บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.92
0.02 (2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9700 out_tok=2846 at=2026-07-25T20:25:22 -->
# LIT พลิกขาดทุน Q1/2565 สวนทางปีก่อน เหตุรายได้หด-ตั้งสำรองสูง
## รายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมวูบหนัก ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยเศรษฐกิจ-โควิดกระทบวงกว้าง
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 21.0 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.8 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับสูง ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นและกระทบต่อคุณภาพของลูกหนี้การค้า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ LIT ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ โดยรายได้รวมลดลงถึง 48.4 ล้านบาท หรือ 48.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่ไปกับการ **ตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ในระดับสูง** แม้ว่า ECL โดยรวมจะลดลง 9.7 ล้านบาท หรือ 23.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การตั้งสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและลูกหนี้การซื้อสิทธิเรียกร้องยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมลดลง มาจาก **การชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่** ตามนโยบายที่เข้มงวดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง ประกอบกับ **ความกดดันจากภาพรวมเศรษฐกิจ** ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของลูกค้า และการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ทำให้บริษัทฯ ต้องหยุดรับรู้รายได้ของลูกหนี้กลุ่มนี้ตามมาตรฐานบัญชี นอกจากนี้ การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยชั่วคราว และการที่งบประมาณภาครัฐยังคงเน้นการเยียวยาโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อสิทธิเรียกร้องที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของการตั้งสำรองที่ยังคงสูงนั้น เป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงัก ส่งผลให้ลูกค้าขาดสภาพคล่องและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจปรับตัวดีขึ้นในอนาคต ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลายในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากเอกสารระบุว่า การตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 และผันแปรตามความเสี่ยงและคุณภาพของลูกหนี้ในขณะใดขณะหนึ่ง ซึ่งอาจปรับตัวดีขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้กำหนดกลยุทธ์ในปี 2565 เพื่อรองรับผลกระทบ โดยเน้นการให้สินเชื่อกับคู่ค้าภาครัฐที่มีความมั่นคง ลดความเสี่ยง NPL, มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สัญญารับซื้อหนี้การค้า สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าทางการเงิน, สนับสนุนสินเชื่อ Project Backup Finance สำหรับโครงการระยะสั้นที่ควบคุมต้นทุนได้ และรักษาฐานลูกค้าเดิม การปรับกลยุทธ์เหล่านี้อาจช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะต่อไป แต่ความต่อเนื่องของรายได้ยังคงขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 21.0 ล้านบาท** ในไตรมาส 1 ปี 2565 เทียบกับกำไร 1.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 48.4%** เหลือ 41.4 ล้านบาท จาก 90.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ดอกเบี้ยลดลง 50.9%** เหลือ 29.9 ล้านบาท และ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 60.4%** เหลือ 11.2 ล้านบาท
* **ตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 23.3%** เหลือ 7.9 ล้านบาท แต่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริการลดลง 39.9%** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.0%**
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 244.8 ล้านบาท** จากการรับชำระหุ้นสามัญเพิ่มทุนและออกใบสำคัญแสดงสิทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 21.0 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.8 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 41.4 ล้านบาท ลดลง 48.4% จาก 90.8 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย 50.9% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ 60.4% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริการลดลง 39.9% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.0% ส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 23.3%
## โอกาส
* **การยกระดับการตลาดด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Marketing)** เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และตอบรับการเติบโตของตลาดดิจิทัล
* **การพัฒนาบริการและสร้างรายได้จากบริษัทย่อย (บริษัท ยูไลท์ ดิจิทัล จำกัด)** เพื่อดำเนินธุรกิจขายสินค้าแบบผ่อนชำระผ่าน Mobile Application
* **การเน้นให้สินเชื่อกับลูกค้าที่เป็นคู่ค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ** ซึ่งมีความมั่นคงและมีความเสี่ยงต่ำกว่า
* **การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ** เช่น สินเชื่อสัญญารับซื้อหนี้การค้า สินเชื่อสัญญาเช่าซื้อ และสินเชื่อสัญญาเช่าทางการเงิน
* **การสร้างฐานลูกค้าใหม่จากกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต** โดยเฉพาะการสนับสนุนสินเชื่อเงินกู้ยืมในการพัฒนาโครงการ (Project Backup Finance) ภายใต้หลักประกัน
* **การรักษาฐานลูกค้าและขยายพอร์ตสินเชื่อจากฐานลูกค้าเดิม** เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ** จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทำให้เกิดหนี้ด้อยคุณภาพ
