บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=25236 out_tok=1901 at=2026-08-14T20:51:42 -->
# MAJOR กำไรสุทธิ Q2/2569 หดตัว 42% YoY รับผลกระทบจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉายน้อยกว่าปีก่อน
## รายได้รวมลดลง 21% ตามจำนวนผู้ใช้บริการโรงภาพยนตร์ที่ชะลอตัว ขณะที่บริษัทคุมต้นทุนได้ดีช่วยประคองกำไรสุทธิไว้ที่ 73 ล้านบาท
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวม 1,534 ล้านบาท ลดลง 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากจำนวนผู้ใช้บริการโรงภาพยนตร์ที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากภาพยนตร์ที่เข้าฉายในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดึงดูดผู้ชมในวงกว้าง (Mass Market) ได้เท่ากับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เข้าฉายในช่วงเดียวกันของปี 2568 ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงเหลือ 73 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงได้เป็นอย่างดี พร้อมคาดการณ์ว่าสถานการณ์ในช่วงครึ่งหลังของปีจะปรับตัวดีขึ้นจากไลน์อัพภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่เตรียมเข้าฉาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจสำคัญคือ "ปริมาณผู้เข้าชมภาพยนตร์ที่ลดลง"** ซึ่งเป็นผลมาจากความแตกต่างของความแข็งแกร่งของภาพยนตร์ (Content Strength) ระหว่างไตรมาส 2/2569 กับไตรมาส 2/2568 โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ลดลงถึง 28% ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังรายได้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ลดลง 32% ตามจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในโรงภาพยนตร์
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 2/2569 ภาพยนตร์ที่เข้าฉาย อาทิ *โกฮัง*, *เทอม 4* และ *Toy Story 5* ไม่สามารถสร้างรายได้ในระดับเดียวกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในปีก่อนหน้า เช่น *Lilo & Stitch* หรือ *How to Train Your Dragon* ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้รวม อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนรวมให้ลดลงได้ 22% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 11% ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ไว้ได้ที่ 32% เท่ากับปีก่อน นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (โดยเฉพาะจากบริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด) ที่เพิ่มขึ้น 50% ยังช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักได้บางส่วน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นในรอบถัดไป** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีภาพยนตร์ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงทั้งจาก Hollywood และภาพยนตร์ไทยเตรียมเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นไตรมาส 3 เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากภาพยนตร์อย่าง *The Odyssey* และ *Spider-Man: Brand New Day* ที่ทำรายได้ได้ดี ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนจำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ให้ฟื้นตัวจากช่วงครึ่งปีแรก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม:** 1,534 ล้านบาท (-21% YoY) จากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่:** 73 ล้านบาท (-42% YoY)
* **การบริหารต้นทุน:** ต้นทุนรวมลดลง 22% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ทำให้รักษา GPM ไว้ได้ที่ 32%
* **ธุรกิจสื่อโฆษณา:** รายได้ 188 ล้านบาท (+8% YoY) สะท้อนการฟื้นตัวของการใช้จ่ายโฆษณาในโรงภาพยนตร์
* **ส่วนแบ่งกำไร:** รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน 56 ล้านบาท (+50% YoY) หนุนโดยบริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด
* **ฐานะการเงิน:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E) อยู่ที่ 0.58 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.46 เท่า ณ สิ้นปี 2568 จากการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผล
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1,534 ล้านบาท ลดลง 21% YoY ขณะที่งวด 6 เดือนแรกมีรายได้ 3,148 ล้านบาท ลดลง 6% YoY กำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ 73 ล้านบาท ลดลง 42% YoY โดยบริษัทเน้นการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางความผันผวนของรายได้จากภาพยนตร์
## โอกาส
* **ไลน์อัพภาพยนตร์ครึ่งปีหลัง:** มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์และภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่คาดว่าจะดึงดูดผู้ชมได้ดี
* **ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการเติบโตของธุรกิจสื่อโฆษณา
* **การใช้ข้อมูล (CRM):** การนำระบบ CRM มาใช้ทำ Personalized Marketing เพื่อกระตุ้นความถี่ในการใช้บริการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของคอนเทนต์:** รายได้ขึ้นอยู่กับความนิยมของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามคาดการณ์
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงได้รับแรงกดดันจากค่าครองชีพ
* **การแข่งขัน:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่ช่องทางการรับชมคอนเทนต์ที่หลากหลายขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. **รายได้ Box Office ในช่วงครึ่งหลังของปี:** ว่าจะสามารถสร้างกระแสได้ตามเป้าหมายหรือไม่
2. **ประสิทธิภาพการทำกำไร:** การรักษา EBITDA Margin ให้คงอยู่ในระดับสูง (30% ใน Q2/2569)
3. **การบริหารหนี้สิน:** การรักษาระดับ Debt Covenant ให้ต่ำกว่าเงื่อนไข 1.50 เท่า
4. **โครงการซื้อหุ้นคืน:** ผลกระทบต่อโครงสร้างส่วนของผู้ถือหุ้นและอัตราส่วนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจโรงภาพยนตร์:** รายได้บัตรชมภาพยนตร์ลดลง 28% ในไตรมาส 2/2569
* **ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม:** รายได้ลดลง 32% จากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลงและการย้ายรายได้ Popcorn บางส่วนไปรับรู้ใน JV
* **ธุรกิจพื้นที่เช่าและบริการ:** รายได้เพิ่มขึ้น 15% จากจำนวนร้านค้าเช่าที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจสื่อภาพยนตร์:** รายได้เพิ่มขึ้น 63% จากจังหวะการรับรู้รายได้ลิขสิทธิ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ 30 มิ.ย. 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,405 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 2568 หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,836 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 7% จากการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผล ทำให้อัตราส่วน Net D/E ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 0.58 เท่า แต่ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ภายใต้เงื่อนไขทางการเงิน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ MAJOR ในไตรมาส 2/2569 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราวด้านความแข็งแกร่งของภาพยนตร์ที่เข้าฉาย อย่างไรก็ตาม บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เข้ามาช่วยพยุงผลการดำเนินงาน โดยนักลงทุนควรจับตาดูการฟื้นตัวของรายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งมีปัจจัยบวกจากไลน์อัพภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่จะเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักอีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
2,307.44
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50
%
กำไรสุทธิ
347.22
ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
654.63
+826.58%
|
70.65
-77.71%
|
316.98
-74.89%
|
1,262.15
+26.89%
|
994.69
+391.37%
|
202.43
-60.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
190.66
-44.10%
|
341.08
-203.03%
|
-331.04
-71.60%
|
-1,165.61
-201.52%
|
1,148.15
-507.30%
|
-281.89
-70.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-488.80
-33.20%
|
-731.71
-2,797.05%
|
27.13
-98.68%
|
2,049.01
-208.06%
|
-1,896.16
-382.75%
|
670.62
-932.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
521.10
+57.39%
|
331.09
+2.44%
|
323.19
-84.94%
|
2,145.54
+11,675.74%
|
18.22
-96.92%
|
591.16
+32.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
577.70
-28.83%
|
811.77
-30.44%
|
1,167.03
-42.05%
|
2,013.81
+29.31%
|
1,557.31
+61.93%
|
961.74
+61.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|