บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.92
0.02 (2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8848 out_tok=2907 at=2026-07-25T07:30:30 -->
# LIT พลิกขาดทุนหนัก Q2/66 รับผลกระทบภาษีย้อนหลัง-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้อสังหาฯ โต แต่ธุรกิจบำบัดกากวูบ ฉุดกำไรสุทธิหด 756%
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 5.4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุน 1.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 10.5 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1.6 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ LIT ในไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวม** ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก **ค่าใช้จ่ายทางภาษีที่ถูกประเมินย้อนหลัง** และ **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้เล็กน้อยจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ค่าใช้จ่ายทางภาษีย้อนหลัง:** ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบอย่างมากคือ ค่าใช้จ่ายทางภาษีที่ถูกประเมินย้อนหลังสำหรับปี 2560 จำนวน 6.3 ล้านบาท ซึ่งปรากฏทั้งในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 ส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรสุทธิ
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ The Plenary และ C-Space Bang Yai ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 5.1 ล้านบาท และงวด 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้นถึง 19.8 ล้านบาท
* **ธุรกิจบำบัดกาก:** แม้ว่ารายได้จากธุรกิจบำบัดกากจะลดลง 7.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 และ 6.8 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรก แต่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดกากกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในงวด 6 เดือนแรก (3.8 ล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการตัดจำหน่ายหลุมฝังกลบ
* **ผลขาดทุนจากสต็อกหน้ากากอนามัย:** ในงวด 6 เดือนแรก บริษัทฯ มีการตั้งผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (หน้ากาก) จำนวน 4.4 ล้านบาท เนื่องจากภาวะหน้ากากอนามัยล้นตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยหลักคือ **ค่าใช้จ่ายทางภาษีที่ถูกประเมินย้อนหลัง** ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ และคาดว่าจะส่งผลกระทบเฉพาะในงวดที่ถูกประเมิน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอาจมีผลต่อเนื่องหากบริษัทยังคงมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอย่างต่อเนื่อง ส่วนผลขาดทุนจากสต็อกหน้ากากอนามัยก็เป็นรายการที่เกิดจากสภาวะตลาดเฉพาะช่วง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 2/2566 ขาดทุนสุทธิ 5.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 238% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และงวด 6 เดือนแรกขาดทุนสุทธิ 10.5 ล้านบาท เทียบกับกำไร 1.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 4%:** ไตรมาส 2/2566 รายได้รวม 70.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 67.4 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **ธุรกิจอสังหาฯ โตเด่น:** รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 8.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 และ 24.4 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรก จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ The Plenary และ C-Space Bang Yai
* **ธุรกิจบำบัดกากวูบ:** รายได้ธุรกิจบำบัดกากลดลง 7.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 และ 6.8 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรก
* **ต้นทุนพุ่งกระฉูด:** ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 13% ในไตรมาส 2 และ 27% ในงวด 6 เดือนแรก
* **ค่าภาษีย้อนหลังกระทบหนัก:** ค่าใช้จ่ายภาษีที่ถูกประเมินย้อนหลังปี 2560 จำนวน 6.3 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 LIT มีรายได้รวม 70.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ The Plenary และ C-Space Bang Yai ซึ่งส่งผลให้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 8.4 ล้านบาท และมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านบาท จากเงินปันผลรับ อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจบำบัดกากลดลง 7.4 ล้านบาท
ในขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 13% เป็น 74.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ 5.1 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 6.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายทางภาษีที่ถูกประเมินย้อนหลังของปี 2560 จำนวน 6.3 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาสนี้ 5.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 238% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 142.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน แต่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นถึง 27% เป็น 149.4 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 19.8 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางภาษีย้อนหลัง 6.3 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 10.5 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1.6 ล้านบาท
## โอกาส
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในโครงการ The Plenary และ C-Space Bang Yai ที่ยังคงดำเนินต่อไป จะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของบริษัทฯ ในช่วงที่เหลือของปี
* **มาตรการเชิงรุกทางการตลาด:** ฝ่ายบริหารมีแผนออกมาตรการเชิงรุกมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในไตรมาสที่เหลือของปี