* **ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า** ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เกิดภาวะขาดสภาพคล่อง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม** ที่ยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์แพร่ระบาดและแนวโน้มเศรษฐกิจ
* **การชะลอตัวและความเสี่ยงสูงของกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง** ทำให้บริษัทฯ ควบคุมการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มนี้
* **การปรับเพิ่มความถี่ในการทบทวนความสามารถในการก่อหนี้ของลูกค้า** และกระบวนการในการโอนสิทธิและการจัดเก็บหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) และการตั้งสำรอง ECL
* ความคืบหน้าในการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มและการขยายธุรกิจของบริษัทย่อย
* ผลกระทบจากกลยุทธ์การเน้นสินเชื่อคู่ค้าภาครัฐและผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ
* การเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 LIT ประสบปัญหาด้านรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง 31 ล้านบาท (50.9%) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของดอกเบี้ยรับจากสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อสิทธิเรียกร้อง การชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ตามนโยบายที่เข้มงวดขึ้น และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อสภาพคล่องลูกค้า เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้
รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 17.0 ล้านบาท (60.4%) โดยเฉพาะจากสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อสิทธิเรียกร้อง ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณสินเชื่อที่ลดลง และการที่ธุรกิจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ทำให้ค่าธรรมเนียมการเปิดวงเงินลดลง
แม้ว่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) โดยรวมจะลดลง 9.7 ล้านบาท (23.3%) แต่การตั้งสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและลูกหนี้การซื้อสิทธิเรียกร้องยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
ในด้านค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการบริการลดลง 4.3 ล้านบาท (39.9%) ตามยอดขายที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 1.3 ล้านบาท (7.0%) จากค่าใช้จ่ายพนักงาน
ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 7.8 ล้านบาท (38%) เนื่องจากไม่มีการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในปีนี้ ขณะที่ปีก่อนมีการออกหุ้นกู้ 394 ล้านบาท
บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 21.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้รวมอย่างมีนัยสำคัญ และการตั้งสำรองที่ยังคงสูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 2,083.4 ล้านบาท ลดลง 73.7 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้รวมสุทธิ 219.8 ล้านบาท ขณะที่เงินสดเพิ่มขึ้น 81.6 ล้านบาท และเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อค้าเพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 899.1 ล้านบาท ลดลง 318.4 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 244.8 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการรับชำระหุ้นสามัญเพิ่มทุนและออกใบสำคัญแสดงสิทธิ 265.7 ล้านบาท หักลบด้วยผลขาดทุนระหว่างงวด 21.0 ล้านบาท
## สรุปท้าย
LIT พลิกขาดทุนในไตรมาส 1 ปี 2565 จากผลกระทบของรายได้หลักที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม อันเป็นผลมาจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง ประกอบกับการตั้งสำรองที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าบริษัทฯ จะมีกลยุทธ์ในการปรับทิศทางธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ความต่อเนื่องของผลประกอบการยังคงต้องจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้และคุณภาพสินทรัพย์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและมาตรการภาครัฐ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LIT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
47.83
ล้านบาท
↑ 52.9% YoY
กำไรขั้นต้น
45.66
ล้านบาท
↑ 58.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
95.47
%
กำไรสุทธิ
4.17
ล้านบาท
↓ 100.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.73
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↑ + 52.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↑ + 58.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.9%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
1.98
ROA (%)
4.86
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
30.83
-56.28%
|
70.52
-125.22%
|
-279.65
-56.11%
|
-637.14
+136.56%
|
-269.33
-596.46%
|
54.25
+213.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.05
-92.35%
|
39.86
-203.05%
|
-38.68
-106.84%
|
565.32
+9,800.53%
|
5.71
-99.16%
|
681.51
-195.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4.86
-104.76%
|
102.09
-87.84%
|
839.65
-54,270.97%
|
-1.55
-99.58%
|
-365.96
-60.43%
|
-924.79
-211.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-28.59
-150.45%
|
56.67
-90.27%
|
582.54
+205.23%
|
190.85
-159.54%
|
-320.52
+69.56%
|
-189.03
-425.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|
236.23
+122.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.75
-9.19%
|
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|