บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.92
0.02 (2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10262 out_tok=2808 at=2026-07-27T10:39:39 -->
# LIT กำไรสุทธิ Q2/64 หดตัวแรง YoY รับแรงกดดันเศรษฐกิจ-ตั้งสำรองเพิ่ม
## รายได้รวมหดตัว 27% สวนทางต้นทุนการเงินลดลง ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือโควิด-19
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท ลดลง 94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 16 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 27% ประกอบกับการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ LIT ในไตรมาส 2 ปี 2564 หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **รายได้รวมที่ลดลงอย่างมากถึง 27%** โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ปรับตัวลดลง สวนทางกับ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ที่เพิ่มขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรโดยตรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้รวมที่ลดลง** เป็นผลโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ปริมาณรายการค้าธุรกิจลดลง โดยเฉพาะสินเชื่อสัญญากู้ยืมเงินที่ลดลง 35.1% ในไตรมาส 2/64 และ 15.8% ในครึ่งปีแรก/64 เนื่องจากลูกหนี้กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์และการส่งมอบงานล่าช้า รวมถึงการชะลอการปล่อยสินเชื่อในบางอุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยง นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการยังได้รับผลกระทบจากการลดลงของค่าธรรมเนียมการเปิดวงเงิน
ส่วน **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น** ในครึ่งปีแรกของปี 2564 เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการประเมินความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพสินเชื่อที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการของ LIT ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเน้นการให้สินเชื่อกับลูกค้าคู่ค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่มีความมั่นคง ลดความเสี่ยง NPL รวมถึงมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สัญญารับซื้อหนี้การค้า สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การควบคุมการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง และการคัดกรองลูกค้าที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลให้รายได้รวมยังคงเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น ส่วนการตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีและสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งหากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงยืดเยื้อ อาจส่งผลให้การตั้งสำรองยังคงอยู่ในระดับสูง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1 ล้านบาท ลดลง 94% YoY** จาก 16 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 27% YoY** ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 114.93 ล้านบาท จาก 157.25 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ดอกเบี้ยลดลง 18% YoY** ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 68.36 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลดลงของดอกเบี้ยรับจากสัญญากู้ยืมเงิน
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 34% YoY** ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 30.24 ล้านบาท จาก 45.84 ล้านบาทในปีก่อน
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 52% YoY** เป็น 51.52 ล้านบาท จาก 33.88 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารลดลง 3% YoY** ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 30.35 ล้านบาท จาก 31.29 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 114.93 ล้านบาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยลดลง 18% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 34% ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 1 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลง 92% หรือ 33 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs)
## โอกาส
* **การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม:** บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสารสนเทศและเครื่องมือการตลาดดิจิทัล เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น และได้จัดตั้งบริษัทย่อย "ยูไลท์ ดิจิทัล" เพื่อดำเนินธุรกิจขายสินค้าแบบผ่อนชำระผ่าน Mobile Application รองรับตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่
* **การเน้นสินเชื่อคู่ค้าภาครัฐ:** การมุ่งเน้นให้สินเชื่อกับคู่ค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ช่วยลดความเสี่ยงของหนี้ด้อยคุณภาพ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงและมีความสามารถในการชำระหนี้สูง
* **การเน้นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ:** การให้สินเชื่อในผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สัญญารับซื้อหนี้การค้า สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าทางการเงิน ช่วยลดความเสี่ยง NPL
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ทำให้การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจขาดความต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs):** สภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อ SMEs เป็นความท้าทายในการบริหารความเสี่ยง และอาจส่งผลให้ NPLs เพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมธนาคารและสถาบันการเงินยังคงได้รับแรงกดดันจากการแข่งขัน และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงไม่แน่นอน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณรายการค้าธุรกิจ จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้หลักของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการ NPLs และการตั้งสำรอง ECL:** ความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ และการตั้งสำรองที่สอดคล้องกับความเสี่ยง จะส่งผลต่อผลกำไรสุทธิ
* **ความคืบหน้าในการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม:** การเติบโตของฐานลูกค้าและการสร้างรายได้จากช่องทางดิจิทัล
* **การกระจายพอร์ตสินเชื่อ:** การบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ (ไม่เกิน 25% ต่ออุตสาหกรรม)
* **การปล่อยสินเชื่อกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ:** การเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจทางการแพทย์และธุรกิจที่มีการเติบโตในสถานการณ์ปัจจุบัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** รายได้ดอกเบี้ยรับลดลง 18% YoY ในไตรมาส 2/64 โดยหลักมาจากสัญญากู้ยืมเงินที่ลดลง 35.1% เนื่องจากลูกหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินในช่วงอายุยังไม่ถึงกำหนดชำระลดลง และลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 3-12 เดือนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
* **NPL/Coverage/Credit Cost:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข NPLs โดยตรง แต่ระบุว่ามีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับลูกหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินประมาณ 18% ของลูกหนี้คงเหลือ และในครึ่งปีแรก ECL เพิ่มขึ้น 52% YoY ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงที่เข้มข้นขึ้น
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 34% YoY ในไตรมาส 2/64 โดยหลักมาจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อสัญญากู้ยืมเงิน และการลดลงของค่าธรรมเนียมการเปิดวงเงิน
* **รายการพิเศษ/สำรอง:** ไม่ปรากฏรายการพิเศษที่มีนัยสำคัญ แต่มีการตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้นในครึ่งปีแรก
* **Credit Risk Management:** บริษัทฯ เน้นการยกระดับการคัดกรองลูกค้า, เพิ่มความถี่ในการทบทวนความสามารถในการก่อหนี้, เสริมทีมจัดเก็บหนี้, บริหารกระจายพอร์ตสินเชื่อไม่เกิน 25% ต่ออุตสาหกรรม และควบคุมการปล่อยสินเชื่อกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 2,731 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดและเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อค้าที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 1,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการออกหุ้นกู้ใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2564
* **ลูกหนี้รวม:** ลดลงเล็กน้อยประมาณ 39 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
LIT ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้รายได้รวมหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ขณะเดียวกัน การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นตามมาตรฐานบัญชีและสภาวะเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิให้ลดลงอย่างมาก แม้บริษัทฯ จะมีกลยุทธ์ปรับตัวโดยเน้นสินเชื่อความเสี่ยงต่ำและคู่ค้าภาครัฐ รวมถึงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสร้างโอกาสในอนาคต แต่ความต่อเนื่องของสถานการณ์โควิด-19 และผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LIT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
47.83
ล้านบาท
↑ 52.9% YoY
กำไรขั้นต้น
45.66
ล้านบาท
↑ 58.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
95.47
%
กำไรสุทธิ
4.17
ล้านบาท
↓ 100.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.73
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↑ + 52.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↑ + 58.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.9%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
1.98
ROA (%)
4.86
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
30.83
-56.28%
|
70.52
-125.22%
|
-279.65
-56.11%
|
-637.14
+136.56%
|
-269.33
-596.46%
|
54.25
+213.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.05
-92.35%
|
39.86
-203.05%
|
-38.68
-106.84%
|
565.32
+9,800.53%
|
5.71
-99.16%
|
681.51
-195.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4.86
-104.76%
|
102.09
-87.84%
|
839.65
-54,270.97%
|
-1.55
-99.58%
|
-365.96
-60.43%
|
-924.79
-211.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-28.59
-150.45%
|
56.67
-90.27%
|
582.54
+205.23%
|
190.85
-159.54%
|
-320.52
+69.56%
|
-189.03
-425.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|
236.23
+122.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.75
-9.19%
|
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|