วนตามมาตรการควบคุมโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MAJOR ในไตรมาส 2 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิลดลง 257 ล้านบาท หรือ 54% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 110%** โดยเฉพาะรายได้จากการให้บริการที่เติบโต 91% และรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 155% ซึ่งปัจจัยหลักมาจากภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูง และยอดขายป๊อบคอร์นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะปรับเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้นถึง 13%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
1. **รายได้จากภาพยนตร์ต่างประเทศ:** ภาพยนตร์เรื่อง "ก็อดซิลล่าปะทะคิงคอง" ที่เข้าฉายในช่วงต้นไตรมาสก่อนที่โรงภาพยนตร์จะปิดให้บริการชั่วคราวบางพื้นที่ ได้รับความนิยมสูง ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
2. **รายได้จากการขายป๊อบคอร์น:** ยอดขายป๊อบคอร์นตามช่องทางต่างๆ รวมถึง Bucket set ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน ซึ่งช่วยหนุนรายได้จากการขายให้เติบโต
แม้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนขายและบริการก็ปรับเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนที่ 136 ล้านบาท หรือ 31% อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้นถึง 49 ล้านบาท หรือ 13% เนื่องจากการปรับลดค่าใช้จ่ายตามผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้โดยรวมแล้วผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** แม้ว่ารายได้จะฟื้นตัวอย่างน่าประทับใจในไตรมาสนี้ แต่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว นอกจากนี้ การปิดโรงภาพยนตร์บางพื้นที่ตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการดำเนินงานในระยะสั้นถึงกลาง การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจึงยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค และความสามารถในการนำภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมเข้าฉายได้อย่างสม่ำเสมอ
## Highlight สำคัญ
* **ผลขาดทุนสุทธิลดลง 54% YoY:** จาก 475 ล้านบาท เป็น 218 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 110% YoY:** อยู่ที่ 437 ล้านบาท จาก 208 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการโต 91%:** หนุนโดยภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยม
* **รายได้จากการขายโต 155%:** ส่วนใหญ่มาจากยอดขายป๊อบคอร์น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 13%:** จากการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางผลกระทบโควิด-19
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 218 ล้านบาท ลดลง 257 ล้านบาท หรือ 54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 475 ล้านบาท การลดลงของผลขาดทุนนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการที่สูงถึง 110% มาอยู่ที่ 437 ล้านบาท จาก 208 ล้านบาทในปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 91% และรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 155% ขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 31% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 13%
## โอกาส
* การกลับมาของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ได้รับความนิยมสูง สามารถกระตุ้นรายได้จากการขายตั๋วและรายได้เสริมอื่นๆ ได้
* การเติบโตของยอดขายป๊อบคอร์นและสินค้าที่ระลึก ผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
* การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของรายได้
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19:** การกลับมาระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจนำไปสู่การประกาศมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น เช่น การปิดโรงภาพยนตร์ หรือการจำกัดจำนวนผู้เข้าชม ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้
* **ความล่าช้าหรือการเลื่อนฉายของภาพยนตร์:** การขาดแคลนภาพยนตร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ชมและความสามารถในการสร้างรายได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิง:** การเติบโตของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และรูปแบบความบันเทิงอื่นๆ อาจส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกชมภาพยนตร์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์เต็มรูปแบบ
* แผนการนำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉายในช่วงครึ่งหลังของปี 2564
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ
* ยอดขายป๊อบคอร์นและสินค้าที่ระลึก รวมถึงการพัฒนาช่องทางการขายใหม่ๆ
* ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ (ถ้ามี)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขายและบริการ:** ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% และรายได้จากการขายอยู่ที่ 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการส่วนใหญ่มาจากภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง "ก็อดซิลล่าปะทะคิงคอง" ซึ่งเข้าฉายก่อนที่โรงภาพยนตร์จะปิดให้บริการชั่วคราวบางพื้นที่ตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ส่วนรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น มาจากยอดขายป๊อบคอร์นตามช่องทางต่างๆ และ Bucket set ที่ได้รับความนิยมสูง
**ต้นทุนขายและบริการ:** ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ดี โดยลดลง 13% มาอยู่ที่ 327 ล้านบาท จาก 376 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นภายใต้ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2564 จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ของ MAJOR สะท้อนถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับความนิยมสูงและยอดขายป๊อบคอร์นที่แข็งแกร่ง แม้ว่าการดำเนินงานจะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 และการปิดโรงภาพยนตร์บางส่วน แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาด และการนำเสนอภาพยนตร์ที่น่าสนใจในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,307.44
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50
%
กำไรสุทธิ
347.22
ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
654.63
+826.58%
|
70.65
-77.71%
|
316.98
-74.89%
|
1,262.15
+26.89%
|
994.69
+391.37%
|
202.43
-60.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
190.66
-44.10%
|
341.08
-203.03%
|
-331.04
-71.60%
|
-1,165.61
-201.52%
|
1,148.15
-507.30%
|
-281.89
-70.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-488.80
-33.20%
|
-731.71
-2,797.05%
|
27.13
-98.68%
|
2,049.01
-208.06%
|
-1,896.16
-382.75%
|
670.62
-932.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
521.10
+57.39%
|
331.09
+2.44%
|
323.19
-84.94%
|
2,145.54
+11,675.74%
|
18.22
-96.92%
|
591.16
+32.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
577.70
-28.83%
|
811.77
-30.44%
|
1,167.03
-42.05%
|
2,013.81
+29.31%
|
1,557.31
+61.93%
|
961.74
+61.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|