บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.92
0.02 (2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15432 out_tok=2846 at=2026-07-25T20:15:10 -->
# BJC กำไร Q4/64 โต 2.2% รับอานิสงส์บรรจุภัณฑ์-อุปโภคฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 4.8% หลังคลายล็อกดาวน์ ขณะที่ค้าปลีกสมัยใหม่ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าเช่า
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท 1,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค ขณะที่รายได้รวมเติบโต 4.8% จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 อย่างไรก็ตาม กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงเผชิญความท้าทายจากรายได้ค่าเช่าที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BJC ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ **กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์** และ **กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจาก **กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่** ที่รายได้ค่าเช่าลดลงได้ ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโต 2.2% YoY แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 4.8% YoY ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์:** ได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในไทยและเวียดนาม ทำให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น และการประหยัดต่อขนาดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
* **กลุ่มอุปโภคบริโภค:** ยังคงสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารที่มียอดขายเติบโตในช่วงไฮซีซั่น และกลุ่มธุรกิจอุปโภคที่ได้ประโยชน์จากการกระจายสินค้าให้ยูนิชาร์มไปยังช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิม รวมถึงกลุ่มธุรกิจต่างประเทศที่มียอดขายเติบโตในเวียดนาม
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** แม้จะมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นและยอดขายต่อสาขาเดิมเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย แต่รายได้ค่าเช่าลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากอัตราการเช่าที่ลดลงและการให้ส่วนลดค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกลุ่มนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค เนื่องจากแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั่วโลก และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงต้องจับตาดูการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่า และการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางการแข่งขันที่สูง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น:** 1,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% YoY
* **รายได้รวม:** 40,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% YoY
* **กลุ่มบรรจุภัณฑ์:** ยอดขายโต 11.2% YoY กำไรสุทธิโต 1.9% YoY จากการฟื้นตัวหลังคลายล็อกดาวน์และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น
* **กลุ่มอุปโภคบริโภค:** ยอดขายโต 21.8% YoY กำไรสุทธิโต 6.8% YoY จากการเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ
* **กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่:** รายได้รวมโต 0.4% YoY แต่กำไรสุทธิลดลง 11.7% YoY จากผลกระทบรายได้ค่าเช่าที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 19.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 19.7% ในปีก่อน
* **อัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย:** อยู่ที่ 19.8% ลดลงจาก 21.1% ในปีก่อน สะท้อนการควบคุมต้นทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทรายงานรายได้รวมในไตรมาส 4/64 เท่ากับ 40,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและรายได้ค่าบริการจากกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค ขณะที่รายได้อื่นลดลง 10.1% ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าเช่าที่ลดลงในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
สำหรับงบประจำปี 2564 บริษัทรายงานรายได้รวม 150,139 ล้านบาท ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากยอดขายและรายได้ค่าเช่าที่ลดลงของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 1,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในทุกธุรกิจที่สามารถชดเชยผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายทางภาษีที่ลดลง
สำหรับงบประจำปี 2564 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 3,585 ล้านบาท ลดลง 10.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งหากไม่รวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างองค์กรและโครงการเข้าซื้อกิจการ จะเห็นว่ากำไรสุทธิสำหรับปี 2564 ลดลง 20.8%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศ ส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของธุรกิจในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์และค้าปลีก
* **การขยายสาขา:** กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Big C Mini ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่ตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทมีการควบคุมต้นทุนและปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรในระยะยาว
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนาม ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตที่ดี
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากคู่แข่งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบบางประเภท เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว และเยื่อกระดาษ รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อผลประกอบการของกิจการร่วมค้าในต่างประเทศ
* **สถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่:** แม้สถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้น แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
* ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งต่ออัตรากำไรขั้นต้นในกลุ่มอุปโภคบริโภค
* การเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
* แผนการขยายสาขาและการบริหารจัดการต้นทุนในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่
* ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิคที่ยังคงมีความผันผวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**หมายเหตุ:** เอกสารที่ให้มาเป็นของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ และค้าปลีก ไม่ใช่กลุ่มธุรกิจการเงินตามที่ระบุในจุดโฟกัสเฉพาะ sector ดังนั้น การวิเคราะห์ในส่วนนี้จะอิงตามข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารเท่านั้น และจะไม่สามารถวิเคราะห์ตามเลนส์ของธุรกิจการเงินได้
**กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์:**
* **รายได้:** ไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 5,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.2% YoY จากการฟื้นตัวของบรรจุภัณฑ์แก้วและกระป๋องหลังคลายล็อกดาวน์
* **กำไรสุทธิ:** 586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% YoY จากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 21.6% เพิ่มขึ้นจาก 20.4% YoY จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นและราคาวัตถุดิบลดลง
**กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค:**
* **รายได้:** ไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 6,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% YoY จากการเติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ
* **กำไรสุทธิ:** 235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% YoY จากยอดขายที่เติบโตขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 15.1% ลดลงจาก 17.7% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
**กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค:**
* **รายได้:** ไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 2,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% YoY จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิค
* **กำไรสุทธิ:** 132 ล้านบาท ลดลง 27.2% YoY เนื่องจากกำไรขั้นต้นลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 28.4% ลดลงจาก 32.1% YoY
**กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่:**
* **รายได้รวม:** ไตรมาส 4/64 อยู่ที่ 27,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% YoY จากการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิ:** 1,107 ล้านบาท ลดลง 11.7% YoY จากรายได้ค่าเช่าที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 17.5% ทรงตัว YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.2 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.3 เท่าในปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
BJC ในไตรมาส 4 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้เล็กน้อย 2.2% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภคที่ได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ที่รายได้ค่าเช่าลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาต่อไป การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LIT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
47.83
ล้านบาท
↑ 52.9% YoY
กำไรขั้นต้น
45.66
ล้านบาท
↑ 58.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
95.47
%
กำไรสุทธิ
4.17
ล้านบาท
↓ 100.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.73
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↑ + 52.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↑ + 58.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.9%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
1.98
ROA (%)
4.86
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
30.83
-56.28%
|
70.52
-125.22%
|
-279.65
-56.11%
|
-637.14
+136.56%
|
-269.33
-596.46%
|
54.25
+213.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.05
-92.35%
|
39.86
-203.05%
|
-38.68
-106.84%
|
565.32
+9,800.53%
|
5.71
-99.16%
|
681.51
-195.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4.86
-104.76%
|
102.09
-87.84%
|
839.65
-54,270.97%
|
-1.55
-99.58%
|
-365.96
-60.43%
|
-924.79
-211.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-28.59
-150.45%
|
56.67
-90.27%
|
582.54
+205.23%
|
190.85
-159.54%
|
-320.52
+69.56%
|
-189.03
-425.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|
236.23
+122.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.75
-9.19%
|
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|