บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
7.10
0.05 (0.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3655 out_tok=2262 at=2026-07-25T21:22:49 -->
# MAJOR กำไรพลิกบวก 144 ล้านบาทใน Q1/65 รับแรงหนุนผู้เข้าชม-หนังฮิต
## รายได้-กำไร MAJOR Q1/65 ฟื้นตัวชัดเจน ปัจจัยหลักจากจำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นและภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยม
บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 120 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 144 ล้านบาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศที่ได้รับความนิยมเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MAJOR ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร คือ **การฟื้นตัวของจำนวนผู้เข้าชมโรงภาพยนตร์** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 120 ล้านบาทในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 144 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของผู้เข้าชมเกิดจากหลายปัจจัยที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน ประการแรกคือ **ความมั่นใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น** ต่อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของโรงภาพยนตร์ ประกอบกับสถานการณ์การติดเชื้อที่ไม่ได้รุนแรงนัก ทำให้ผู้คนกล้าออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น ประการที่สองคือ **การมีภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง** ทั้งภาพยนตร์ต่างประเทศฟอร์มยักษ์ เช่น Spider-Man No Way Home, The Batman และภาพยนตร์ไทยที่โดดเด่น เช่น One for the Road, พี่นาค 3 และ 4 Kings ซึ่งดึงดูดผู้ชมให้กลับมาที่โรงภาพยนตร์ได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทยังได้ **ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม** นอกเหนือจากจุดจำหน่ายปกติ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 1,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อนที่ 853 ล้านบาท
ในด้านการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย บริษัทสามารถ **บริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ** โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้รวมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อยู่ที่ 170 ล้านบาท ลดลงถึง 54% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 370 ล้านบาท การบริหารต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เติบโต (เพิ่มขึ้น 34% เป็น 1,003 ล้านบาท) ก็เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การฟื้นตัวของจำนวนผู้เข้าชมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อมาตรการป้องกันโควิด-19 เป็นสัญญาณที่ดีที่อาจส่งผลต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนรายได้ ซึ่งอาจมีความผันผวนตามตารางการเข้าฉายของสตูดิโอต่างๆ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพของบริษัทเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนผลกำไรให้ดีขึ้นได้ แต่ความต่อเนื่องของกำไรจะขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านอุปสงค์ (จำนวนผู้เข้าชม) และอุปทาน (ภาพยนตร์ใหม่ๆ) เป็นหลัก
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 120 ล้านบาทใน Q1/64 เพิ่มขึ้น 144 ล้านบาท หรือ 120%
* **รายได้โต 32%:** อยู่ที่ 1,129 ล้านบาท จาก 853 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น:** จากความมั่นใจในมาตรการโควิด-19 และภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยม
* **ภาพยนตร์เด่น:** Spider-Man No Way Home, The Batman, พี่นาค 3, 4 Kings ดึงดูดผู้ชม
* **บริหารค่าใช้จ่ายดี:** ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 54%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของ MAJOR ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 853 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลโดยตรงจากจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมหลายเรื่อง ต้นทุนขายและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เติบโต โดยอยู่ที่ 1,003 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลดลงถึง 54% เหลือ 170 ล้านบาท จาก 370 ล้านบาทในปีก่อน เมื่อรวมผลกระทบทั้งหมด บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 120 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
## โอกาส
* **การกลับมาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และความต้องการรับชมภาพยนตร์ในโรงที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นตัวของรายได้
* **ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ต่อเนื่อง:** การมีภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมจากทั้งในและต่างประเทศเข้าฉายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยดึงดูดจำนวนผู้เข้าชมให้เพิ่มขึ้น
* **การขยายช่องทางจำหน่าย:** การเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกเหนือจากโรงภาพยนตร์ เป็นการสร้างรายได้เสริมที่มีอัตรากำไรดี
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโรคระบาด:** การกลับมาระบาดของโควิด-19 หรือโรคระบาดอุบัติใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและจำนวนผู้เข้าชม
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง หรือรูปแบบความบันเทิงอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการเข้าชมภาพยนตร์ในโรง
* **ความไม่แน่นอนของภาพยนตร์:** ความสำเร็จของภาพยนตร์ที่เข้าฉายมีความไม่แน่นอนสูง หากภาพยนตร์ไม่ได้รับความนิยม อาจส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโรงภาพยนตร์ เช่น ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค อาจมีการปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **จำนวนผู้เข้าชมรายไตรมาส:** ติดตามแนวโน้มการเติบโตของผู้เข้าชมอย่างใกล้ชิด
* **ตารางการเข้าฉายของภาพยนตร์:** ประเมินศักยภาพของภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **มาตรการควบคุมโควิด-19:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **การขยายธุรกิจนอกเหนือจากโรงภาพยนตร์:** การตอบรับของช่องทางจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 32% YoY เป็น 1,129 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความมั่นใจในมาตรการป้องกันโควิด-19 และการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยม เช่น Spider-Man No Way Home, The Batman และภาพยนตร์ไทยอย่าง One for the Road, พี่นาค 3, 4 Kings นอกจากนี้ การขยายช่องทางจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มนอกโรงภาพยนตร์ก็ได้รับการตอบรับที่ดี
**ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 34% YoY เป็น 1,003 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 54% YoY เป็น 170 ล้านบาท จาก 370 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพของบริษัท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 1/2565 จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
MAJOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของจำนวนผู้เข้าชมโรงภาพยนตร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยม ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีโอกาสต่อเนื่องจากการกลับมาของอุตสาหกรรม แต่ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของภาพยนตร์และการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MAJOR ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,307.44
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
911.48
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.50
%
กำไรสุทธิ
347.22
ล้านบาท
↑ 8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.05
%
D/E Ratio
1.59
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,307
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
911
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
347
↑ + 8%
YoY
D/E Ratio
1.59
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MAJOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.59
ROE (%)
12.57
ROA (%)
7.38
Book Value/หุ้น
6.56
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MAJOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+655
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+191
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MAJOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
654.63
+826.58%
|
70.65
-77.71%
|
316.98
-74.89%
|
1,262.15
+26.89%
|
994.69
+391.37%
|
202.43
-60.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
190.66
-44.10%
|
341.08
-203.03%
|
-331.04
-71.60%
|
-1,165.61
-201.52%
|
1,148.15
-507.30%
|
-281.89
-70.22%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-488.80
-33.20%
|
-731.71
-2,797.05%
|
27.13
-98.68%
|
2,049.01
-208.06%
|
-1,896.16
-382.75%
|
670.62
-932.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
521.10
+57.39%
|
331.09
+2.44%
|
323.19
-84.94%
|
2,145.54
+11,675.74%
|
18.22
-96.92%
|
591.16
+32.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
577.70
-28.83%
|
811.77
-30.44%
|
1,167.03
-42.05%
|
2,013.81
+29.31%
|
1,557.31
+61.93%
|
961.74
+61.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|