บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.92
0.02 (2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11555 out_tok=2425 at=2026-07-25T19:09:57 -->
# LIT พลิกขาดทุนสุทธิ 100 ล้านบาทปี 65 รับพิษเศรษฐกิจ-ตั้งสำรองสูง
## รายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมหดตัว 53% ฝ่ายบริหารเน้นคุมเข้มคุณภาพสินเชื่อ-ลดความเสี่ยง
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 100.0 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 ที่ขาดทุน 95.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบริการรวมกว่า 174.8 ล้านบาท หรือ 53% อันเป็นผลมาจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับสูง เพื่อรองรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า SMEs
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ LIT ในปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 100.0 ล้านบาท มาจาก **การหดตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบริการถึง 53%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ และ **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ในระดับสูงถึง 127.0 ล้านบาท** เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ที่ลดลง** เกิดจากการที่บริษัทฯ ปรับนโยบายการปล่อยสินเชื่อ โดยเน้นการเพิ่มความระมัดระวังและให้ความสำคัญกับคุณภาพของลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะการลดการปล่อยสินเชื่อในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มก่อสร้าง และหันไปเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น การซื้อสิทธิเรียกร้อง และการขายผ่อนชำระ ซึ่งแม้จะมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ปริมาณการปล่อยสินเชื่อโดยรวมลดลง ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นยังส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของลูกค้า SMEs ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง
**การตั้งสำรองที่สูงขึ้น** เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) ซึ่งกำหนดให้ต้องคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจในอนาคตและประเมินความเสี่ยงของลูกหนี้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลต่อเนื่อง และภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้าสูงขึ้น ส่งผลให้การส่งมอบงานล่าช้าและเกิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในคุณภาพของลูกค้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายบริหารของ LIT ได้ระบุถึงความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การแข่งขันเพื่อความยั่งยืนในอนาคต โดยเน้นการยกระดับการตลาดด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม, การเน้นสินเชื่อคู่ค้าภาครัฐ, การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ, การสร้างฐานลูกค้าใหม่ในอุตสาหกรรมเติบโต, การรักษาฐานลูกค้าเดิม และการควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ ยังคงเป็นความท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง การตั้งสำรองที่สูงขึ้นนี้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีและสะท้อนความเสี่ยงที่ประเมินไว้ ซึ่งหากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น อาจเห็นการตั้งสำรองที่ลดลงในอนาคต แต่ในระยะสั้น การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตยังคงเป็นหัวใจสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 100.0 ล้านบาท:** เทียบกับปี 2564 ที่ขาดทุน 95.5 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 53%:** จาก 174.8 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ลดลง
* **ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต 127.0 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามมาตรฐาน TFRS 9 เพื่อรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ
* **ชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่:** เน้นคุณภาพลูกค้า ลดความเสี่ยงในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
* **บริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่าย:** มีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิ 100.0 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 ที่ขาดทุน 95.5 ล้านบาท โดยรายได้รวมลดลง 174.8 ล้านบาท คิดเป็น 53% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย 55% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 47% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริการลดลง 41% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6% อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 47% เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของงานประมูลภาครัฐ:** เริ่มเห็นสัญญาณงานประมูลภาครัฐทยอยออกมาในช่วงปลายปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจสินเชื่อค้ำประกันซอง
* **การปรับกลยุทธ์สู่ดิจิทัล:** การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มจะช่วยตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงลูกค้า
* **การเน้นสินเชื่อคู่ค้าภาครัฐ:** เป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงและลดความเสี่ยงด้านเครดิต
* **การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ:** เช่น สินเชื่อสัญญารับซื้อหนี้การค้า, สัญญาเช่าซื้อ, สัญญาเช่าทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราเงินเฟ้อ:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า SMEs
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคลี่คลาย แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์เศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ
* **คุณภาพสินทรัพย์:** ความเสี่ยงจากการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ยังคงต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของงานประมูลภาครัฐและปริมาณการปล่อยสินเชื่อค้ำประกันซอง
* ผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อต่อคุณภาพสินเชื่อและปริมาณการตั้งสำรอง
* ความคืบหน้าในการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มและการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่
* การบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อให้กระจายความเสี่ยงในแต่ละอุตสาหกรรม
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้ดอกเบี้ย:** ลดลง 55% เป็น 98.4 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการซื้อสิทธิเรียกร้อง (59.4%) และสัญญาเงินให้กู้ยืม (23.3%) แต่รายได้จากสัญญาเงินให้กู้ยืมลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 76.9% เนื่องจากบริษัทฯ เพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณาสินเชื่อสำหรับผลิตภัณฑ์นี้
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** ลดลง 47% เป็น 46.9 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อสัญญากู้ยืมเงิน และปริมาณรายการค้าธุรกิจที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** เพิ่มขึ้น 47% เป็น 127.0 ล้านบาท สะท้อนการตั้งสำรองตาม TFRS 9 เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ลดลง 42.9% เป็น 50.4 ล้านบาท จากหุ้นกู้เฉลี่ยของบริษัทฯ ที่ลดลง
* **การบริหารจัดการ NPL:** บริษัทฯ มีนโยบายเสริมทีมติดตามทวงถามหนี้และจ้างบริษัทภายนอกเพื่อเร่งแก้ปัญหา NPLs
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงมาอยู่ที่ 2,017.5 ล้านบาท จาก 2,157.1 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้ในสินเชื่อประเภทต่างๆ แต่มีเงินสดและเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อค้าเพิ่มขึ้น 397.1 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 308.5 ล้านบาท มาอยู่ที่ 909.0 ล้านบาท จาก 4,217.5 ล้านบาท เป็นผลมาจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 168.8 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,108.5 ล้านบาท จากการรับชำระหุ้นสามัญเพิ่มทุนและออกใบสำคัญแสดงสิทธิ
## สรุปท้าย
LIT ในปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักจากการปล่อยสินเชื่อ และการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ต้องตั้งสำรองในระดับสูง ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ การเน้นลูกค้าภาครัฐ และการควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับงานประมูลภาครัฐที่เริ่มกลับมา เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่า จะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคตได้หรือไม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LIT ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
47.83
ล้านบาท
↑ 52.9% YoY
กำไรขั้นต้น
45.66
ล้านบาท
↑ 58.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
95.47
%
กำไรสุทธิ
4.17
ล้านบาท
↓ 100.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.73
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↑ + 52.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↑ + 58.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.9%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
1.98
ROA (%)
4.86
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
30.83
-56.28%
|
70.52
-125.22%
|
-279.65
-56.11%
|
-637.14
+136.56%
|
-269.33
-596.46%
|
54.25
+213.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.05
-92.35%
|
39.86
-203.05%
|
-38.68
-106.84%
|
565.32
+9,800.53%
|
5.71
-99.16%
|
681.51
-195.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4.86
-104.76%
|
102.09
-87.84%
|
839.65
-54,270.97%
|
-1.55
-99.58%
|
-365.96
-60.43%
|
-924.79
-211.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-28.59
-150.45%
|
56.67
-90.27%
|
582.54
+205.23%
|
190.85
-159.54%
|
-320.52
+69.56%
|
-189.03
-425.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|
236.23
+122.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.75
-9.19%
|
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|