บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.54
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20277 out_tok=2141 at=2026-07-25T01:52:42 -->
# LHK กำไรสุทธิปี 69 โต 12.5% รับอานิสงส์ Data Center-Semiconductor หนุนยอดขายทองแดง
## รายได้-กำไร ปรับตัวดีขึ้นจากอุตสาหกรรมเป้าหมาย ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบมีทิศทางลดลง
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 119.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ที่ส่งผลให้ยอดขายสินค้ากลุ่มทองแดงปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยลดลงจากการบริหารจัดการการจัดหาที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LHK ในปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 คือ **การเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ในประเทศ ซึ่งส่งผลให้ยอดขายและน้ำหนักขายของสินค้ากลุ่มทองแดงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ควบคู่ไปกับการ **บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ในประเทศ เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นความต้องการสินค้ากลุ่มทองแดง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ LHK ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายและน้ำหนักขายในกลุ่มนี้ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดการได้ดำเนินนโยบายการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพดีจากหลายช่องทางอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบปรับลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม การบริหารจัดการต้นทุนนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่เพิ่มขึ้นจาก 12.24% ในปีก่อน เป็น 13.75% ในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตขึ้น 12.5%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่อุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศ ซึ่งจะช่วยรักษาระดับยอดขายสินค้ากลุ่มทองแดงไว้ได้ นอกจากนี้ นโยบายการจัดหาวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพและการบริหารต้นทุนที่รัดกุม จะยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดีต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการก่อสร้างที่ยังคงหดตัว รวมถึงราคาขายสินค้าในตลาดโลหะที่ปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันบางส่วน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่** เท่ากับ 119.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% YoY
* **รายได้จากการขายและบริการ** อยู่ที่ 2,643.69 ล้านบาท ลดลง 1.7% YoY โดยได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และก่อสร้างที่ยังทรงตัวหรือหดตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ปรับตัวดีขึ้นเป็น 13.75% จาก 12.24% YoY
* **ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยลดลง** จากนโยบายการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพดีจากหลายช่องทาง
* **ยอดขายกลุ่มทองแดงเพิ่มขึ้น** จากการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ในประเทศ
* **สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio)** อยู่ที่ 0.38 เท่า ณ สิ้นงวด เทียบเท่าปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 119.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 105.81 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลงเล็กน้อย 1.7% มาอยู่ที่ 2,643.69 ล้านบาท แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้นและการเติบโตของสินค้ากลุ่มทองแดงในอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ได้ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ในประเทศ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ส่งเสริมยอดขายสินค้ากลุ่มทองแดง
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** นโยบายการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพดีจากหลายช่องทางช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยและเพิ่มอัตรากำไร
* **การรักษาฐานลูกค้าในตลาดที่หดตัว:** บริษัทมีกลยุทธ์ในการผลักดันยอดขายเพื่อมุ่งเน้นการทำกำไรตามเป้าหมาย
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก
* **ราคาโลหะในตลาดโลกผันผวน:** อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายเฉลี่ยของสินค้า
* **กำลังซื้อหดตัว:** ทั้งในประเทศและการส่งออก ส่งผลต่อปริมาณการขายโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ในประเทศ
* ทิศทางราคาวัตถุดิบโลหะในตลาดโลก
* การปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการก่อสร้าง
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* การบริหารสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อที่อาจผันผวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าน้ำหนักขายสินค้ากลุ่มทองแดงเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ขณะที่กลุ่มสินค้าอื่นๆ เช่น ท่อไอเสียรถยนต์ อลูมิเนียม เหล็กเคลือบสังกะสี และสเตนเลส มีน้ำหนักขายลดลง
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการจัดการสินค้าคงเหลือให้เพียงพอต่อการรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าที่ลดลง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาขายโดยเฉลี่ยของสินค้าในกลุ่มหลักปรับตัวลดลงตามสภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะ และต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยลดลงจากการจัดหาที่มีประสิทธิภาพ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13.75% จาก 12.24% YoY
* **ส่งออก:** ระบุว่ากำลังซื้อหดตัวลงต่อเนื่องทั้งในประเทศและการส่งออกต่างประเทศ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการโดยตรง แต่มีรายการ "ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด" ในงบกระแสเงินสด ซึ่งมีผลเล็กน้อย
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลงมาอยู่ที่ 532.94 ล้านบาท จาก 640.53 ล้านบาท YoY ซึ่งสอดคล้องกับการบริหารจัดการให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,141.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2,106.20 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีหนี้สินรวม 541.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 540.49 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.38 เท่า เท่ากับปีก่อน แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 185.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 46.39 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผลกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
LHK โชว์ผลประกอบการปี 2569 เติบโต 12.5% จากแรงหนุนของอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor ที่ช่วยดันยอดขายทองแดง ขณะที่การบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์และก่อสร้างจะยังคงชะลอตัว แต่บริษัทมีโอกาสที่จะรักษาการเติบโตต่อเนื่องได้หากสามารถใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบและกำลังซื้อที่หดตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 4/2569
รายได้รวม
2,665.06
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62
ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64
%
กำไรสุทธิ
119.03
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
185.94
+300.82%
|
46.39
|
— |
235.31
+71.85%
|
136.93
-42.81%
|
239.43
-17.41%
|
289.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-12.66
+192.38%
|
-4.33
|
— |
-3.36
-106.65%
|
50.54
+149.21%
|
20.28
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-95.41
-1.25%
|
-96.62
|
— |
-280.72
+29.39%
|
-216.96
+41.67%
|
-153.15
-23.94%
|
-201.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
361.44
-13.17%
|
416.26
+73.72%
|
— |
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|
314.32
-35.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
439.23
+21.52%
|
361.44
-13.17%
|
— |
239.61
-16.92%
|
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|