บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.92
0.02 (2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10708 out_tok=2574 at=2026-07-25T20:33:43 -->
# LIT พลิกขาดทุน Q3/64 รับพิษโควิด-19 ฉุดรายได้-พอร์ตสินเชื่อหด
## ฝ่ายจัดการชี้รายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมวูบ เหตุชะลอปล่อยสินเชื่อใหม่ คุมเข้ม NPL
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 1.4 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 16.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ฝ่ายบริหารระบุว่าสถานการณ์โควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ลูกค้า SMEs ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ส่งผลให้ปริมาณการให้สินเชื่อลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ LIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **รายได้รวมที่ลดลงอย่างมากถึง 49.4 ล้านบาท** โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยที่หดตัว 15.7% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 29.2% ประกอบกับการ **ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) เพิ่มขึ้นถึง 1078%** จาก 2.3 ล้านบาท เป็น 27.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้รวมที่ลดลง** เป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ SMEs ทำให้ลูกค้าไม่สามารถดำเนินธุรกิจและส่งมอบงานได้ตามปกติ บริษัทฯ จึงต้องชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะสินเชื่อสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อสิทธิเรียกร้องที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ การที่ลูกค้าประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ทำให้ลูกหนี้ที่ค้างชำระเกินกำหนดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์
ส่วน **การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) ซึ่งบริษัทฯ ต้องพิจารณาประมาณการผลขาดทุนตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ทำให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงักและลูกค้าขาดสภาพคล่องในการชำระหนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ยังต้องติดตามใกล้ชิด** ฝ่ายบริหารได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นการให้สินเชื่อกับคู่ค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีความมั่นคงและเสี่ยงต่ำกว่า รวมถึงมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สัญญารับซื้อหนี้การค้า สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าทางการเงิน เพื่อลดความเสี่ยง NPLs นอกจากนี้ยังยกระดับการคัดกรองลูกค้า ติดตามหนี้อย่างใกล้ชิด และกระจายพอร์ตสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและการควบคุมการระบาด ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่ จึงต้องจับตาดูผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/64:** บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 1.4 ล้านบาท เทียบกับกำไร 16.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมหดตัว:** รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 64 ลดลง 15.7% จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้ปริมาณสินเชื่อลดลง
* **NPLs เพิ่มขึ้น:** ลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 3-12 เดือน เพิ่มขึ้นในกลุ่มสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อสิทธิเรียกร้อง
* **ตั้งสำรอง ECL พุ่ง 1078%:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตาม TFRS 9
* **ปรับกลยุทธ์ลดความเสี่ยง:** เน้นสินเชื่อคู่ค้าภาครัฐ ผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ และยกระดับการคัดกรองลูกค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมลดลง 49.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยลดลง 10.2 ล้านบาท (15.7%) และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 9.1 ล้านบาท (29.2%) สาเหตุหลักมาจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่และการบริหารความเสี่ยงเพื่อควบคุม NPLs ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 1078% ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 1.4 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 16.4 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมลดลง 15.7% โดยรายได้ดอกเบี้ยลดลง 11.1% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 22.5% ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 102.8% ทำให้กำไรสุทธิลดลง 97.4% เหลือเพียง 0.5 ล้านบาท จากเดิม 51 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์สู่กลุ่มลูกค้าภาครัฐ:** การมุ่งเน้นให้สินเชื่อกับคู่ค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิตและสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตสินเชื่อ
* **การพัฒนา Digital Platform:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่านโมบายแอปพลิเคชันและการใช้เครื่องมือการตลาดดิจิทัล เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และตอบรับการเติบโตของตลาดดิจิทัล
* **การเน้นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ:** การให้สินเชื่อในผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สัญญารับซื้อหนี้การค้า สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าทางการเงิน ช่วยลดโอกาสการเกิด NPLs
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและชำระหนี้ของลูกค้า SMEs
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ที่ค้างชำระอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์โดยรวม และเพิ่มภาระในการตั้งสำรอง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมสินเชื่อยังคงมีการแข่งขันสูง และต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การควบคุมการระบาดของโควิด-19 และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของลูกค้า
* **คุณภาพสินทรัพย์และ NPLs:** การบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) และการตั้งสำรอง ECL จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มภาครัฐและผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ
* **การพัฒนา Digital Transformation:** ความสำเร็จในการนำ Digital Platform มาใช้ในการเข้าถึงลูกค้าและนำเสนอผลิตภัณฑ์
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการแหล่งเงินทุนและต้นทุนดอกเบี้ยให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM/NII:** รายได้ดอกเบี้ยรับลดลง 15.7% ใน Q3/64 โดยหลักมาจากสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อสิทธิเรียกร้องที่ลดลง เนื่องจากบริษัทฯ ชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่เพื่อควบคุมความเสี่ยง
**NPL/Coverage:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข NPLs โดยตรง แต่เอกสารระบุว่าลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 3-12 เดือน เพิ่มขึ้นในกลุ่มสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อสิทธิเรียกร้อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสะท้อนความกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์
**Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 29.2% ใน Q3/64 จากการชะลอการปล่อยสินเชื่อในบางอุตสาหกรรม และปริมาณรายการค้าธุรกิจที่ลดลง
**Credit Cost:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 1078% ใน Q3/64 และเพิ่มขึ้น 102.8% ใน 9 เดือนแรกปี 64 เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้ลูกค้าขาดสภาพคล่อง
**สัดส่วนสินเชื่อ:** บริษัทฯ เน้นให้สินเชื่อกับคู่ค้าภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สัญญารับซื้อหนี้การค้า สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าทางการเงิน เพื่อลดความเสี่ยง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกหนี้รวมลดลง 369 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,647.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.7 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 193 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่ใน Q1/64 ขณะที่เงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 108 ล้านบาท
## สรุปท้าย
LIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ลดลงจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยง โดยเน้นสินเชื่อกลุ่มภาครัฐ ผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ และยกระดับการบริหารความเสี่ยง ซึ่งต้องจับตาดูว่ากลยุทธ์เหล่านี้จะสามารถประคองผลประกอบการและสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LIT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
47.83
ล้านบาท
↑ 52.9% YoY
กำไรขั้นต้น
45.66
ล้านบาท
↑ 58.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
95.47
%
กำไรสุทธิ
4.17
ล้านบาท
↓ 100.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.73
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↑ + 52.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↑ + 58.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.9%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
1.98
ROA (%)
4.86
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
30.83
-56.28%
|
70.52
-125.22%
|
-279.65
-56.11%
|
-637.14
+136.56%
|
-269.33
-596.46%
|
54.25
+213.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.05
-92.35%
|
39.86
-203.05%
|
-38.68
-106.84%
|
565.32
+9,800.53%
|
5.71
-99.16%
|
681.51
-195.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4.86
-104.76%
|
102.09
-87.84%
|
839.65
-54,270.97%
|
-1.55
-99.58%
|
-365.96
-60.43%
|
-924.79
-211.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-28.59
-150.45%
|
56.67
-90.27%
|
582.54
+205.23%
|
190.85
-159.54%
|
-320.52
+69.56%
|
-189.03
-425.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|
236.23
+122.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.75
-9.19%
|
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|