บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3953 out_tok=2456 at=2026-07-25T21:00:52 -->
# MAJOR กำไร Q1/2566 พุ่ง 191% รับอานิสงส์หนังฮิต-คุมต้นทุน
## รายได้-กำไรโตแรงจากหนังต่างประเทศ-ไทย พร้อมบริหารค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพ
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 191% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 24 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากรายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมหลายเรื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MAJOR ในไตรมาส 1/2566 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตถึง 41% YoY** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ 191% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากจำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ 1) **จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น** จากภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมหลายเรื่อง เช่น Avatar 2, John Wick Chapter 4, Ant-Man and the Wasp Quantumania และภาพยนตร์ไทยอย่างขุนพันธ์ 3 และทิดน้อย ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และความต้องการของผู้ชมที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย 2) **การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม** นอกเหนือจากบริเวณโรงภาพยนตร์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
ในด้านการควบคุมต้นทุน บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น 12% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้กลับลดลงจาก 89% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 71% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ก็ลดลงจาก 21% มาอยู่ที่ 18% แม้จะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นก็ตาม
อย่างไรก็ตาม มีรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ คือ **การขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 5 ล้านบาท** ในไตรมาสนี้ เทียบกับ **กำไร 113 ล้านบาท** ในปีก่อน ซึ่งหากไม่รวมรายการนี้และรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ซึ่งลดลงจากปีก่อน) กำไรจากการดำเนินงานปกติจะยิ่งโดดเด่นมากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ภาพยนตร์ที่เข้าฉายในไตรมาส 1 ได้รับการตอบรับที่ดี บ่งชี้ถึงความต้องการของตลาดที่ฟื้นตัว นอกจากนี้ การขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องยังเป็นกลยุทธ์ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ ที่จะเข้าฉายในอนาคต และการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191% YoY** จาก 24 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการ 1,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY** จาก 1,128 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายและบริการลดสัดส่วนต่อรายได้ลงเหลือ 71%** จาก 89% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ลดลงเหลือ 18%** จาก 21% ในปีก่อน
* **รายการพิเศษส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ:** ขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ 5 ล้านบาท เทียบกับกำไร 113 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 1/2566 เท่ากับ 1,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,128 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมหลายเรื่อง และการขยายช่องทางการจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 12% เป็น 1,127 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 135% โดยมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้นตามรายได้ และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นจากการบริหารพนักงานและการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ลดลง
เมื่อพิจารณารายการอื่นๆ บริษัทมีขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 5 ล้านบาท เทียบกับกำไร 113 ล้านบาทในปีก่อน และมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 3 ล้านบาท เทียบกับ 20 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191% จาก 24 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์:** การเข้าฉายของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดผู้ชมกลับเข้าโรงภาพยนตร์
* **การขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้า:** การเพิ่มช่องทางจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกเหนือจากโรงภาพยนตร์ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมและเพิ่มมูลค่าต่อลูกค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารให้ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาและเพิ่มอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของภาพยนตร์:** ความสำเร็จของรายได้ขึ้นอยู่กับกระแสตอบรับและคุณภาพของภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งอาจมีความผันผวน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบันเทิง:** การแข่งขันจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและรูปแบบความบันเทิงอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ชมภาพยนตร์
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนแรงงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **Box Office Performance:** ความสำเร็จของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่จะเข้าฉายในไตรมาสถัดไป
* **กลยุทธ์การตลาดและโปรโมชั่น:** การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อดึงดูดผู้ชม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ
* **การขยายธุรกิจ Non-Movie:** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจอื่นๆ เช่น การจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม, การให้เช่าพื้นที่
* **ผลกระทบจากรายการพิเศษ:** การเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และจำนวนผู้เข้าชม:** รายได้จากการขายตั๋วภาพยนตร์และรายได้จากการขายสินค้าที่ระลึก (Concession) เป็นรายได้หลักของ MAJOR ในไตรมาสนี้มีการเติบโตอย่างชัดเจนจากการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงหลายเรื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของจำนวนผู้เข้าชม (Volume) และอาจรวมถึงราคาตั๋วเฉลี่ย (Average Ticket Price) ที่อาจมีการปรับขึ้นเล็กน้อยตามอัตราเงินเฟ้อ การขยายช่องทางการจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกโรงภาพยนตร์ยังเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มรายได้ต่อลูกค้า (Spend per Head)
**ต้นทุนและอัตรากำไร:** แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย แต่การบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงอย่างมาก ซึ่งส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ที่ลดลงก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)
**รายการพิเศษ:** การเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นรายการที่อาจเกิดขึ้นได้และส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส การที่ไตรมาสนี้มีขาดทุนจากรายการนี้ เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรจำนวนมาก ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ดูโดดเด่นน้อยลงหากมองจากตัวเลขรวม แต่การดำเนินงานหลักยังคงแข็งแกร่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงขอข้ามส่วนนี้ไป)
## สรุปท้าย
MAJOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 191% YoY เป็น 70 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 41% จากการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมและการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สัดส่วนต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่แนวโน้มการดำเนินงานหลักยังคงเป็นบวก และมีโอกาสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและความสามารถในการบริหารจัดการของบริษัท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความสำเร็จของภาพยนตร์ใหม่ๆ และความเสี่ยงด้านต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
2,307.44
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50
%
กำไรสุทธิ
347.22
ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
654.63
+826.58%
|
70.65
-77.71%
|
316.98
-74.89%
|
1,262.15
+26.89%
|
994.69
+391.37%
|
202.43
-60.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
190.66
-44.10%
|
341.08
-203.03%
|
-331.04
-71.60%
|
-1,165.61
-201.52%
|
1,148.15
-507.30%
|
-281.89
-70.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-488.80
-33.20%
|
-731.71
-2,797.05%
|
27.13
-98.68%
|
2,049.01
-208.06%
|
-1,896.16
-382.75%
|
670.62
-932.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
521.10
+57.39%
|
331.09
+2.44%
|
323.19
-84.94%
|
2,145.54
+11,675.74%
|
18.22
-96.92%
|
591.16
+32.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
577.70
-28.83%
|
811.77
-30.44%
|
1,167.03
-42.05%
|
2,013.81
+29.31%
|
1,557.31
+61.93%
|
961.74
+61.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|