บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.92
0.02 (2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11472 out_tok=2086 at=2026-07-25T19:05:05 -->
# LIT กำไรสุทธิขาดทุนเพิ่ม YoY รับรายได้ดอกเบี้ยหดหนัก เหตุชะลอปล่อยสินเชื่อใหม่
## รายได้ดอกเบี้ยวูบ 39.5% กดดันผลประกอบการ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งบริหาร NPL และตั้งสำรองเพิ่ม
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 83.1 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 60.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 39.5% จากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตราผลขาดทุนสุทธิของ LIT เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ย** ซึ่งหดตัวถึง 39.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการ **ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 69%** โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่อที่ด้อยคุณภาพ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง** เป็นผลโดยตรงจากกลยุทธ์ของบริษัทที่ **ชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่** โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มก่อสร้าง และหันไปเน้นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง เช่น การรับซื้อสิทธิเรียกร้อง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสินเชื่อโดยรวมลดลง นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้ลูกค้า SMEs ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบริษัทมีความสามารถในการชําระหนี้ลดลง ทำให้บริษัทหยุดรับรู้รายได้ของลูกค้ากลุ่มนี้ตามมาตรฐานบัญชี
ส่วน **การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากผลกระทบต่อเนื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 และภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง ทำให้ต้นทุนสินค้าและค่าแรงสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของลูกค้า SMEs โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้ลูกค้าบางรายขาดสภาพคล่องและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด บริษัทจึงจำเป็นต้องตั้งสำรองให้สอดคล้องกับความเสี่ยงและคุณภาพของลูกหนี้ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่ายังคงต้องพิจารณาปริมาณการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงกดดันลูกค้ากลุ่ม SMEs อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายในการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขกระบวนการปล่อยสินเชื่อให้มีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงการเสริมทีมติดตามทวงถามหนี้ เพื่อเร่งแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ขาดทุนสุทธิ 83.1 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 60.6 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้ดอกเบี้ยลดลง 39.5%:** เป็นผลจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
* **ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่ม 69%:** สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบต่อลูกค้า SMEs
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 16.7%:** สอดคล้องกับปริมาณสินเชื่อที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 19.1%:** จากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวมลดลง 38.2 ล้านบาท คิดเป็น 30.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยลดลง 39.5% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 16.7% เป็นผลมาจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่และการเน้นปล่อยสินเชื่อในผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ขณะเดียวกัน บริษัทมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 69% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 83.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การพัฒนาระบบสารสนเทศและเครื่องมือการตลาดแบบดิจิทัล:** เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ
* **การเน้นสินเชื่อคู่ค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ:** ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงและมีความเสี่ยงต่ำ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ:** เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะเศรษฐกิจ
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อ:** ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า SMEs
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์เศรษฐกิจ
* **อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น:** เพิ่มต้นทุนทางการเงินและส่งผลกระทบต่อภาระหนี้ของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ของบริษัท โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ
* การบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต
* ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า SMEs
* ความคืบหน้าในการพัฒนากลยุทธ์ดิจิทัลและการตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**รายได้ดอกเบี้ย:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 39.5% เป็นผลจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มสัญญาเงินให้กู้ยืมที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งลดลงจาก 19.8 ล้านบาทในปี 2565 เหลือ 7.9 ล้านบาทในปี 2566 ขณะที่รายได้จากการรับซื้อสิทธิเรียกร้องเพิ่มขึ้นเป็น 35.9 ล้านบาท คิดเป็น 73.3% ของรายได้ดอกเบี้ยทั้งหมด จากเดิม 58.5% ในปีก่อน สะท้อนการปรับพอร์ตไปสู่สินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง
**รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** ลดลง 16.7% โดยส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมจากการซื้อสิทธิเรียกร้องที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมจากสัญญาเงินให้กู้ยืมที่ลดลง
**ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** เพิ่มขึ้น 69% เป็น 81.5 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด-19 และภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อสภาพคล่องของลูกค้า SMEs โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง
**ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** ลดลง 19.1% จากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ลดลงจาก 2,017.5 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1,484.0 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 โดยหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้สินเชื่อ และการลดลงของเงินสดจากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้
**หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 909 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 458.7 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 จากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 83.1 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในงวดปัจจุบัน
## สรุปท้าย
LIT เผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณสินเชื่อและการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง รวมถึงการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในอนาคตได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LIT ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
47.83
ล้านบาท
↑ 52.9% YoY
กำไรขั้นต้น
45.66
ล้านบาท
↑ 58.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
95.47
%
กำไรสุทธิ
4.17
ล้านบาท
↓ 100.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.73
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↑ + 52.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↑ + 58.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.9%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
1.98
ROA (%)
4.86
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
30.83
-56.28%
|
70.52
-125.22%
|
-279.65
-56.11%
|
-637.14
+136.56%
|
-269.33
-596.46%
|
54.25
+213.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.05
-92.35%
|
39.86
-203.05%
|
-38.68
-106.84%
|
565.32
+9,800.53%
|
5.71
-99.16%
|
681.51
-195.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4.86
-104.76%
|
102.09
-87.84%
|
839.65
-54,270.97%
|
-1.55
-99.58%
|
-365.96
-60.43%
|
-924.79
-211.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-28.59
-150.45%
|
56.67
-90.27%
|
582.54
+205.23%
|
190.85
-159.54%
|
-320.52
+69.56%
|
-189.03
-425.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|
236.23
+122.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.75
-9.19%
|
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|