บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.92
0.02 (2.13%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10973 out_tok=2571 at=2026-07-25T20:04:52 -->
# LIT กำไรสุทธิ Q1/2566 ขาดทุนเพิ่ม 12% รับผลกระทบปล่อยสินเชื่อใหม่ลด - ตั้งสำรองสูง
## รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมหดตัว 33% ฝ่ายบริหารเน้นคุมความเสี่ยง-ปรับกลยุทธ์รุกดิจิทัล
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 23.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 21.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบริการรวม 33% หรือ 14.9 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ LIT ในไตรมาส 1 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบริการ รวม 33%** ประกอบกับการ **ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ในระดับสูง** ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมลดลง** เนื่องจากบริษัทฯ ชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กลุ่มก่อสร้าง และหันไปเน้นปล่อยสินเชื่อประเภทความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง เช่น การซื้อสิทธิเรียกร้อง (Factoring) และสัญญาเงินให้กู้ยืมบางประเภทที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ปริมาณสินเชื่อโดยรวมปรับตัวลดลง นอกจากนี้ การที่ลูกค้า SMEs ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง
**การตั้งสำรอง ECL ที่สูงขึ้น** เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (IFRS 9) ซึ่งต้องคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจในอนาคต และประเมินความเสี่ยงของลูกหนี้แต่ละรายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผลกระทบจากโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลต่อเนื่อง และภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้าสูงขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าบางรายขาดสภาพคล่องและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายบริหารได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับสถานการณ์ โดยเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างเข้มงวด การยกระดับการคัดกรองลูกค้า การกระจายพอร์ตสินเชื่อ และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ รวมถึงการเสริมทีมติดตามหนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ ยังคงเป็นความท้าทายที่อาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์และระดับการตั้งสำรองในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 23.6 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 12% YoY จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 21.0 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 14.9 ล้านบาท (ประมาณ 33%):** เป็นผลจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่
* **รายได้ดอกเบี้ยลดลง 12.4 ล้านบาท (41%):** จากการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ลดลง โดยเฉพาะสัญญาเงินให้กู้ยืม
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 1.2 ล้านบาท (11%):** ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อสัญญาเงินให้กู้ยืมที่ลดลง
* **ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) 17.3 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐาน IFRS 9
* **ปรับกลยุทธ์:** เน้นปล่อยสินเชื่อความเสี่ยงต่ำ เช่น การซื้อสิทธิเรียกร้อง, สัญญาเช่าซื้อ, สัญญาเช่าทางการเงิน และคู่ค้าภาครัฐ
* **รุกดิจิทัล:** ยกระดับการตลาดด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงลูกค้าใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT มีผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 23.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 21.0 ล้านบาท รายได้รวมลดลง 14.9 ล้านบาท หรือประมาณ 33% โดยรายได้ดอกเบี้ยลดลง 12.4 ล้านบาท (41%) และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 1.2 ล้านบาท (11%) ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่และการปรับพอร์ตสินเชื่อไปสู่ประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำลง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จำนวน 17.3 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์สู่ผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงต่ำ:** การเน้นสินเชื่อประเภทรับซื้อสิทธิเรียกร้อง สัญญาเช่าซื้อ และสัญญาเช่าทางการเงิน ช่วยลดความเสี่ยง NPL ในระยะยาว
* **การมุ่งเน้นคู่ค้าภาครัฐ:** เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่นคงและลดความเสี่ยงด้านเครดิต
* **การพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม:** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ และสร้าง Brand Awareness
* **การรักษาฐานลูกค้าเดิม:** สร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและประเมินความเสี่ยงได้ดีกว่าลูกค้าใหม่
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราเงินเฟ้อ:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า SMEs
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์เศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ
* **ความไม่แน่นอนของงานประมูลภาครัฐ:** ส่งผลกระทบต่อปริมาณการให้สินเชื่อ
* **การตั้งสำรอง ECL ที่สูง:** กดดันผลประกอบการในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อใหม่:** การฟื้นตัวของปริมาณสินเชื่อโดยเฉพาะในกลุ่มที่บริษัทฯ มุ่งเน้น
* **ระดับ NPL และ Coverage Ratio:** การบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และความเพียงพอของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย:** การบริหารต้นทุนทางการเงินและผลกระทบต่อ NIM
* **ความคืบหน้าในการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม:** การนำไปสู่การได้มาซึ่งลูกค้าใหม่และประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **การปรับตัวต่อภาวะเศรษฐกิจ:** ความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 LIT เผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า SMEs โดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำงานให้กับภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ ทำให้ปริมาณการให้สินเชื่อใหม่ลดลง ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายบริหารได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อในผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การซื้อสิทธิเรียกร้อง (Factoring) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 71.2% จาก 58.1% ในปีก่อน ขณะที่สินเชื่อสัญญาเงินให้กู้ยืมซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า ลดลง 67.6% รายได้ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อประเภทซื้อสิทธิเรียกร้องเช่นกัน แต่ภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงเล็กน้อย
การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นเป็น 17.3 ล้านบาท สะท้อนถึงการประเมินความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐาน IFRS 9 จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิต เช่น การยกระดับการคัดกรองลูกค้า การกระจายพอร์ตสินเชื่อไม่ให้เกิน 25% ต่ออุตสาหกรรม และการควบคุมการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
ในด้านการบริหารต้นทุนทางการเงิน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดเพื่อลดต้นทุน และมีการออกหุ้นกู้ในช่วงปลายปี 2565 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,564.8 ล้านบาท ลดลงจาก 2,017.5 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้ในสินเชื่อประเภทต่างๆ ประมาณ 100.6 ล้านบาท และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 349 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 479.9 ล้านบาท ลดลง 429.1 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ซึ่งมีหนี้สินรวม 909 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในเดือนมีนาคม 2566
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 23.6 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิในงวดปัจจุบัน
## สรุปท้าย
LIT ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลให้รายได้หลักหดตัว และต้องตั้งสำรอง ECL ในระดับสูง ทำให้ผลประกอบการขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ และการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของปริมาณสินเชื่อใหม่ ระดับ NPL และความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LIT ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
47.83
ล้านบาท
↑ 52.9% YoY
กำไรขั้นต้น
45.66
ล้านบาท
↑ 58.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
95.47
%
กำไรสุทธิ
4.17
ล้านบาท
↓ 100.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.73
%
D/E Ratio
0.97
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
48
↑ + 52.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
46
↑ + 58.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -100.9%
YoY
D/E Ratio
0.97
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.97
ROE (%)
1.98
ROA (%)
4.86
Book Value/หุ้น
1.26
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+31
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
30.83
-56.28%
|
70.52
-125.22%
|
-279.65
-56.11%
|
-637.14
+136.56%
|
-269.33
-596.46%
|
54.25
+213.40%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.05
-92.35%
|
39.86
-203.05%
|
-38.68
-106.84%
|
565.32
+9,800.53%
|
5.71
-99.16%
|
681.51
-195.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4.86
-104.76%
|
102.09
-87.84%
|
839.65
-54,270.97%
|
-1.55
-99.58%
|
-365.96
-60.43%
|
-924.79
-211.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-28.59
-150.45%
|
56.67
-90.27%
|
582.54
+205.23%
|
190.85
-159.54%
|
-320.52
+69.56%
|
-189.03
-425.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|
236.23
+122.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
61.75
-9.19%
|
68.00
-24.00%
|
89.47
-80.87%
|
467.70
+562.09%
|
70.64
+49.66%
|
47.20
-80.02%
|