* **การลงทุนในโครงการเดิม:** การลงทุนในโครงการเดิมที่ยังคงดำเนินอยู่ แสดงถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
## ความเสี่ยง
* **การรุกตลาดไม่มากพอ:** ฝ่ายบริหารยอมรับว่าการรุกตลาดที่ผ่านมายังไม่มากพอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายยอดขาย
* **ภาวะหน้ากากอนามัยล้นตลาด:** ส่งผลให้ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ไม่มีรายได้และต้นทุน เนื่องจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมีราคาถูกกว่า
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรของบริษัทฯ
* **ความผันผวนของธุรกิจบำบัดกาก:** รายได้จากธุรกิจบำบัดกากมีแนวโน้มลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลของมาตรการเชิงรุกทางการตลาด:** จะสามารถกระตุ้นยอดขายและรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** จำนวนยูนิตที่โอนได้ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ จะสามารถควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้อย่างไร
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษีย้อนหลัง:** จะมีผลกระทบเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หรือเป็นรายการครั้งเดียว
* **แนวโน้มธุรกิจบำบัดกาก:** จะมีการฟื้นตัวหรือยังคงลดลงต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย ทั้งธุรกิจบำบัดกาก อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอื่นๆ LIT เผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มธุรกิจ
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** เป็นพระเอกที่ช่วยพยุงรายได้รวมให้เติบโตได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ The Plenary และ C-Space Bang Yai อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ธุรกิจบำบัดกาก:** เป็นธุรกิจที่รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่ต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการหรือการปรับตัวของธุรกิจนี้
* **ธุรกิจอื่นๆ:** การที่ธุรกิจผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ต้องหยุดชะงักเนื่องจากภาวะตลาดล้นตลาด และธุรกิจเหมืองขุดสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีแผนการตลาด แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ หรือการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาด
* **รายได้อื่น:** การได้รับเงินปันผลรับจากเงินลงทุนระยะยาวเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมรายได้ แต่ก็เป็นรายการที่ไม่ใช่รายได้หลักจากการดำเนินงาน
* **ค่าใช้จ่ายทางภาษี:** การประเมินภาษีย้อนหลังเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลกำไรในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,511.4 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3% ส่วนใหญ่จากการให้กู้ยืมระยะสั้นและดอกเบี้ยค้างรับจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 4% ส่วนใหญ่มาจากการตัดค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่ายตามปกติ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 206.5 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2565 และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,304.9 ล้านบาท ลดลง 2% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.16 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 30.5 ล้านบาท ลดลงจาก 43.3 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่กระแสเงินสดจากการลงทุนใช้ไป 47.8 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินได้มา 4.6 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดสุทธิลดลง 12.7 ล้านบาท โดยมีเงินสด ณ สิ้นงวด 120.8 ล้านบาท
## สรุปท้าย
LIT ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนัก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางภาษีย้อนหลังและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผลประกอบการพลิกขาดทุนสุทธิ แม้ว่ารายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ ความเสี่ยงหลักอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนและสภาวะตลาดของธุรกิจบำบัดกากและธุรกิจอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การมีมาตรการเชิงรุกทางการตลาดและการลงทุนในโครงการเดิมเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่า จะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาดีขึ้นได้ในไตรมาสถัดไปหรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LIT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
47.83
ล้านบาท
↑ 52.9% YoY
กำไรขั้นต้น
45.66
ล้านบาท
↑ 58.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
95.47
%
กำไรสุทธิ
4.17
ล้านบาท
↓ 100.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.73
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↑ + 52.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↑ + 58.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.9%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
1.98
ROA (%)
4.86
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
30.83
-56.28%
|
70.52
-125.22%
|
-279.65
-56.11%
|
-637.14
+136.56%
|
-269.33
-596.46%
|
54.25
+213.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.05
-92.35%
|
39.86
-203.05%
|
-38.68
-106.84%
|
565.32
+9,800.53%
|
5.71
-99.16%
|
681.51
-195.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4.86
-104.76%
|
102.09
-87.84%
|
839.65
-54,270.97%
|
-1.55
-99.58%
|
-365.96
-60.43%
|
-924.79
-211.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-28.59
-150.45%
|
56.67
-90.27%
|
582.54
+205.23%
|
190.85
-159.54%
|
-320.52
+69.56%
|
-189.03
-425.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|
236.23
+122.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.75
-9.19%
|
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|